Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 385/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำคัดค้านและฟ้องแย้งของผู้คัดค้านระบุในช่องคู่ความว่า อ. และ ป. ผู้จัดการมรดกของ ส. ผู้คัดค้าน และบรรยายว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของ ส. ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดิน ผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านไม่ประสงค์ให้ผู้ร้องอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทต่อไป ขอให้บังคับผู้ร้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมรื้อถอนบ้านออกไปจากที่ดิน การฟ้องแย้งของผู้คัดค้านดังกล่าว เป็นการฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยได้แสดงชัดแจ้งซึ่ง สภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสอง แล้ว จึงไม่เคลือบคลุม ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านในฐานะผู้จัดการมรดกของ ส. ผู้ตายจึงมีอำนาจฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของ ส. ได้ เพราะเมื่อผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทและมีผู้คัดค้านขึ้นมาตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188(4) ให้ดำเนินคดีไป อย่างคดีมีข้อพิพาท ผู้ร้องจึงมีฐานะเป็นโจทก์ผู้คัดค้านย่อมมีฐานะ เป็นจำเลย ย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งผู้ร้องได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่า เดิมที่ดินโฉนดที่ 8772 เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่35 ตารางวา บิดามารดาผู้ร้องได้ครอบครองที่ดินเมื่อประมาณ 60 ปีที่ผ่านมาโดยถางป่าปรับสภาพที่ดิน ปลูกต้นไม้ ทำสวนและขุดบ่อเลี้ยงปลาเฉพาะส่วนเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเมื่อปี 2482 ผู้ร้องได้ร่วมครอบครองที่ดินดังกล่าวกับบิดามารดาบิดาผู้ร้องหายสาบสูญเมื่อปี 2485 ต่อมาเมื่อปี 2523 มารดาผู้ร้องได้แยกครอบครัวออกไป ผู้ร้องคงครอบครองที่ดินเฉพาะส่วนดังกล่าวโดยเจตนายึดถือเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ทำสวนและขุดบ่อเลี้ยงปลา โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของไม่มีผู้โต้แย้งหรือขัดขวางการครอบครองถึงปัจจุบันเป็นเวลา 15 ปีเศษ

ผู้ร้องจึงได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวบางส่วนที่ครอบครองเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 8772 เฉพาะส่วน เนื้อที่ประมาณ 4 ไร่โดยการครอบครองปรปักษ์ และขอให้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าพนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร สาขาลาดพร้าวทำนิติกรรมแบ่งแยกที่ดินดังกล่าวในส่วนของผู้ร้องออกเป็นโฉนดที่ดินใหม่และใส่ชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านและฟ้องแย้งว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุวิทย์ มหาแถลง ผู้ตาย เดิมเมื่อปี 2523 นายม่อม พุ่มอุไร บิดาผู้ร้องได้ขายที่ดินทั้งแปลงให้แก่บริษัทสุโขการเคหะ จำกัด แต่บริษัทดังกล่าวไม่ได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินจึงได้ให้นายม่อมอยู่อาศัยและดูแลที่ดินให้

ต่อมาปี 2527 บริษัทสุโขการเคหะ จำกัด ได้ขายที่ดินให้แก่นายสุวิทย์ผู้ตาย และผู้ตายได้ให้นายม่อมอยู่อาศัยในที่ดินต่อเนื่องจากผู้ตายยังไม่ได้เข้าทำประโยชน์ ผู้ร้องอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทโดยอาศัยสิทธิของนายม่อม และไม่ได้ทำประโยชน์ในที่ดินเพียงแต่พักอาศัยอยู่บนที่ดินซึ่งมีเนื้อที่เพียง 100 ตารางวา ผู้คัดค้านไม่ประสงค์ให้ผู้ร้องอยู่ในที่ดินอีกต่อไป ผู้ร้องจึงต้องรื้อถอนบ้านเลขที่ 17/1 ออกจากที่ดินพิพาท หากผู้ร้องไม่ส่งมอบที่ดินคืนกองมรดกของผู้ตาย ผู้ร้องต้องใช้ค่าเสียหายให้เดือนละ 50,000 บาท นับแต่วันฟ้องแย้ง ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องและให้ผู้ร้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมทั้งรื้อถอนบ้านซึ่งปลูกบนที่ดินพิพาทและส่งมอบที่ดินคืนผู้คัดค้านในสภาพเรียบร้อย กับใช้ชำระค่าเสียหายเดือนละ 50,000 บาท แก่ผู้คัดค้านนับแต่วันฟ้องแย้งจนกว่าผู้ร้องจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมทั้งรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกจากที่ดินพิพาทผู้ร้องให้การแก้ฟ้องแย้งว่า

ฟ้องแย้งของผู้คัดค้านเคลือบคลุมโดยไม่บรรยายให้ชัดแจ้งว่าผู้คัดค้านอาศัยสิทธิใด เพราะสิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์และผู้จัดการมรดกเป็นสิทธิที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ต่างกันฟ้องแย้งจึงขัดต่อกฎหมายทำให้ผู้ร้องหลงต่อสู้ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอของผู้ร้อง ให้ผู้ร้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารกับรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างบ้านเลขที่ 17/1 หมู่ที่ 6 แขวงลาดพร้าวเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ออกไปจากที่ดินพิพาทโฉนดที่ 8772ตำบลลาดพร้าว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร และให้ผู้ร้องส่งมอบที่ดินพิพาทคืนผู้คัดค้านในสภาพเรียบร้อย กับชำระค่าเสียหายแก่ผู้คัดค้านเดือนละ 10,000 บาท นับแต่วันที่ 7 ธันวาคม 2538 จนกว่าผู้ร้องจะขนย้ายทรัพย์สินและบริวารกับรื้อสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินพิพาทและส่งมอบที่ดินคืนผู้คัดค้านผู้ร้องอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนผู้ร้องฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

"ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เมื่อวันที่ 27ตุลาคม 2508 ทางราชการได้ออกโฉนดที่ดินโฉนดที่ 8772 เลขที่ดิน 148ตำบลลาดพร้าว อำเภอบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ประมาณ 8 ไร่35 ตารางวา ให้แก่นายม่อม พุ่มอุไร ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินโฉนดดังกล่าว ในปี 2523 นายม่อมได้ขายที่ดินโฉนดที่ 8772 ให้แก่บริษัทสุโขการเคหะ จำกัด ตามสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย ค.7โดยนายอนันต์ สุขสันต์ กับนายสุวิทย์ มหาแถลง ร่วมหุ้นกันซื้อที่ดินมาจัดสรร นายอนันต์ได้ให้นายม่อมดูแลที่ดินแทน เมื่อปี 2527 นายอนันต์โอนหุ้นในบริษัทฯ ทั้งหมดให้แก่นายสุวิทย์ บริษัทฯ โอนขายที่ดินโฉนดที่ 8772 ให้แก่นายสุวิทย์ นายสุวิทย์จึงเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าวเพียงผู้เดียวตามสัญญาขายที่ดินเอกสารหมาย

ค.8 นายสุวิทย์ถึงแก่กรรมเมื่อปี 2532 ศาลแพ่งได้มีคำสั่งตั้งผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุวิทย์ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของผู้ร้องว่า ฟ้องแย้งของผู้คัดค้านเคลือบคลุมหรือไม่ก่อน ผู้ร้องฎีกาว่า ผู้คัดค้านมิได้บรรยายว่า ผู้คัดค้านใช้สิทธิในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ฟ้องขับไล่ผู้รบกวนการครอบครองหรือฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกฟ้องบุคคลที่ครอบครองทรัพย์มรดกไว้ เห็นว่า คำคัดค้านและฟ้องแย้งของผู้คัดค้านระบุในช่องคู่ความว่า นายอาภรณ์ มหาแถลง และนายประกิจ มหาแถลง ผู้จัดการมรดกของนายสุวิทย์ มหาแถลง ผู้คัดค้าน และบรรยายว่า ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการมรดกของนายสุวิทย์ มหาแถลง ผู้ตาย ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ 8772 ผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์

ผู้คัดค้านไม่ประสงค์ให้ผู้ร้องอยู่อาศัยในที่ดินพิพาทต่อไป ขอให้บังคับผู้ร้องขนย้ายทรัพย์สินและบริวารพร้อมรื้อถอนบ้านเลขที่ 17/1 หมู่ที่ 6 แขวงลาดพร้าวเขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ออกไปจากที่ดินโฉนดที่ 8772 การฟ้องแย้งของผู้คัดค้านดังกล่าวเป็นการฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายโดยได้แสดงชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาคำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 172 วรรคสองแล้ว ฟ้องแย้งของผู้คัดค้านไม่เคลือบคลุม ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องต่อไปมีว่า ผู้คัดค้านมีสิทธิฟ้องขับไล่ผู้ร้องออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ เห็นว่า เมื่อฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์แล้ว

ผู้คัดค้านในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุวิทย์ผู้ตายจึงมีอำนาจฟ้องแย้งขับไล่ผู้ร้องออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นมรดกของผู้ตายได้เพราะเมื่อผู้ร้องได้ยื่นคำร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์อันเป็นคดีไม่มีข้อพิพาทและมีผู้คัดค้านขึ้นมา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 188(4)ให้ดำเนินคดีไปอย่างคดีมีข้อพิพาท ผู้ร้องจึงมีฐานะเป็นโจทก์ ผู้คัดค้านย่อมมีฐานะเป็นจำเลย จึงย่อมมีสิทธิฟ้องแย้งผู้ร้องได้ ฎีกาของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ประพันธ์ ทรัพย์แสง · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · ดลจรัส รัตนโศภิต
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2551/2541

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์และ ต. มีกรรมสิทธิ์ร่วมกับจำเลยในที่ดิน 4 แปลง โดยมีกรรมสิทธิ์รวมอยู่กึ่งหนึ่งในที่ดินทั้ง 4 แปลง จึงขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมจากจำเลยกึ่งหนึ่ง เป็นฟ้องที่ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห…

Supreme Court Judgment No. 5115/2540

คำร้องขอของผู้ร้องบรรยายว่า ผู้ร้องได้เข้าไปปลูกบ้านในที่ดินโฉนดตามฟ้อง คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 2 งาน โดยผู้ร้องครอบครองที่ดินส่วนดังกล่าวด้วยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อนานเกินกว่า 10 ปี แล้ว…

Supreme Court Judgment No. 5007/2540

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยและบริวารให้ออกจากที่ดินพิพาทคดีนี้ตามจำนวนเนื้อที่ดินเฉพาะส่วนของที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ซึ่งจำเลยเคยฟ้องโจทก์ให้ไปจดทะเบียนโอนให้แก่จำเลย ซึ่งจำเลยทราบดีมาก่อนแล้วแม้…

Supreme Court Judgment No. 2329/2539

จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้ครอบครองปรปักษ์ที่ดินพิพาทมาเป็นเวลาหลายสิบปีแม้ไม่ได้บรรยายว่าครอบครองมาตั้งแต่เมื่อใดปีไหนและครบกำหนดเวลาสิบปีเมื่อใดก็ตามก็เป็นรายละเอียดที่จำเลยอาจนำสืบได้ในชั้นพิจารณา…

Supreme Court Judgment No. 7036/2538

เนื้อหาของเอกสารพิพาทเป็นจดหมายที่ผู้ตายแจ้งให้ ส.ทราบว่าผู้ตายทำพินัยกรรมมอบทรัพย์สินทั้งหมดให้ ล.โดยขอให้ ส.เป็นพยานคนที่สองด้วยและเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายก็ขอให้ ส.ช่วยดูแลให้ ล.เก็บรักษาทรัพย์สินส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up