คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494คนร้ายได้เข้าไปในห้องเรือนเคหะสถานของพลทหารทนง ทองอินทร์โดยไม่ได้รับอนุญาต และได้ลักทรัพย์ต่าง ๆ ของพลทหารทนงซึ่งเก็บไว้ในเคหะสถานนั้นไปหลายอย่าง ตามบัญชีท้ายฟ้องรวมราคา 8,157 บาทต่อมาในวันที่ 7 เดือนเดียวกัน เวลากลางวัน เจ้าทรัพย์และเจ้าพนักงานตำรวจค้นได้เข็มทิศ 1 อัน ฯลฯ ได้จากลิ้นชักตู้ของจำเลยทั้งนี้โดยจำเลยกับพวกสมคบกันลักทรัพย์ทั้งหมดนั้นมา หรือมิฉะนั้นจำเลยก็รับเอาทรัพย์ดังกล่าวแล้วไว้จากโจร โดยรู้ว่าเป็นของร้ายได้มาจากการกระทำผิดกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 293, 294, 321จำเลยปฏิเสธศาลชั้นต้นเห็นว่า ตามฟ้องยังเข้าใจไม่ได้ว่า
โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยลักทรัพย์หรือรับของโจร เมื่อวันเดือนปีใด จึงพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ฟ้องโจทก์แบ่งการกล่าวหาออกเป็น 2 ระยะคือระยะแรกหาว่า ระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494 เวลาค่ำคืนจำเลยเป็นคนร้ายลักทรัพย์รายนี้ ในระยะที่ 2 คือเวลาค่ำคืนระหว่างวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2494 ซึ่งอยู่ในระยะเวลาที่คนร้ายลักเอาทรัพย์ไปจนถึงวันที่ 7พฤศจิกายน 2494 เวลากลางวัน ซึ่งจับของกลางได้จากโต๊ะของจำเลยนั่นเอง เป็นวันเวลาที่โจทก์กล่าวหาว่าจำเลยได้รับของโจร ฉะนั้นฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาพิพากษาใหม่จำเลยฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องของโจทก์ในคดีนี้ ได้มีวันเดือนปีที่หาว่าจำเลยทำผิดไว้แล้ว ดังที่ศาลอุทธรณ์ได้แยกข้อหาออกให้เห็นได้ชัดแล้ว
Result
จึงพิพากษายืน