Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 398/2521

พ.ศ. 2521 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำว่าผู้ประกอบการค้าตามประมวลรัษฎากร มีความหมายกว้างกว่าคำว่า พ่อค้าในมาตรา 165(1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพราะคำว่าการค้าในประมวลรัษฎากร มาตรา 77 หมายความรวมถึงการประกอบธุรกิจและอื่น ๆ อีกด้วย ดังนั้นปัญหาว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าที่ดินหรือไม่ จึงมิใช่จะอาศัยแต่เพียงโจทก์ไปซื้อที่ดิน แล้วขายไปเป็นปกติธุระหรือไม่ แต่ต้องอาศัยพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไปของโจทก์ประกอบกันโจทก์ซื้อที่ดินไว้เป็นจำนวนถึงร้อยกว่าโฉนด โดยไม่ปรากฎว่าได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และได้ขายไปเป็นจำนวนถึง 20 กว่าโฉนดในระยะเวลา 3 ปี มีกำไรทุกแปลงบางแปลงกำไรหลายเท่าตัว ส่วนมากขายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรมซึ่งโจทก์ซื้อที่ดินเหล่านั้นไว้ในระยะเวลาที่ทางการมีนโยบายจะให้ท้องที่นั้นเป็นย่านอุตสาหกรรม ดังนี้ ย่อมแสดงว่าโจทก์มีจุดมุ่งหมายในการซื้อที่ดินจำนวนมากเหล่านั้นไว้ เพื่อขายหากำไรเป็นสำคัญ การที่โจทก์ซื้อที่ดินไว้โดยมุ่งในทางการค้า หรือหากำไรมาแต่เดิม และได้ขายที่ดินดังกล่าวไปเป็นทางการค้าหรือหากำไร ถือได้ว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 11 และต้องเสียภาษีเงินได้จากรายรับ เพราะเงินที่โจทก์ได้รับจากการขายที่ดินเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) ทั้งไม่เข้าข่ายที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ตามความในมาตรา 42(9)

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 40 ป.รัษฎากร Section 42 ป.รัษฎากร Section 77 ป.พ.พ. Section 165

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มิใช่ผู้ประกอบการค้าประเภท 11 การค้าอสังหาริมทรัพย์ตามบัญชีอัตราภาษีการค้า เพราะโจทก์ซื้อที่ดินไว้โดยมุ่งจะเก็บสะสมเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานและเพื่อจะใช้ที่ดินเป็นหลักประกัน จัดหาเงินทุนหมุนเวียนใช้ในกิจการของบริษัทต่าง ๆ ที่โจทก์เป็นเจ้าของ ที่โจทก์ขายที่ดินไปบ้างก็ด้วยความจำเป็นไม่ได้หวังในทางการค้าหรือหากำไร โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ และภาษีการค้าตามที่จำเลยประเมิน ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์จำเลยทั้งสี่ให้การว่า การประเมินของเจ้าพนักงานประเมินชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 77 นิยามคำว่า

"การค้า" ให้หมายความว่า การประกอบธุรกิจ การพาณิชย์ การอุตสาหกรรม การเกษตร การผลิต การนำเข้า การส่งออกหรือการให้บริการใด ๆ เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่า และตามบัญชีอัตราภาษีการค้าประเภทการค้า 11 การขายอสังหาริมทรัพย์เป็นทางค้าหรือหากำไร ผู้ประกอบการค้ามีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้า ดังนั้น ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยจึงอยู่ที่ว่า โจทก์ขายที่ดินเป็นทางการค้าหรือหากำไรหรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าตามพฤติการณ์ของโจทก์ที่ซื้อที่ดินไว้เป็นจำนวนถึงร้อยกว่าโฉนด โดยไม่ปรากฏว่าได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน และได้ขายไปเป็นจำนวนถึง 20 กว่าโฉนดในระยะเวลา 3 ปี มีกำไรทุกแปลง บางแปลงกำไรหลายเท่าตัว ส่วนมากขายให้แก่โรงงานอุตสาหกรรม ในเขตจังหวัดสมุทรปราการซึ่งโจทก์ซื้อที่ดินเหล่านั้นไว้ในระยะเวลาที่ทางการมีนโยบายที่จะให้ท้องที่นั้นเป็นย่านอุตสาหกรรม ย่อมแสดงว่าโจทก์มีจุดมุ่งหมายในการซื้อที่ดินจำนวนมากเหล่านั้นไว้เพื่อขายหากำไรเป็นสำคัญที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ต้องการสะสมไว้ให้เป็นมรดกตกทอดให้แก่ลูกหลานของโจทก์นั้น ยังไม่มีเหตุผลที่จะให้รับฟังเช่นนั้นได้ เพราะถ้าโจทก์มีความตั้งใจจริงเช่นนั้น โจทก์ก็ต้องไม่ขายที่ดินเหล่านั้นไปในระหว่างที่โจทก์ยังมีชีวิตอยู่

เว้นแต่จะมีเหตุจำเป็นจริง ๆ เช่น เพื่อการครองชีพเป็นต้น ที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ซื้อที่ดินจำนวนมากไว้เพื่อเป็นประกันการเปิดเครดิตกับธนาคาร เนื่องจากโจทก์มีการค้าที่ต้องใช้เครดิตกับธนาคารมากก็ดี หรือขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่ายในการจัดสร้างเมืองโบราณของบริษัทเมืองโบราณก็ดีนั้น กลับเป็นเหตุผลแสดงว่า โจทก์ซื้อที่ดินไว้เพื่อหาประโยชน์อันมีมูลค่าและได้ขายที่ดินเอาเงินมาลงทุนทำการค้าต่อไปอีกนั่นเอง เพราะการหาเครดิตจากธนาคารเป็นการกระทำเพื่อประโยชน์ในการค้าของโจทก์ และธนาคารย่อมไม่ให้เครดิตแก่โจทก์เกินกว่าราคาที่ดิน ถ้าโจทก์ไม่หวังว่า ราคาที่ดินจะสูงขึ้น โจทก์ก็คงไม่ซื้อเอาไว้เพราะโจทก์ย่อมใช้เงินที่จ่ายไปในการซื้อที่ดินเป็นทุนหมุนเวียนในการค้าได้อยู่แล้ว โดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการขอเครดิตจากธนาคาร

เมืองโบราณที่โจทก์สร้างขึ้น โจทก์ก็เก็บค่าธรรมเนียมจากคนเข้าชมคนละห้าสิบบาท มีลักษณะเป็นการค้า หรือหากำไร ศาลฎีกาจึงเห็นพ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ที่วินิจฉัยว่า โจทก์ซื้อที่ดินไว้โดยมุ่งทางการค้าหรือหากำไรมาแต่เดิม และได้ขายที่ดินดังกล่าวไปเป็นทางการค้าหรือหากำไรเป็นส่วนตัว ถือได้ว่าเป็นผู้ประกอบการค้า มีหน้าที่ต้องเสียภาษีการค้าในประเภทการค้า 11 และต้องเสียภาษีเงินได้จากรายรับ เพราะเงินที่โจทก์ได้รับจากการขายที่ดินเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40(8) ทั้งไม่เข้าข่ายที่จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ตามความในมาตรา 42(9) แม้โจทก์จะได้แจ้งข้อยกเว้นไว้ใน ภ.ง.ด.9 แล้วก็ตามที่โจทก์ฎีกาและยื่นคำแถลงการณ์ประกอบว่า

โจทก์นำพยานมาสืบฟังได้ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ค้าที่ดิน แต่ค้าขายอย่างอื่น และโจทก์ขายที่ดิน 20 กว่าโฉนดให้ผู้ซื้อเพียง 5 รายเท่านั้น ที่โจทก์ขายที่ดินให้กับโรงงานอุตสาหกรรมก็เพราะถูกอ้อนวอนขอซื้อเพื่อขยายโรงงานโจทก์จึงยอมขายให้ และได้อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1049/2512 ซึ่งวินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่าคำว่าพ่อค้าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) ต้องถือตามความรู้สึกของประชาชนทั่ว ๆ ไปเข้าใจกัน คือความหมายถึงผู้ที่ประกอบการค้าโดยซื้อสินค้าแล้วขายไปเป็นปกติธุระ ซึ่งพ่อค้าในที่นี้ย่อมหมายความถึงผู้ประกอบการค้านั่นเอง โจทก์มิได้ประกอบการค้าที่ดินเป็นปกติธุระ โจทก์จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้าหรือภาษีประเภทอื่นนั้น

เห็นว่าการที่จะถือว่าโจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าที่ดินหรือไม่นั้น มิใช่จะอาศัยแต่เพียงเหตุทั้งหมดดังที่โจทก์อ้างแต่ต้องอาศัยพฤติการณ์ทั่ว ๆ ไป ของโจทก์ประกอบกันเป็นประมาณ ดังที่ได้วินิจฉัยแล้วข้างต้นและคำว่าผู้ประกอบการค้า ตามประมวลรัษฎากร มีความหมายกว้างกว่า คำว่า พ่อค้าในมาตรา 165(1) ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพราะคำว่าการค้าในประมวลรัษฎากร มาตรา 77 หมายความรวมถึงการประกอบธุรกิจ และอื่น ๆ อีกด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ · ปรีชา สุมาวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5133/2533

โจทก์ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งแล้วขายไปได้กำไรเพียงเล็กน้อย แต่โจทก์ซื้อมาแล้วขายไปภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีเศษ และก่อนขายที่ดินแปลงนี้ โจทก์ก็ได้ขุดหน้าดินไปถมที่ดินของคนอื่นซึ่งโจทก์รับเหมาถมที่ดินไปแล้ว เม…

Supreme Court Judgment No. 7535/2554

ทางราชการจ่ายเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายเป็นรายเดือนเท่ากันทุกเดือนแก่เฉพาะข้าราชการระดับสูงที่มีสิทธิได้รับรถประจำตำแหน่ง ถือเป็นเงินที่โจทก์ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นจากการทำงานนอกเหนือไปจากเงินเดือนและเงินปร…

Supreme Court Judgment No. 3322/2554

หนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาระบุปีภาษี รายละเอียดแสดงการคำนวณภาษี ภาษีที่ต้องชำระ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ทั้งแสดงเหตุผลที่ประเมินไว้ท้ายหนังสือดังกล่าว สำหรับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีมูล…

Supreme Court Judgment No. 1045/2551

ป.รัษฎากร มาตรา 42 ทวิ เป็นบทบัญญัติที่ให้สิทธิแก่ผู้มีเงินได้พึงประเมินในการหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) และ (2) โดยมิได้กำหนดหลักเกณฑ์บังคับว่าต้องหักค่าใช้จ่ายอย่างไร โจทก์ที่ 2…

Supreme Court Judgment No. 6220/2549

ป.รัษฎากรฯ มาตรา 42 ทวิ เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่ผู้มีเงินได้พึงประเมินที่จะได้รับประโยชน์ในการหักค่าใช้จ่ายจากเงินได้ของตน ทั้งที่เป็นเงินได้เนื่องจากการจ้างแรงงานไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าจ้าง ตามมาตร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up