คำฟ้องและคำให้การ
ได้ความว่าเมื่อประมาณ ๔ ปีมาแล้วจำเลยได้เช่าเรือเอี้ยมจุ๊นของโจทก์ไปบรรทุกหิน แล้วจำเลยกลับลงชื่อเป็นเจ้าของเสียเองโจทก์จึงฟ้องเรียกเรือคืนจากจำเลยอยู่ ศาลล่างทั้ง ๒ ฟังว่าเรือรายพิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษาให้จำเลยคืนเรือให้โจทก์ จำเลยฎีกาว่า การที่ศาลเรียกใบทะเบียนเรือจากจำเลยโดยไม่มีใครอ้างเป็นการผิดกระบวนพิจารณา แลว่าเรือตกมาอยู่แก่จำเลย ๖-๗ ปี จำเลยย่อมได้กรรมสิทธิ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลจะเรียกหลักฐานอะไรมาเป็นพะยานของศาลก็ได้ ไม่ผิดกระบวนพิจารณา และเห็นว่าจำเลยครอบครองเรือโดยอำนาจโจทก์ แม้จะเกิน ๕ ปีก็ไม่ได้กรรมสิทธิ แลคดีนี้โจทก์ก็เรียกเรือคืนลายในกำหนดอายุความ ๑๐ ปีจึง
Result
พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์