คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกเงินเดือนที่ค้างจากจำเลยทั้ง ๓ ซึ่งเป็นหุ้นส่วนกัน จำเลยทั้ง ๓ ให้การปฏฺเสธแลว่าฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ศาลเดิมพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวเป็นผู้รับผิดชอบใช้เงินรายนี้แก่โจทก์แลเห็นว่าฟ้องโจทก์ยังไม่ขาดอายุความตามประมวลแพ่งมาตรา ๑๖๖
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยทั้ง ๓ รับผิดร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความ เพราะสิทธิเรียกร้องเอาเงินที่มีกำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๑๖๖ กำหนดอายุความ ๕ ปี ส่วนมาตรา ๑๖๕ อนุมาตรา ๘ ใช้บังคับสำหรับเรียกเอาค่าจ้างที่ไม่กำหนดจ่ายเป็นระยะเวลาแลเห็นว่าทางพิจารณาปรากฎว่าเมื่อตกลงคิดเงินเดือนให้โจทก์นั้นจำเลยทั้ง ๓ ยังคงเป็นหุ้นส่วนกันอยู่ การที่จำเลยว่าได้ตกลงเลิกหุ้นส่วนวกันโอนหนี้สินของห้าง ไปให้ตกอยู่แก่จำเลยที่ ๑ ผู้เดียวนั้นไม่ปรากฎว่าโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้รู้เห็นยินยอมด้วย ข้อตกลงระวางจำเลยจึงไม่ผูกพันโจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามประมวลแพ่งมาตรา ๓๕๐
Result
จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์