Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4/2498

พ.ศ. 2498 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด)ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฏหาย จำเลยทำนิติกรรรมผูกพันสินบริคณหโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ร้องสดและไม่ได้ให้สัตยาบันจึงบอกล้างโมฆียะกรรม เมื่อโจทก์กล่าวแก้แต่เพียงว่าผู้ร้องสอดมิได้เป็นสามีโดยชอบด้วยกฏหมายดังนี้ประเด็นคงมีว่าผู้ร้องสอดกับจำเลย เป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่เท่านั้น ไม่มีประเด็นไปถึงเรื่องภริยาร้างในระหว่างภริยาทำนิติกรรมขายฝากให้แก่โจทก์แล้วหรือไม่, เมื่อภริยาทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยินยอมจากสามีและสามีไม่ได้ให้สัดยาบันสามีจึงบอกล้าง นิติกรรมนั้นได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่านางปินจำเลยได้ทำสัญญาขายฝากที่บ้านหนึ่งแปลงพร้อมด้วยเรือนและยุ้งข้าว ตำบลในเวียง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ มีกำหนด ๑ ปี พ้นกำหนดแล้วโจทก์จะเข้าครอบครองทรัพย์พิพาท จำเลยกลับขัดขวางและโต้แย้งกรรมสิทธิ์ จึงขอให้ศาลสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ และห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้ขายฝาก เป็นแต่กู้เงินไปและเอาอสังหาริมทรัพย์ประกัน สัญญาได้ทำที่อำเภอจริงโดยเข้าใจว่าเป็นสัญญาจำนอง หากเป็นสัญญาขายฝากก็ถูกโจทก์ใช้กลฉ้อฉลซึ่งจำเลยเพิ่งทราบ ขอบอกล้างโมฆียะกรรมอนึ่งจำเลยเป็นหญิงมีสามี นายเลยสามีได้บอกล้างโมฆียะกรรมรายนี้แล้ว นายเลยร้องสอดว่า เป็นสามีจำเลยก่อนใช้ประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ และยังคงเป็นสามีภริยากันอยู่

เพิ่งทราบว่าจำเลยไปทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยผู้ร้องสอดไม่ได้ให้ความยินยอมหรือสัตยบัน ขอบอกล้างโมฆียะกรรม โจทก์คัดค้านว่า นายเลยไม่ได้เป็นสามีจำเลยโดยชอบด้วยกฏหมาย จำเลยรับว่าได้ทำสัญญากับโจทก์ตามสำเนาท้ายฟ้องจริง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ๑.นายเลยกับจำเลยเป็นสามีภริยากันโดยมิชอบด้วย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายลักษณะผัวเมีย พ.ศ. ๒๔๗๓ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๔๗๕ จำเลยจึงทำนิติกรรมได้โดยไม่ต้องรับความยินยอมจากสามี ๒.จำเลยเข้าใจสัญญาที่ผูกพันคนดีแล้ว พิพากษาว่าทรัพยืพิพาทเป็นกรรมสิทธ์ของโจทก์ ให้จำเลยและบริวารออกภายใน ๑ เดือน จำเลยและนายเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ผู้ร้องสอดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมกฏหมายลักษณะผัวเมีย พ.ศ ๒๔๗๓ งดใช้แล้ว (ประกาศ ๑๘ พ.ย. ๒๔๗๕) เพิงประกาศใช้ป.พ.พ. บรรพ ๕ เมื่อวันที่ ๑ ก.ค. ๒๔๗๘ จำเลยกับนายเลยอยู่ร้องสอดเป็นสามีภริยากันตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ จึงชอบด้วยกฏหมายแต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าก่อนจำเลยได้มรดำทรัพยืพิพาทเรื่อยมาจนจำเลยขายฝากทรัพย์พิพาทแก่โจทก์ นายเลยได้ทิ้งร้างจำเลยแล้วทรัพย์พิพาทจึงไม่เป็นสิบสมรส จำเลยมีสิทธิเอาไปทำนิติกรรมได้ด้วยตนเอง เมื่อโจทก์สืบได้ว่าจำเลยสมัครใจทำสัญญาขายฝากจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอดฏีกาต่อมา ศาลฏีกาเห็นว่า จำเลยได้นำสัญญาขายฝากแก่โจทก์โดยแจ้งชัดข้อเท็จจริงมิได้ปรากฏว่าเป็นเรื่องกลฉ้อฉลหรือนิติกรรมอำพรางอย่างใด

ปัญหาเรื่องภริยาร้างนั้นข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่ฝ่ายจำเลยและผู้ร้องสอดนำสืบว่าเป็นภริยากันโดยชอบด้วยกฏหมายจริงและยังมิได้มีการหย่าขาดจากกัน ส่วนเรื่องภริยาร้างหรือไม่นั้น ไม่ใช่ปัญหาในครดีเรื่องนี้ เพราะไม่มีคู่ความฝ่ายใดเสนอให้เป็นประเด็นชี้ขาดกล่าวคือนายเลยและจำเลยต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีโดยชอบด้วยกฏหมายจำเลยทำนิติกรรมผูกพันสิบบริคณห์โดยมิได้รรับความยินยอมจากผู้ร้องสอดและผู้ร้องสอดไม่ไ้ให้สัตยาบัน จึงบอกล้างโมฆียะกรรม โจทก์กลับยืนยันแก้แต่เพียงข้อเดียวว่านายเลยไม่ได้เป็นสามีขงจำเลยโดยชอบด้วยกฏหมายเท่านั้น ประเด็นจึงมีอยู่ประการเดียวว่า ผู้ร้องสอดกับจำเลยเป็นสามีภริยากัน โดยชอบด้วยกฏหมายหรือไม่เท่านั้น

ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาในเรื่องภริยาร้างจึงเป็นเรื่องนอกประเด็น เมื่องผู้ร้าองสอดกับจำเลยเป็นภริยากันโดยชอบด้วยกฏหมาย ทรัพย์พิพาทได้มาระหว่างสมรสจึงเป็นสินบริคณห์ตามป.พ.พ.มาตรา ๑๔๖๒,๑๔๖๖ และสามีเป็นผู้จัดการสินบริคณห์ตามมาตรา ๑๔๖๘ จำเลยผู้เป็นภริยาเอาไปทำสัญญาขายฝากโดยลำพังจึงเป็น โมฆียะกรรมตามมาตรา ๓๘ และบัดน้ผู้ร้องสอดผู้เป็นสามีได้บอกล้างนิติกรรมรายนี้แล้วตาม มาตรา ๑๓๗,๑๓๘ สัญญาขายฝากจึงไม่ผูกพันที่ดินและเรื่อนรายพิพาทซึ่งเป็นสินบริคณห์ต่อไป โจทก์จะขอให้ศาลแสดงว่ากรรมสิทธิ์นทรพัย์สินที่ขายฝากเป็นของโจทก์และห้ามจำเลยมีให้เกี่ยวข้องไม่ได้

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
Lower court
ศาลชั้นต้น - นายกวี มนูญปิจุ
ศาลอุทธรณ์ - หลวงประธานคดีศาสตร์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 43/2498

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับตามสัญญาขายฝากที่จำเลย(ภริยาผู้ร้องสอด) ทำไว้กับโจทก์ จำเลยและผู้ร้องสอด(สามีจำเลย) ต่อสู้ยืนยันว่าเป็นสามีภริยากันโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยทำนิติกรรมผูกพันสินบริคณห์โดยมิได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment No. 1553/2492

ภรรยาไปยืนเงินของโจทก์มาวางมัดจำซื้อที่ดินของจำเลย โดยสามีไม่ได้รู้เห็นยินยอมด้วย กับทั้งยังปฏิเสธหรือบอกล้างการยืมนั้นเสียด้วย ดังนี้ สามีจะกลับมาถือว่าเงินที่ภรรยายืมโจทก์มานั้นยังเป็นสินบริคณห์อยู่…

Supreme Court Judgment No. 8368/2538

จำเลยนอกจากจะให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยไม่ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์หลอกลวงให้จำเลยลงลายมือชื่อในสัญญาซื้อขายที่ดินพิพาทกับหนังสือมอบอำนาจโดยไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยยังได้ให้การอีกว่า ในขณะที่จ…

Supreme Court Judgment No. 1727/2517

จำเลยเป็นผู้ยื่นประเมินภาษีโรงเรือนต่อเทศบาลสำหรับโรงเรือนอันเป็นสินสมรสระหว่างจำเลยและภริยาจำเลย โดยมิได้ระบุว่าจำเลยกระทำการแทนผู้ใด เมื่อจำเลยได้รับแจ้งการประเมินยังยอมรับว่าค้างชำระค่าภาษีอยู่จริง…

Supreme Court Judgment No. 2180/2517

โจทก์และจำเลยต่างเป็นบุตรของ ย. แต่ต่างมารดากันมารดาโจทก์และมารดาจำเลยอยู่กินเป็นสามีภริยากับ ย.มาก่อนใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ใครจะเป็นภริยาหลวงหรือภริยาน้อยก็ตาม ก็อยู่ในฐานะเป็นภริยาโดย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up