Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4010/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืม รับจำนอง เดิมชื่อบริษัท ท.จำกัดต่อมาได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นบริษัทเงินทุน ท.จำกัด มีรายละเอียดตามหนังสือรับรองท้ายฟ้องดังนี้ โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทเงินทุนและเป็นสถาบันการเงินตาม พ.ร.บ. ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงินพ.ศ.2523 อันจะมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากผู้กู้ยืมได้เป็นพิเศษ กรณีจึงต้องนำ ป.พ.พ. มาตรา 654 ที่ห้ามคิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ 15 ต่อปีมาปรับแก่คดี โจทก์เรียกดอกเบี้ยเงินกู้จากจำเลยในอัตราร้อยละ 20 ต่อปีเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพุทธศักราช 2475 ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์หมดสิทธิเรียกดอกเบี้ยตามสัญญา แต่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยโดยเหตุผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันผิดนัด.

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 224 ป.พ.พ. Section 654 ป.วิ.พ. Section 172 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 Section 3 พ.ร.บ.ดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน พ.ศ.2523 Section 4 พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 Section 3 พ.ร.บ.สุรา พ.ศ.2475 Section 3

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืม รับจำนอง รับจำนำ จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้ทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ ๓๐๐,๐๐๐ บาท โดยยอมชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๐ ต่อปี จำเลยที่ ๓ และที่ ๔ ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ดังกล่าว หลังจากหนี้ถึงกำหนดชำระแล้ว จำเลยทั้งสี่เพิกเฉยไม่ยอมชำระหนี้ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ชำระหนี้เงินกู้ดังกล่าวและดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๒๐ ต่อปี จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ให้การว่า โจทก์จะเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดหรือไม่ ไม่ทราบและไม่รับรอง จำเลยทั้งสองไม่เคยกู้เงินโจทก์ ดอกเบี้ยตามสัญญากู้เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดจึงตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ ๓ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๔

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกันชำระเงินจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗.๕ ต่อปี นับแต่วันผิดนัดไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าโจทก์มีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๐ ต่อปีตามฟ้องหรือไม่ โจทก์บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด จดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย มีวัตถุประสงค์ในการให้กู้เงิน รับจำนอง รับจำนำ เดิมโจทก์ชื่อบริษัท ไทยเซฟวิ่งก์ทรัสต์ จำกัด ต่อมาเมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๒ ได้จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อเป็นบริษัทเงินทุนไทยเซฟวิ่งก์ทรัสต์ จำกัด รายละเอียดปรากฏตามภาพถ่ายหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ท้ายฟ้องซึ่งรับรองว่าโจทก์ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลประเภทบริษัท จำกัด ดังนี้ เห็นว่าโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าโจทก์เป็นบริษัทเงินทุนและเป็นสถาบันการเงินตามพระราชบัญญัติดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน

พ.ศ. ๒๕๒๓ อันจะมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยจากผู้ให้กู้ยืมได้เป็นพิเศษตามกฎหมายดังกล่าวกรณีจึงต้องนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๕๔ ที่บัญญัติว่า ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ สิบห้าต่อปีมาปรับแก่คดีการที่โจทก์เรียกดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๒๐ ต่อปี จึงเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้ เป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พุทธศักราช ๒๔๗๕ ข้อกำหนดอัตราดอกเบี้ยจึงตกเป็นโมฆะย่อมมีผลให้โจทก์หมดสิทธิที่จะเรียกเอาดอกเบี้ยตามสัญญา แต่มีสิทธิได้รับดอกเบี้ยโดยเหตุผิดนัดในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันผิดนัด

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีแก่จำเลยทั้งสามตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.

Matter details

Panel of judges
ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
Lower court
ศาลแพ่ง - นายปรีชา ชนานันท์
ศาลอุทธรณ์ - นายเทพ ภักดีศุภผล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6509/2545

จำเลยทำใบคำเสนอขอสินเชื่อจากธนาคารโจทก์โดยตกลงจะชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 14.5 ต่อปี และในวันเดียวกัน จำเลยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินให้แก่โจทก์ โดยยอมเสียดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 19 ต่อปี ซึ่งจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 5416/2540

จำเลยที่ 2 และที่ 5 ให้การข้อ 2 ว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5ไม่เคยมีนิติสัมพันธ์ใด ๆ กับโจทก์ ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ และไม่เคยเข้าทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้ของจำเลยคนใดที่มีภาระจำต้องชำระหนี้แก่โจทก…

Supreme Court Judgment No. 5376/2560

การที่จำเลยยอมชำระดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดไว้แก่โจทก์ ถือได้ว่าเป็นการชำระหนี้ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมายตาม ป.พ.พ. มาตรา 411 จำเลยหาอาจเรียกร้องให้คืนเงินดอกเบี้ยที่ชำระได้ไม่ แต่ในข้อนี้ศาลฎีกาโดย…

Supreme Court Judgment No. 4738/2552

จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินโจทก์จำนวน 20,000 บาท ตกลงดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน แต่ได้รับเงินกู้จากโจทก์เพียง 16,000 บาท เพราะโจทก์หักไว้เป็นค่าดอกเบี้ยล่วงหน้า 2 เดือน และโจทก์ให้จำเลยที่ 1 เขียนสัญญา…

Supreme Court Judgment No. 4579/2552

โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 1 รับผิดในมูลหนี้ตามสัญญาขอเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตและสัญญาทรัสต์รีซีทโดยเมื่อจำเลยที่ 1 ทำสัญญาทรัสต์รีซีทกับโจทก์ จำเลยที่ 1 ได้ออกตั๋วสัญญาใช้เงินให้แก่โจทก์ไว้ ซึ่งเป็นการออกตั๋ว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up