Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3957/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คู่ความคดีก่อนกับคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน ประเด็นที่ได้วินิจฉัยเป็นอย่างเดียวกันว่า กันสาดหน้าต่างตึกแถวของจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์หรือไม่ และกันสาดตามฟ้องคดีนี้ก็คือกันสาดเดิมตามฟ้องในคดีก่อน มิได้มีการต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงอันจะเป็นการละเมิดครั้งใหม่ เมื่อคดีก่อนศาลชั้นต้นวินิจฉัยตามคำท้าของคู่ความว่ากันสาดไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ พิพากษายกฟ้องคดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ย่อมต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนและจะมาฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลกลับมาวินิจฉัยซ้ำในประเด็นเดียวกันอีกหาได้ไม่ ฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานต่อไปมิได้ขอให้ชนะคดีตามคำฟ้อง โจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาอย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์สูงกว่าอัตราขั้นสูงตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ แม้โจทก์จะมิได้ยกขึ้นฎีกา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 103430 เนื้อที่ 7 ตารางวาจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงด้านทิศตะวันออกประมาณต้นปี 2531 จำเลยก่อสร้างตึกในที่ดินของจำเลยดังกล่าวต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2532 โจทก์พบว่าตึกของจำเลยมีกันสาดหน้าต่างรุกล้ำที่ดินของโจทก์กว้างประมาณ 1.20 เมตรยาวประมาณ 2 เมตรโจทก์แจ้งให้จำเลยรื้อถอนกันสาด จำเลยเพิกเฉย ทำให้โจทก์เสียหายไม่อาจสร้างอาคารในที่ดินของโจทก์ได้ต้องเสียเงินวางมัดจำค่าจ้างแรงงานและค่าอุปกรณ์การก่อสร้างรวม60,000 บาท และไม่อาจให้เช่าที่ดินดังกล่าวได้ ต้องขาดประโยชน์เดือนละ 6,000 บาทโจทก์ขอคิดค่าเสียหายก่อนวันฟ้องเพียง 3 เดือน เป็นเงิน 18,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนกันสาดและสิ่งปลูกสร้างของจำเลยส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ห้ามจำเลยและบริวารเข้าไปเกี่ยวข้อง ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย 78,000 บาท และค่าเสียหายนับแต่วันฟ้องเดือนละ 6,000 บาท แก่โจทก์จนกว่าจะเลิกเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์จำเลยให้การว่า

ฟ้องคดีนี้เป็นซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1926/2532 ของศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะที่ดินตามฟ้องเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินซึ่งพลเมืองใช้ร่วมกัน ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งงดสืบพยานโจทก์และจำเลยแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 2,000 บาทแทนจำเลยโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 103430 ตำบลมะขามหย่ง อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เนื้อที่ 7 ตารางวา เดิมเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เลขที่ 4จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินข้างเคียงทางทิศตะวันออกของที่ดินของโจทก์ เมื่อวันที่ 12มิถุนายน 2532

โจทก์ฟ้องจำเลยว่า จำเลยก่อสร้างกันสาดหน้าต่างรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์กว้างประมาณ 1 เมตร ยาวประมาณ 50 ถึง 60 เซนติเมตร ขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนและให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 26,000 บาท

จำเลยให้การต่อสู้คดี ชั้นพิจารณาโจทก์จำเลยไม่ติดใจสืบพยาน โดยตกลงท้ากันว่า ให้เจ้าพนักงานที่ดินทำการรังวัดที่ดินตรงกันสาดของตึกแถวในที่ดินของจำเลยตามภาพถ่ายท้ายหนังสือ หากเจ้าพนักงานที่ดินรายงานว่ากันสาดอยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ จำเลยยอมแพ้คดีและยอมใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 10,000 บาท แต่ถ้าเจ้าพนักงานที่ดินรายงานว่ากันสาดดังกล่าวไม่ได้อยู่ในที่ดินของโจทก์ โจทก์ยอมแพ้คดี ต่อมาเจ้าพนักงานที่ดินได้รังวัดแล้วผลปรากฏว่ากันสาดไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ ศาลชั้นต้นจึงพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้วตามสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1926/2532 ของศาลชั้นต้น คดีคงมีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่า ฟ้องคดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อนตามสำนวนคดีแพ่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวหรือไม่ในปัญหาข้อนี้เห็นว่า

คู่ความคดีก่อนกับคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน ประเด็นที่ได้วินิจฉัยในคดีก่อนกับประเด็นในคดีนี้ก็คือประเด็นเดียวกันว่า กันสาดหน้าต่างตึกแถวของจำเลยอยู่ในที่ดินของโจทก์หรือไม่ โดยในคดีก่อนศาลชั้นต้นวินิจฉัยตามคำท้าของคู่ความว่ากันสาดไม่ได้อยู่ในเขตที่ดินของโจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ย่อมต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีก่อนดังกล่าวและจะมาฟ้องคดีนี้เพื่อขอให้ศาลกลับมาวินิจฉัยซ้ำในประเด็นเดียวกันอีกหาได้ไม่ ข้ออ้างต่าง ๆ ตามฎีกาของโจทก์มิใช่ข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 และกันสาดตามฟ้องคดีนี้ก็คือกันสาดเดิมตามฟ้องในคดีก่อนมิได้มีการต่อเติมหรือเปลี่ยนแปลงอันจะเป็นการละเมิดครั้งใหม่ตามที่โจทก์อ้างในฎีกา

ฟ้องคดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน ดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น แต่โจทก์อุทธรณ์และฎีกาขอให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาสืบพยานต่อไป มิได้ขอให้ชนะคดีตามคำฟ้องโจทก์จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาอย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้คือชั้นศาลละ 200 บาท ซึ่งต้องคืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เกินมาให้แก่โจทก์ และเมื่อเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ในชั้นอุทธรณ์แล้ว การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 กำหนดให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยเป็นเงิน 2,000 บาท จึงสูงกว่าอัตราขั้นสูงตามกฎหมายซึ่งกำหนดไว้เพียง 1,500 บาทปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน

ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้แม้โจทก์จะมิได้ยกขึ้นฎีกาพิพากษายืน แต่ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนจำเลยและให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 1,500 บาท แทนจำเลย คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เกินกว่าชั้นศาลละ 200 บาท แก่โจทก์"

Matter details

Panel of judges
วสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ · วีระศักดิ์ รุ่งรัตน์ · วิบูลย์ มีอาสา
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

Supreme Court Judgment No. 4005/2552

โจทก์มีสิทธิขอบังคับตามตั๋วสัญญาใช้เงินโดยไม่จำต้องบังคับจำนำเอากับหุ้นก่อน แต่โจทก์ต้องตั้งรูปบรรยายฟ้องและคิดคำนวณยอดหนี้ตามตั๋วสัญญาใช้เงินอย่างเดียวโดยไม่กล่าวถึงการบังคับจำนำเอากับหุ้นที่จำเลยจำน…

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 109353)

โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขคำฟ้องทั้งสองสำนวนโดยตั้งประเด็นใหม่ว่านิติกรรมการซื้อขายที่ดินพิพาททั้งสองแปลงเป็นโมฆะซึ่งศาลชั้นต้นอนุญาตตามคำร้องของโจทก์นั้นแล้ว และจำเลยทั้งห้าก็ได้ขอแก้ไขคำให้การทั้งสองสำน…

Supreme Court Judgment No. 7940/2540

ล.บิดาของโจทก์ทั้งสาม และ ด.เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิม ต่อมา ล.ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 และ ด. แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และ ด.ได้ที่ดินพิพาทเป็นอัตราส่วนเพียงใด ต้องถือว่าโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 7377/2538

โจทก์ทั้งสองฟ้องขอให้เพิกถอนสิทธิบัตรการประดิษฐ์ของจำเลยโดยโจทก์ทั้งสองอ้างว่าสิทธิบัตรดังกล่าวของจำเลยเป็นสิทธิบัตรที่ไม่สมบูรณ์เพราะขัดต่อ พ.ร.บ. สิทธิบัตร พ.ศ.2522 มาตรา 5 และปรากฏว่าโจทก์ทั้งสองซึ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up