Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3891/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยนั่งดื่มสุราอยู่ในกลุ่มวัยรุ่น 5-6 คน เมาสุราส่งเสียงเอะอะ เจ้าพนักงานตำรวจเข้าไปตักเตือนห้ามปราบและจะขอจับกุมวัยรุ่นกลุ่มนั้นกลุ้มรุมทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจจำเลยไม่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายด้วย แต่การที่จำเลยยืนดูอยู่ห่างประมาณ 5 เมตร ยกเก้าอี้เหล็กขึ้นเพื่อคอยช่วยเหลือเพื่อนของจำเลยในการต่อสู้ทำร้ายเจ้าพนักงานตำรวจ ถือได้ว่าจำเลยได้ร่วมกันกับพวกทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติการตามหน้าที่แล้ว.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีนี้เดิมศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกันมากับคดีหมายเลขแดงที่ 6887/2527 ของศาลชั้นต้น แต่คดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกรวม 5 คน ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายและต่อสู้ขัดขวางพลตำรวจสันติชัย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติการตามหน้าที่ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 90, 138, 140, 295, 297, 298

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา138, 140, 295 ลงโทษตามมาตรา 140 วรรคแรกซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยอายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่ง จำคุก 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า ในวันเวลาเกิดเหตุ พลตำรวจสันติชัยผู้เสียหายปฏิบัติหน้าที่สายตรวจขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าร้านอาหารพบกันที่ถนนสุขสวัสดิ์ แขวงราษฎร์บูรณะ เขตราษฎร์บูรณะกรุงเทพมหานครรับแจ้งจากเจ้าของร้านว่ามีวัยรุ่น 5 - 6 คน เมาสุราส่งเสียงเอะอะ ขอให้ไปช่วยว่ากล่าวตักเตือน ผู้เสียหายเข้าไปตักเตือน วัยรุ่นไม่เชื่อฟัง ผู้เสียหายเดินเข้าไปจะควบคุมตัว วัยรุ่นกลุ่มนั้นใช้ขวดสุราชนิดแบนตีใบหน้าและรุมชกต่อยผู้เสียหายได้รับอันตรายบาดเจ็บ จำเลยอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คงเหลือปัญหาเพียงว่าจำเลยร่วมกับพวกต่อสู้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วยหรือไม่ เห็นว่า การที่ผู้เสียหายเบิกความว่า

ผู้เสียหายถูกวัยรุ่นกลุ่มนั้นทำร้ายร่างกายโดยบางคนเข้ามาต่อยบางคนยกเก้าอี้เหล็กตี คนต่อยคนล็อคคอล็อคแขนจะเป็นวัยรุ่นคนใดจำไม่ได้นั้นก็อาจจะเป็นเพราะวัยรุ่นมีถึง 5 - 6 คน และเหตุการณ์ชุลมุนสับสนแต่ผู้เสียหาย และนายสุรัติ สักการเวช พยานโจทก์เจ้าของร้านเกิดเหตุก็เบิกความยืนยันว่า จำเลยอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวด้วยในขณะเกิดเหตุต่อสู้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำเลยเองได้เบิกความยอมรับว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยได้เล่าเหตุการณ์ต่อพนักงานสอบสวน พนักงานสอบสวนบันทึกไว้และอ่านให้จำเลยฟัง จำเลยจึงได้ลงลายมือชื่อไว้ ปรากฏตามบันทึกคำให้การเอกสารหมาย จ.10 ซึ่งตามบันทึกคำให้การดังกล่าว จำเลยให้ถ้อยคำไว้ว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยยืนดูอยู่ห่างประมาณ 5 เมตร และเตรียมตัวป้องกันโดยยกเก้าอี้เหล็กขึ้นมาสูงประมาณหน้าอก

ต่อมาเห็นว่าอาจถูกจับได้จึงวิ่งหลบหนีไป แม้ในตอนต้น จำเลยจะให้ถ้อยคำว่าเมื่อเพื่อนของจำเลยส่งเสียงเอะอะโวยวาย จำเลยได้ลุกไปนั่งที่โต๊ะอื่นแต่ผู้เดียวก็ตามแต่ก็ไม่มีเหตุผลว่าเมื่อเกิดเหตุต่อสู้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย ทำไมจำเลยจึงยังคงยืนอยู่ต่อไป การที่จำเลยยกเก้าอี้เหล็กขึ้น น่าจะเพื่อคอยช่วยเหลือเพื่อนของจำเลยในการต่อสู้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายมากกว่า จึงน่าเชื่อว่า จำเลยอยู่ในกลุ่มวัยรุ่นที่ต่อสู้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายและถือได้ว่าจำเลยได้ร่วมกันกับพวกกระทำความผิดดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา138, 140 วรรคแรก, 295 ประกอบด้วยมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 140 วรรคแรกซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยอายุ 19 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งแล้วจำคุก 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 4 เดือน จำเลยยังเป็นนักเรียนจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2554 (ref. 510259)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้เสียหายซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ. มาตรา 296 แต่ความผิดดังกล่าวย่อมรวมถึงการใช้กำลังทำร้ายผู้อื่นโดยไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตราย…

Supreme Court Judgment No. 774/2548

จำเลยรู้ว่ากำลังถูกผู้เสียหายที่ 2 กับพวกซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจติดตามจับกุม การที่จำเลยกอดปล้ำต่อสู้และใช้มีดฟันแทงผู้เสียหายที่ 2 จึงเป็นความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติงานตามหน้าที่ต…

Supreme Court Judgment No. 8308/2544

จำเลยที่ 1 และที่ 3 ดิ้นรนขัดขืนไม่ยอมให้เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมโดยดีจำเลยที่ 2 ไม่ได้ต่อสู้ขัดขวางการจับกุม ฮ. แต่เพียงผู้เดียวทำร้ายสิบตำรวจเอก อ. ตามพฤติการณ์เป็นการตัดสินใจกระทำไปตามลำพังของจำเลยแต…

Supreme Court Judgment No. 7152/2538

ส.ต.ต. ส.กับพวกแต่งกายในเครื่องแบบร่วมกันไปจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนันไฮโลว์ ก่อนไปจับกุมได้ไปขอแบ่งรายได้ที่เก็บจากการเล่นการพนันดังกล่าวจาก ก. ก.ปฏิเสธ ส.ต.ต. ส.ก็พูดจาในทำนองข่มขู่ ต่อจากนั้นได้ไปยั…

Supreme Court Judgment No. 5251/2537

การปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296ไม่จำต้องปรับบทลงโทษตาม มาตรา 295 อีก ส่วนการปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140 วรรคแรก นั้น ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 138 วรรคสองด้วย เพราะมาตรา 140 วรร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up