Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3986/2564

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมอยู่ในความครอบครองของจำเลยมาแต่แรก เจ้าพนักงานตำรวจค้นพบของกลางทั้งหมดภายในบ้านจำเลย หาได้กระทำการใดอันเป็นการก่อให้จำเลยจัดหามาไว้ในความครอบครองของตนซึ่งธนบัตรปลอมดังกล่าว การล่อซื้อน้ำยาเคมีล้างกระดาษให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐของเจ้าพนักงานตำรวจเป็นเพียงการแสวงหาพยานหลักฐานมาเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเท่านั้น มิใช่จำเลยขาดเจตนากระทำความผิดมาแต่แรกแล้วเจ้าพนักงานตำรวจเป็นผู้ชักจูงใจหรือก่อให้จำเลยกระทำความผิดอันเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย การสอบสวนชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง จำเลยเก็บธนบัตรปลอมไว้ในบ้านจำนวนมากลักษณะที่พร้อมจะนำออกมาใช้เองหรือมอบต่อให้ผู้อื่นใช้ดังเช่นธนบัตรจริง กับนำออกแสดงต่อเจ้าพนักงานตำรวจผู้ล่อซื้อเพื่อให้หลงเชื่อหรือสนใจซื้อน้ำยาเคมีจากจำเลยด้วย ถือเป็นการมีธนบัตรปลอมไว้ในครอบครองเพื่อนำออกใช้แล้ว

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91, 240, 244, 247, 248 นับโทษจำคุกจำเลยต่อจากโทษจำคุกของจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1155/2562 ของศาลชั้นต้น ริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 ประกอบมาตรา 247, 244 ประกอบมาตรา 247 เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมเงินตราซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้ และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราปลอมซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้ ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 ประกอบมาตรา 247 แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 248 จำคุก 7 ปี นับโทษจำคุกจำเลยในคดีนี้ต่อจากโทษจำคุกจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.210/2563 ของศาลชั้นต้น ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 ประกอบมาตรา 247 ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานปลอมเงินตราซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 240 ประกอบมาตรา 247 ส่วนโทษและนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 พันตำรวจเอกวชิระ ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีบุคคลจำหน่ายน้ำยาเคมีที่สามารถล้างกระดาษสีดำให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐซึ่งเป็นธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาได้ จึงวางแผนล่อซื้อโดยให้สายลับแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ของพันตำรวจเอกวชิระแก่บุคคลดังกล่าว ในวันและเวลาเกิดเหตุจำเลยโทรศัพท์ติดต่อพันตำรวจเอกวชิระให้เดินทางไปพบที่ร้านกาแฟภายในสถานีบริการน้ำมัน ปตท. แล้วจำเลยเปิดภาพเคลื่อนไหวในโทรศัพท์เคลื่อนที่ของตนให้พันตำรวจเอกวชิระดูเพื่อสาธิตการใช้น้ำยาเคมีล้างกระดาษให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ และจำเลยเสนอขายน้ำยาเคมีแก่พันตำรวจเอกวชิระราคาหลอดละ 4,300,000 บาท

จากนั้นจำเลยพาพันตำรวจเอกวชิระไปยังที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นบ้านจำเลยเพื่อดูธนบัตรปลอมที่ล้างด้วยน้ำยาเคมีแล้ว ระหว่างที่จำเลยให้พันตำรวจเอกวชิระดูธนบัตรดอลลาร์สหรัฐที่เป็นของปลอม เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้นำหมายค้นของศาลชั้นต้น เข้าตรวจค้นที่เกิดเหตุ ผลการตรวจค้นพบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐที่เป็นของปลอมฉบับละ 100 ดอลลาร์ จำนวน 5,637 ฉบับ คิดเป็นเงินไทย 15,098,497.50 บาท และของกลางอื่น สำหรับความผิดฐานปลอมเงินตราซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้อง โจทก์ไม่ฎีกา จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า จำเลยกระทำความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราปลอม ซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้หรือไม่

เห็นว่า ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐที่เป็นของปลอมอันเป็นของกลางคดีนี้อยู่ในความครอบครองของจำเลยมาแต่แรก โดยเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมตรวจค้นพบของกลางทั้งหมดภายในบ้านจำเลย พันตำรวจเอกวชิระหาได้กระทำการใดอันเป็นการก่อให้จำเลยจัดหามาไว้ในความครอบครองของตนซึ่งธนบัตรปลอมดังกล่าวแต่อย่างใดไม่ การล่อซื้อของพันตำรวจเอกวชิระเป็นเพียงการแสวงหาพยานหลักฐานมาเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยเท่านั้น กรณีมิใช่จำเลยขาดเจตนากระทำความผิดมาแต่แรกแล้วพันตำรวจเอกวชิระเป็นผู้ชักจูงใจหรือก่อให้จำเลยกระทำความผิดอันเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย การสอบสวนชอบแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ข้ออ้างของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยอ้างว่า ธนบัตรปลอมดังกล่าวเป็นของนายบุญธรรมซึ่งถูกเก็บไว้อย่างมิดชิดในกระเป๋าโดยจำเลยมิได้นำออกใช้นั้น

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าพันตำรวจเอกวชิระล่อซื้อน้ำยาเคมีล้างกระดาษสีดำให้กลายเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐที่เป็นของปลอมจากจำเลย แล้วจำเลยพาพันตำรวจเอกวชิระไปยังที่เกิดเหตุเพื่อดูธนบัตรปลอม พฤติการณ์ดังกล่าวย่อมเห็นได้ว่า จำเลยต้องการแสดงให้เห็นว่าธนบัตรปลอมดังกล่าวมีสภาพเหมือนธนบัตรจริงโดยจำเลยเก็บธนบัตรปลอมนั้นไว้ในบ้านของตนเองเป็นจำนวนมากในลักษณะที่พร้อมจะนำออกมาใช้เองหรือมอบต่อให้ผู้อื่นใช้ดังเช่นธนบัตรจริง กับนำออกแสดงต่อพันตำรวจเอกวชิระเพื่อให้หลงเชื่อหรือสนใจจะซื้อน้ำยาเคมีจากจำเลยด้วย อันถือเป็นการมีธนบัตรปลอมไว้ในครอบครองเพื่อนำออกใช้แล้ว โดยมิพักต้องคำนึงถึงว่าธนบัตรปลอมดังกล่าวจะเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใด

อีกทั้งข้อนำสืบของจำเลยที่อ้างว่าธนบัตรปลอมดังกล่าวเป็นของนายบุญธรรมที่บรรจุใส่กระเป๋าแล้วนำมาฝากไว้กับจำเลยโดยจำเลยไม่เคยเปิดกระเป๋าและไม่ทราบว่ามีธนบัตรปลอมของกลางบรรจุอยู่ภายในกระเป๋านั้น จำเลยเพียงแต่อ้างตนเองเป็นพยานเบิกความกล่าวอ้างขึ้นลอย ๆ โดยปราศจากพยานหลักฐานประกอบอื่นมาสนับสนุนให้มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธนบัตรปลอมของกลางมีจำนวนมากถึง 5,637 ฉบับ จึงย่อมขัดต่อวิสัยของปุถุชนที่จะรับฝากกระเป๋าที่บรรจุสิ่งของจำนวนมากเช่นนั้นไว้กับตัวโดยที่ไม่ทราบหรือสอบถามว่าสิ่งของนั้นคืออะไร ข้ออ้างของจำเลยจึงรับฟังไม่ได้ พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อโดยปราศจากความสงสัยว่าจำเลยกระทำความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งเงินตราปลอมซึ่งรัฐบาลต่างประเทศออกใช้

ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการต่อไปว่า มีเหตุสมควรลงโทษจำคุกจำเลยเบาลงหรือไม่ เห็นว่า แม้ธนบัตรปลอมของกลางจะมีจำนวนมาก แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าของกลางยังคงถูกเก็บรักษาอยู่ภายในบ้านจำเลยอย่างมิดชิด ประกอบกับคดีนี้เจ้าพนักงานตำรวจพบการกระทำความผิดของจำเลยเพราะปฏิบัติการล่อซื้อน้ำยาเคมีล้างกระดาษ หาใช่การล่อซื้อธนบัตรปลอมไม่ ข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าจำเลยกำลังจะนำธนบัตรปลอมออกใช้ให้เป็นที่แพร่หลายต่อสาธารณชนอันจะเป็นภัยร้ายแรงแก่สังคมในระยะเวลาอันใกล้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษาลงโทษจำเลยให้จำคุก 7 ปี จึงนับเป็นโทษที่หนักเกินกว่าสภาพความผิด ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา เห็นสมควรกำหนดโทษจำคุกจำเลยให้เบาลง ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยจำคุก 5 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5

Matter details

Panel of judges
สาคร ตั้งวรรณวิบูลย์ · สันต์ชัย ล้อมณีนพรัตน์ · จักรกฤษณ์ อนันต์สุชาติกุล
Lower court
ศาลจังหวัดเชียงราย - นางสาวนงลักษณ์ วันฟั่น
ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสนิท โพชนะกิจ
Supreme Court black case no.
อ.1666/2564
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up