Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 39/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าการขายฝากที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นโมฆะ ปรากฏว่ากรณีเดียวกันนี้จำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์ (คดีนี้) เป็นอีกคดีหนึ่ง ประเด็นคดีดังกล่าวและประเด็นแรกของคดีนี้ตรงกันว่า การขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นโมฆะหรือไม่ เมื่อในคดีดังกล่าวศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อต่อสู้ของโจทก์ (คดีนี้) รับฟังไม่ได้ พิพากษายืนให้ขับไล่โจทก์ (คดีนี้) ก็เท่ากับศาลฎีกาฟังว่าการขายฝากไม่เป็นโมฆะ ทั้งฝ่ายจำเลยก็อ้างสำนวนดังกล่าวเป็นพยานในคดีนี้ด้วย ข้อเท็จจริงจึงเพียงพอที่จะนำมาวินิจฉัยประเด็นข้อแรกของคดีนี้แล้ว ไม่จำต้องสืบพยาน และเมื่อประเด็นอีกสองข้อเป็นปัญหาข้อกฎหมาย กับข้อที่เป็นผลมาจากการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าว ซึ่งไม่ต้องสืบพยานเช่นเดียวกันฉะนั้นที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานคดีนี้จึงชอบแล้ว.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับบุตร 5 คนมีกรรมสิทธิ์ร่วมกันในที่ดินโฉนดเลขที่ 4115 แขวงยานนาวา เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างจำเลยที่ 1 เป็นบิดาของจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 2 ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินบางส่วนของโจทก์และยึดถือโฉนดที่ดินของโจทก์ไว้ ถึงวันนัดโอนที่ดิน จำเลยที่ 1 และที่ 2 ไม่ไปตามนัด โจทก์จึงริบเงินมัดจำ ต่อมาจำเลยทั้งสามรับโจทก์ไปกรมที่ดินให้โจทก์จดทะเบียนขายฝากที่ดินทั้งแปลงพร้อมสิ่งปลูกสร้างแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีกำหนดไถ่ใน 6 เดือน เป็นการฝืนเจตนาและสำคัญผิดในสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งนิติกรรม เพราะโจทก์ไม่มีเจตนาจะขายฝาก โจทก์ทราบเรื่องเมื่อถูกจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟ้องขับไล่ออกจากที่ดินแปลงดังกล่าวตามคดีหมายเลขดำที่ 1772/2524 ของศาลแพ่ง ขอให้พิพากษาว่าการจดทะเบียนขายฝากที่ดินโฉนดดังกล่าวระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นโมฆะ ให้จำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดและยื่นคำขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของโจทก์

จำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย แต่โจทก์ต้องการซื้อที่ดินคืน จึงตกลงกันให้จดทะเบียนเป็นขายฝาก การขายฝากสมบูรณ์ตามกฎหมาย เมื่อจำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟ้องขับไล่โจทก์ออกจากที่พิพาท

โจทก์ให้การว่าโจทก์ประสงค์จะจำนองแต่ถูกจำเลยหลอกลวงให้จดทะเบียนขายฝาก จำเลยที่ 1 ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ ขอให้ยกฟ้อง ก่อนสืบพยานโจทก์ ผู้ร้องทั้งห้าซึ่งเป็นบุตรโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมว่า โจทก์และผู้ร้องทั้งห้ามีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างร่วมกัน ผู้ร้องทั้งห้าไม่มีเจตนาสละมรดก นิติกรรมการขายฝากระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นโมฆะ ขอให้ศาลพิพากษาว่าการจดทะเบียนขายฝากเป็นโมฆะ ไม่มีผลผูกพันผู้ร้องทั้งห้า ให้จำเลยทั้งสามส่งมอบโฉนดและยื่นคำขอจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินเป็นของผู้ร้องทั้งห้าคนละ 1 ใน 9 ส่วน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องทั้งห้าเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ และกำหนดประเด็นข้อพิพาทไว้ดังนี้ 1. การขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นโมฆะหรือไม่ 2. การสละมรดกของโจทก์ร่วมทั้งห้ามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายหรือไม่ 3. โจทก์ร่วมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินและสิ่งปลูกสร้างหรือไม่เพียงใด ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น จำเลยยื่นคำร้องว่าคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 11284/2524 ของศาลแพ่งที่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ฟ้องขับไล่โจทก์คดีนี้และบริวารออกจากที่ดินและบ้านพิพาทมีประเด็นอย่างเดียวกัน ฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำ หากศาลเห็นว่าไม่เป็นฟ้องซ้ำก็ขอให้รอฟังผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีของศาลแพ่งดังกล่าวก่อน ศาลชั้นต้นสอบคู่ความแล้ว เห็นว่าคดีนี้กับคดีหมายเลขแดงที่ 11284/2524 มีประเด็นเดียวกัน จึงมีคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีไว้เพื่อฟังผลคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าว

โจทก์และโจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเพิกถอนคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่เห็นสมควรเพิกถอนคำสั่งให้รอการพิจารณาคดีนี้ ศาลชั้นต้นสั่งว่าไม่เห็นสมควรเพิกถอน ให้ยกคำร้อง โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งห้าอุทธรณ์ฎีกาศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายืน ต่อมาศาลฎีกามีคำพิพากษาในคดีหมายเลขแดงที่ 11284/2524 ของศาลแพ่งดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 (คดีนี้) ชนะคดีโจทก์(คดีนี้)

ศาลชั้นต้นเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้ว จึงสั่งงดสืบพยานคดีนี้แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์และโจทก์ร่วมทั้งห้า โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งห้าอุทธรณ์คำสั่งที่ให้งดสืบพยาน

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์และโจทก์ร่วมทั้งห้าฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีเพียงว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วมีคำพิพากษานั้นชอบหรือไม่

พิเคราะห์แล้วคดีนี้มีประเด็นข้อพิพาท 3 ข้อ สำหรับประเด็นข้อ 2 คู่ความแถลงรับกันว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ขอให้ศาลวินิจฉัยเองได้ จึงไม่จำต้องสืบพยาน ส่วนประเด็นข้อ 3 เป็นผลมาจากการวินิจฉัยประเด็นข้อ 2 จึงไม่ต้องสืบพยานเช่นเดียวกัน ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานประเด็นข้อ 2 และข้อ 3จึงเป็นการชอบแล้ว ส่วนประเด็นข้อ 1 ที่ว่า การขายฝากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาทเป็นโมฆะหรือไม่ ปรากฏว่าคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 11284/2524 ของศาลแพ่งที่ศาลชั้นต้นสั่งให้รอฟังผลนั้น โจทก์และจำเลยที่ 2 และที่ 3 พิพาทกันเกี่ยวกับที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรายเดียวกัน ซึ่งในคดีดังกล่าวจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องขับไล่โจทก์ (คดีนี้)

ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอ้างว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยรับซื้อฝากจากโจทก์และหลุดเป็นสิทธิแล้ว โจทก์ (คดีนี้)ให้การต่อสู้ว่า ไม่มีเจตนาขายฝากที่ดินพิพาท ต่อมาภายหลังจึงทราบว่าเป็นการจดทะเบียนขายฝาก เป็นทำนองว่าเข้าใจผิดในสาระสำคัญของสัญญา ซึ่งถ้าเป็นความจริงดังต่อสู้ สัญญาขายฝากย่อมเป็นโมฆะ ซึ่งเป็นประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยในคดีนี้ตามประเด็นข้อ 1 อยู่แล้วจึงเป็นประเด็นเดียวกัน เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยคดีดังกล่าวว่า ข้อต่อสู้ของโจทก์ (คดีนี้) ซึ่งเป็นจำเลยในคดีดังกล่าวรับฟังไม่ได้ พิพากษายืนให้ขับไล่โจทก์(คดีนี้) ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพิพาท คดีถึงที่สุดแล้วเท่ากับศาลฎีกาฟังว่าการขายฝากไม่เป็นโมฆะและที่ดินกับสิ่งปลูกสร้างตกเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ในคดีนี้นั่นเองทั้งฝ่ายจำเลยก็อ้างสำนวนดังกล่าวเป็นพยานในคดีด้วยข้อเท็จจริงจึงเป็นการเพียงพอที่จะนำมาวินิจฉัยประเด็นข้อ 1ได้แล้ว ไม่จำต้องสืบพยานต่อไป ศาลชั้นต้นจึงสั่งงดสืบพยานเสียได้

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
เสงี่ยม ทวีชัยการ · ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1183/2545

บทบัญญัติตามพระราชบัญญัติล้มละลายฯ มาตรา 90/26 แสดงโดยแจ้งชัดแล้วว่า หากเจ้าหนี้ประสงค์จะได้รับชำระหนี้ในการฟื้นฟูกิจการจะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ตามวิธีการที่กฎหมายระบุไว้ โดยบทบัญญัติวรรคหนึ่งของมาตร…

Supreme Court Judgment No. 637/2567

คดีนี้กับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 502/2560 ของศาลชั้นต้น มีประเด็นข้อพิพาทอย่างเดียวกันว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 4570 เนื้อที่ 138 ตารางวา ที่พิพาท และบ้านเลขที่ 5 ที่ป…

Supreme Court Judgment No. 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

Supreme Court Judgment No. 8898/2561

เดิมจำเลยฟ้องโจทก์ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินพิพาทไม่ใช่ที่ดินสาธารณประโยชน์ ต่อมาโจทก์ฟ้องจำเลยขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินสาธารณประโยชน์เป็นคดีนี้ คดีนี้กับคดีดังกล่าวจึงมีประเด็นข้อ…

Supreme Court Judgment No. 2854/2561

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์และจำเลยหย่ากันและแบ่งสินสมรส ประเด็นในคดีก่อนมีว่า มีเหตุหย่าหรือไม่ หากศาลพิพากษาให้หย่า จึงจะมีการแบ่งสินสมรสว่ามีทรัพย์สินใดที่เป็นสินสมรส เมื่อศาลพิพากษายกฟ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up