Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 3993/2541

พ.ศ. 2541 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่รกร้างมีน้ำขัง ตลอดปีเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา ไม่มีผู้ใดครอบครองทำประโยชน์ โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมาติดต่อกันเป็นเวลา 8 ปีเศษเป็นการยืนยันว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมาตั้งแต่ต้น ดังนั้นแม้จำเลยจะให้การว่าโจทก์เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทของจำเลยหลังจากเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินสำหรับที่พิพาทแก่จำเลยแล้ว ซึ่งเป็นเวลาไม่ถึง หนึ่งปีก็ตาม คดีก็ไม่อาจมีประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากจำเลย โจทก์จึงไม่อาจอ้างสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ได้เพราะการแบ่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้น

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองทำประโยชน์ที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมือเปล่า 1 แปลง เนื้อที่1 ไร่ 14 ตารางวา เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนาของที่ดินโฉนดเลขที่ 6361, 6362, 6363 และ 6365 ซึ่งเป็นของโจทก์ โดยไม่มีผู้ใดครอบครองทำประโยชน์ โจทก์เข้าครอบครองใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ปีกและทำประโยชน์อย่างอื่นติดต่อกันมาเป็นเวลา 8 ปีเศษ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำเลยนำรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินพิพาททั้งแปลง โจทก์จึงยื่นคำคัดค้าน เจ้าพนักงานที่ดินสอบสวนเปรียบเทียบพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่จำเลย คำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินที่ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเป็นการไม่ถูกต้องและเป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์

ขอให้พิพากษาว่าที่ดินพิพาทเนื้อที่ 1 ไร่ 14 ตารางวา เป็นของโจทก์ซึ่งโจทก์ใช้สิทธิครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมาย ห้ามจำเลยเข้าไปเกี่ยวข้องจำเลยให้การว่า โจทก์มิใช่เจ้าของผู้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท เดิมที่ดินพิพาทเป็นของนายพูล วิบูลย์ ย่าของจำเลย ต่อมานางพูลโอนที่ดินพิพาทให้แก่นายหวล วิบูลย์ บิดาจำเลยแล้วนายหวลโอนที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยเมื่อปี 2519จำเลยครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบันโจทก์ไม่เคยโต้แย้งคัดค้านเมื่อปี 2531

จำเลยยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานที่ดินขอให้รังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทเจ้าพนักงานที่ดินพิจารณาพยานหลักฐานของจำเลยและโจทก์แล้วเห็นว่า จำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อเนื่องจำเลยมิได้นำรังวัดรุกล้ำที่ดินของโจทก์ สิทธิเหนือที่ดินพิพาทของจำเลยดีกว่าของโจทก์จึงมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินพิพาทแก่จำเลย โจทก์เข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทหลังจากเจ้าพนักงานที่ดินมีคำสั่งให้ออกโฉนดที่ดินแก่จำเลยแล้วซึ่งเป็นเวลาไม่ถึง 1 ปี ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่ดิน

เนื้อที่ 1 ไร่4 ตารางวา เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2531 จำเลยได้ยื่นคำขอรังวัดออกโฉนดที่ดินพิพาทต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์คัดค้านต่อเจ้าพนักงานที่ดินเจ้าพนักงานที่ดินได้สอบสวนเปรียบเทียบพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วให้ออกโฉนดที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยผู้ขอออกโฉนดเพียงผู้เดียว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าที่ดินพิพาทโจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองหรือไม่ศาลฎีกาเห็นว่า เจ้าพนักงานที่ดินได้ทำการไต่สวนและสอบสวนถ้อยคำพยานต่าง ๆ ของคู่กรณีแล้ว จึงมีเหตุผลน่าเชื่อว่ารายงานดังกล่าวทำตรงกับความเป็นจริง เพราะเจ้าพนักงานที่ดินไม่มีส่วนได้เสียกับคู่กรณี ดังนั้น พยานหลักฐานของจำเลยมีน้ำหนักน่าเชื่อฟังมากกว่าของโจทก์ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่าจำเลยมีสิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทปัญหาต่อไปที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทด้วยความสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของเกิน 1 ปี โดยไม่มีผู้ใดโต้แย้งคัดค้านถือได้ว่าโจทก์ได้แย่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากจำเลยเกิน1 ปีแล้ว ที่ดินพิพาทจึงตกเป็นสิทธิของโจทก์หรือไม่ เห็นว่าตามคำฟ้องโจทก์บรรยายว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่รกร้างมีน้ำขังตลอดปีเป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา ไม่มีผู้ใดครอบครองทำประโยชน์โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตอลดมาติดต่อกันเป็นเวลา 8 ปีเศษ โจทก์ได้เข้าครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายจากคำฟ้องดังกล่าวแสดงว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินมาตั้งแต่ต้น กรณีไม่อาจมีปัญหาเรื่องการแบ่งการครอบครองที่ดินพิพาทจากจำเลยแต่อย่างใด โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดมีขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของผู้อื่นเท่านั้นพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ธรรมนูญ โชคชัยพิทักษ์ · สมชัย สายเชื้อ · วิรักษ์ เอื้ออังกูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7940/2540

ล.บิดาของโจทก์ทั้งสาม และ ด.เป็นผู้ถือสิทธิครอบครองที่พิพาทมาแต่เดิม ต่อมา ล.ยกที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ที่ 1 และ ด. แต่เมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ที่ 1 และ ด.ได้ที่ดินพิพาทเป็นอัตราส่วนเพียงใด ต้องถือว่าโจทก์…

Supreme Court Judgment No. 6963/2540

เมื่อปรากฏตามคำฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์อ้างสิทธิในการขอเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ของจำเลยที่ 1และที่ 2 ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้ซื้อมาจากจำเลยที่ 1 ก่อนขายให้แก่จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 ขอออกหนังสือรับรองกา…

Supreme Court Judgment No. 5764/2537

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 ทายาทโดยธรรมมีหกลำดับแต่ละลำดับมีสิทธิได้รับมรดกก่อนหลัง อันดับที่ 1 คือผู้สืบสันดานซึ่งตามมาตรา 1627บุตรนอกกฎหมายที่บิดาได้รับรองแล้วให้ถือว่าเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบ…

Supreme Court Judgment No. 6878/2537

คดีนี้มีจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกาไม่เกินสองแสนบาทจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่งที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้สิทธิครอบครองในที่ดินพิพาทแล้ว…

Supreme Court Judgment No. 2284/2529

ประเด็นข้อพิพาทซึ่งปรากฏจากคำฟ้องและคำให้การแต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยไว้ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องย้อนสำนวน. การครอบครองที่พิพาทเพื่อทำกินต่างดอกเบี้ยเป็นการครอบครองโดยอ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up