Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4004/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมาย ให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงาน และให้จ่ายค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า สหภาพแรงงานแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างโดยไม่มีอำนาจ โจทก์จึงไม่ใช่กรรมการลูกจ้างที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำผิดกรณีร้ายแรง ดังนั้นประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า โจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 หรือไม่ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาต่อไปว่า การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมายและทำให้โจทก์เสียหายหรือไม่ เพียงใด เมื่อศาลแรงงานภาค 1 รับฟังพยานหลักฐานแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าโจทก์ไม่ใช่กรรมการลูกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย ศาลแรงงานภาค 1 ชอบที่จะยกฟ้องเพื่อให้โจทก์กับจำเลยไปดำเนินการต่อไปดังเช่นลูกจ้างทั่วไป การที่ศาลแรงงานภาค 1 ได้วินิจฉัยถึงการกระทำของโจทก์ต่อไปว่า โจทก์กระทำโดยประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างร้ายแรง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายตามฟ้องก็เป็นการพิจารณาพิพากษาเกินเลยไปกว่าประเด็นแห่งคดี แม้ศาลแรงงานภาค 1 จะวินิจฉัยก็เป็นการไม่ชอบ ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของโจทก์มิใช่ความผิดกรณีที่ร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงเป็นอุทธรณ์ข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานภาค 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 31 และเมื่อโจทก์ไม่ใช่กรรมการลูกจ้าง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อนตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 ส่วนโจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินภายหลังเลิกจ้างหรือไม่เพียงใด เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปดำเนินการว่ากล่าวกันต่อไป

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 225 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 31 พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 52

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามตำแหน่งที่โจทก์ได้ปฏิบัติงานอยู่เดิมและให้จ่ายค่าเสียหาย 97,000 บาท ในระหว่างที่โจทก์ถูกเลิกจ้างจนถึงวันที่โจทก์กลับเข้าทำงานตามปกติ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ศาลแรงงานภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์เป็นลูกจ้างของจำเลย ทำงานในตำแหน่งพนักงานขับรถ 18 ล้อ ได้รับค่าจ้างเดือนละ 10,075 บาท เงินรางวัลประจำเดือน เดือนละ 16,000 บาท ค่าเที่ยว เดือนละ 8,000 บาท โดยทำงานกับจำเลยตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2556 ต่อมาวันที่ 28 กันยายน 2557 สหภาพแรงงานลินฟ้อกซ์มีหนังสือแจ้งไปยังจำเลยว่าโจทก์ได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการลูกจ้างของจำเลยที่ศูนย์ปฏิบัติงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้ววินิจฉัยว่า การแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 45 โจทก์จึงไม่ใช่กรรมการลูกจ้างของจำเลย โจทก์ประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างร้ายแรง เข้าเงื่อนไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายใด ๆ

ที่โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของโจทก์มิใช่ความผิดกรณีที่ร้ายแรง เมื่อจำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์มีสิทธิขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามตำแหน่งที่โจทก์ปฏิบัติงานอยู่และให้จ่ายค่าเสียหาย หรือหากจำเลยไม่รับโจทก์กลับเข้าทำงาน โจทก์มีสิทธิได้รับค่าชดเชยซึ่งแม้โจทก์จะไม่ได้ขอมา แต่ศาลแรงงานภาค 1 ก็สามารถสั่งเกินคำขอให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เพื่อความเป็นธรรมโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 52 ได้นั้น เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องอาศัยเหตุที่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้าง การที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ขออนุญาตศาลแรงงานก่อนตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์

พ.ศ.2518 มาตรา 52 เป็นการขัดต่อกฎหมายและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานตามตำแหน่งเดิม และให้จ่ายค่าเสียหายระหว่างที่ถูกเลิกจ้างจนถึงวันที่โจทก์กลับเข้าทำงาน โดยจำเลยให้การว่า สหภาพแรงงานลินฟ้อกซ์แต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างโดยไม่มีอำนาจที่จะกระทำได้ โจทก์จึงไม่ใช่กรรมการลูกจ้างที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำความผิดเป็นกรณีที่ร้ายแรง จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง จากข้ออ้างตามคำฟ้องของโจทก์ และข้อต่อสู้ตามคำให้การของจำเลยประเด็นแห่งคดีจึงมีว่า

โจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างที่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 หรือไม่ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาต่อไปว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายและทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือไม่ เพียงใด เมื่อคดีนี้ศาลแรงงานภาค 1 รับฟังพยานหลักฐานแล้ววินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า โจทก์ไม่ใช่กรรมการลูกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยไม่ปรากฏว่าโจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำวินิจฉัยของศาลแรงงานภาค 1 ในเรื่องดังกล่าว ข้อเท็จจริงต้องยุติไปตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานภาค 1 ว่า โจทก์ไม่ใช่กรรมการลูกจ้างโดยชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้นจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อน เมื่อโจทก์มิใช่กรรมการลูกจ้างตามข้ออ้างที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้

ศาลแรงงานภาค 1 ก็ชอบที่จะยกฟ้องเพื่อให้โจทก์กับจำเลยไปดำเนินการกันต่อไปดังเช่นลูกจ้างทั่วไป แม้ศาลแรงงานภาค 1 จะได้วินิจฉัยถึงการกระทำของโจทก์ต่อไปว่า โจทก์กระทำการโดยประมาทเลินเล่อก่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยอย่างร้ายแรง เข้าเงื่อนไขข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย หมวดที่ 10 ข้อ 4.3 จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยและค่าเสียหายตามฟ้อง ก็เป็นการพิจารณาพิพากษาเกินเลยไปกว่าประเด็นแห่งคดี แม้ศาลแรงงานภาค 1 จะวินิจฉัยมาก็เป็นการไม่ชอบ อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วโดยชอบในศาลแรงงานภาค 1 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคหนึ่ง ประกอบพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน

พ.ศ.2522 มาตรา 31 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย และเมื่อโจทก์มิใช่กรรมการลูกจ้าง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาลแรงงานก่อน ตามพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 52 สำหรับที่โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินภายหลังเลิกจ้างหรือไม่เพียงใด เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องไปดำเนินการว่ากล่าวกันต่อไป ที่ศาลแรงงานภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วิรุฬห์ แสงเทียน · ธีระพงศ์ จิระภาค · นิยุต สุภัทรพาหิรผล
Lower court
ศาลแรงงานภาค 1 - นายกันตธรณ์ กันตธนาธรณ์
Supreme Court black case no.
ร.53/2559
Trial court black case no.
พ224/2558
Trial court red case no.
พ176/2558
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4511/2541

คดีแดงที่ 4511-4512/2541 อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่า ตามคำร้องของผู้ร้องอ้างเหตุภาวะเศรษฐกิจถดถอย เป็นเหตุให้ผู้ร้องตกอยู่ในภาวะคับขันจำเป็นต้องกำหนดมาตรการลดค่าใช้จ่ายโดยลดอัตรากำลังคน เป็นการกล่าวอ้า…

Supreme Court Judgment, B.E. 2541 (ref. 47332)

อุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่ว่า ตามคำร้องของผู้ร้องอ้างเหตุภาวะเศรษฐกิจถดถอยเป็นเหตุให้ผู้ร้องตกอยู่ในภาวะคับขันจำเป็นต้องกำหนดมาตรการลดค่าใช้จ่ายโดยลดอัตรากำลังคน เป็นการกล่าวอ้างที่เลื่อนลอย ไม่ระบุว่าเศ…

Supreme Court Judgment No. 3027/2538

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างจำเลยได้รับค่าจ้างอัตราสุดท้ายเท่าใดกำหนดจ่ายค่าจ้างเมื่อใด สหภาพแรงงานแต่งตั้งโจทก์เป็นกรรมการลูกจ้างเมื่อใด รวมทั้งวันที่จำเลยมีคำสั่งเลิกจ้างโจทก์โดยมิได้ขออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 4398/2536

สถานประกอบกิจการของจำเลยมีคณะกรรมการลูกจ้างได้ 11 คนลูกจ้างของจำเลยเกินหนึ่งในห้าของจำนวนลูกจ้างทั้งหมดเป็นสมาชิกของสหภาพแรงงาน อ.สหภาพแรงงานอ. ได้แต่งตั้งกรรมการลูกจ้าง6 คน โดยโจทก์ได้รับแต่งตั้งให้เ…

Supreme Court Judgment No. 1596/2529

ผู้คัดค้านยื่นคำร้องคัดค้านเพียงว่า ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้องเพราะผู้ร้องไม่เคยมอบอำนาจให้ ส. หรือ อ. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทนผู้ร้อง ดังนี้ประเด็นในคำคัดค้านจึงมีเพียงว่า ผู้ร้องมอบอำนาจให้บุคคลทั้งสอง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up