Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4017/2528

พ.ศ. 2528 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์จำเลยได้ทำสัญญาชื่อสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้เพื่อระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินสดขาดบัญชีระหว่างที่จำเลย เป็นผู้จัดการร้านโจทก์ความว่าข้อ 1.จำเลย ยอมรับผิดชดใช้เงินสด ขาดบัญชีที่ผู้สอบบัญชีของโจทก์ตรวจพบระหว่างจำเลยเป็น ผู้จัดการร้านโจทก์เป็นเงิน 36,667.75บาท และยอดเงินสดคงเหลือ เมื่อวันจำเลยออกจากตำแหน่งผู้จัดการร้านโจทก์มีเงินขาดบัญชีอีก 15,738.21 บาทข้อ2.จำเลยขอเวลาทำการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชี ตามที่ผู้สอบบัญชีอ้างว่ามีเงินสดขาดบัญชีเพื่อความแน่นอนเป็นเวลา 3 เดือน นับแต่วันทำสัญญา หากพบหลักฐานการเงินที่สามารถนำมา หักกลบลบเงินขาดบัญชีโดยผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการดำเนินการ ของร้านโจทก์ยินยอมเห็นชอบด้วย จำเลยยินยอมชดใช้ส่วนที่ยังขาดอยู่ ให้แก่โจทก์ ต่อมาจำเลยได้ตรวจสอบบัญชีตามสัญญาข้อ 2. และแจ้งให้โจทก์ทราบแต่ผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการดำเนินการของร้านโจทก์ ไม่เห็นชอบด้วย ดังนี้ สัญญาดังกล่าวทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาททั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้นโดยตกลงผ่อนผันให้แก่กันในจำนวนเงินที่ผู้สอบบัญชีของโจทก์ตรวจพบระหว่างจำเลยเป็นผู้จัดการร้านโจทก์และ ส่งมอบเงินสดขาดบัญชีขณะจำเลยพ้นจากตำแหน่งโดยจำเลยยอมรับผิด ชดใช้เงินดังกล่าวทั้งสองสำนวนและโจทก์ไม่ดำเนินคดีแก่จำเลยทางแพ่ง และทางอาญาสัญญาฉบับนี้จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 อันมีผลทำให้การเรียกร้อง ของโจทก์จำเลยซึ่งมีอยู่ขณะนั้นระงับสิ้นไปคงได้สิทธิตามที่แสดงไว้ใน สัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้เท่านั้นดังนั้นการที่จำเลย จะขอนำสืบพยานตามเงื่อนไขในสัญญาประนีประนอมยอมความและ รับสภาพหนี้ ข้อ2 ได้ก็ต้องให้ผู้ตรวจบัญชีและคณะกรรมการดำเนินงาน ของร้านโจทก์ยินยอมเห็นชอบด้วยซึ่งจำเลยก็ยอมรับแล้วว่าบุคคลดังกล่าว มิได้ยินยอมเห็นชอบด้วยกับหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดงดังนั้นโดย สัญญาข้อ 2 จำเลยจึงไม่มีสิทธิสืบพยานต่อไปที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่ง ให้งดสืบพยานของคู่ความจึงชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลประเภทสหกรณ์จำกัด จำเลยเป็นอดีตผู้จัดการร้านโจทก์ ปีการเงิน 2524 และ 2525 ผู้สอบบัญชีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ตรวจสอบบัญชีโจทก์ปรากฏว่ามีเงินสดขาดบัญชีซึ่งจำเลยจะต้องรับผิดเป็นเงิน36,667.75 บาท และจำเลยได้ร่วมกับโจทก์ตรวจสอบยอดเงินสดในวันที่จำเลยพ้นจากหน้าที่ผู้จัดการและต้องส่งมอบเงินสดคืนให้โจทก์ เมื่อวันที่ 30 กันยายน2524 เป็นเงิน 21,530.61 บาท จำเลยได้ทำบันทึกและให้ถ้อยคำแก่โจทก์ว่าได้มอบเงินสดคืนโจทก์เป็นเงิน 5,792.40 บาท ยังขาดไม่ได้ส่งมอบอีกเป็นเงิน15,738.21 บาท จำเลยกับโจทก์จึงตกลงทำหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้ว่า จำเลยยอมรับผิดชดใช้เงินสดขาดบัญชีเป็นเงิน 36,667.75 บาทและยอดเงินสดคงเหลือเมื่อวันที่จำเลยออกจากตำแหน่งผู้จัดการร้านโจทก์มีเงินที่ขาดบัญชีอีก 15,738.21 บาท แต่จำเลยขอเวลาตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีตามที่ผู้สอบบัญชีอ้างว่ามีเงินสดขาดบัญชีเพื่อความแน่นอนเป็นเวลา 3 เดือนนับแต่วันทำสัญญา

หากพบหลักฐานการเงินที่สามารถนำมาหักกลบลบเงินขาดบัญชีโดยผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการดำเนินการของร้านยินยอมเห็นชอบด้วย จำเลยยินยอมชดใช้ส่วนที่ยังขาดอยู่ให้แก่โจทก์จนครบ ภายหลังทำสัญญาดังกล่าวจำเลยได้ตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีต่าง ๆ ของร้านโจทก์แล้วได้มีหนังสือถึงโจทก์ปฏิบัติความรับผิดว่าไม่มีเงินสดขาดบัญชีที่จำเลยจะต้องรับผิดชอบผู้สอบบัญชีได้ตรวจสอบแล้วไม่มีหลักฐานเหตุผลที่จะต้องแก้ไข ผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการดำเนินการร้านโจทก์จึงไม่ยินยอมเห็นชอบกับข้อชี้แจงของจำเลยจึงแจ้งให้จำเลยนำเงินขาดบัญชีตามสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้มาชำระให้แก่โจทก์ จำเลยก็เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้แก่โจทก์

จำเลยให้การว่า เงินจำนวน 36,667.75 บาท ไม่ได้ขาดบัญชีและไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของจำเลย เพราะจำเลยนำเงินดังกล่าวคืนโจทก์โดยนำเงินไปฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครนายกในบัญชีเงินฝากของโจทก์และนำเงินไปชำระหนี้ของโจทก์ค่าซื้อสินค้าด้วยซึ่งจำเลยปฏิบัติหน้าที่และธุรกิจของโจทก์ เงินยอดคงเหลือเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2524 ความจริงมีเพียง 5,792.40 บาท จำเลยได้ส่งมอบให้โจทก์ครบถ้วนเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2524ที่โจทก์อ้างว่าเป็นเงิน 21,530.61 บาทนั้นไม่ถูกต้อง ดังนั้น ที่โจทก์อ้างว่าเงินสดขาดบัญชี 15,738.21 บาท จึงไม่จริง สัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้ที่ฟ้องไม่ถูกต้อง โจทก์ขอให้จำเลยยอมรับสภาพหนี้ไว้ก่อนโดยมีเงื่อนไขข้อแม้ว่า

จำเลยขอเวลาตรวจสอบหลักฐานเพื่อความแน่นอนเป็นเวลา 3 เดือนและยินยอมให้จำเลยหาหลักฐานมาแสดงชี้แจงต่อโจทก์หากยังมีเงินสดขาดบัญชีจริง จำเลยยอมรับชดใช้ให้ จำเลยจึงลงลายมือชื่อในสัญญาดังกล่าวด้วยความบริสุทธิ์ใจและทราบแน่นอนว่าเงินสดไม่ได้ขาดบัญชีเมื่อจำเลยตรวจหลักฐานทางบัญชีเงินไม่ได้ขาดบัญชี จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดตามสัญญาดังกล่าว ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้วพิพากษาให้จำเลยชำระเงินตามฟ้องพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า โจทก์จำเลยได้ทำสัญญา ชื่อสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้เพื่อระงับข้อพิพาทเกี่ยวกับเงินสดขาดบัญชีระหว่างที่จำเลยเป็นผู้จัดการร้านโจทก์ ความว่า ข้อ 1. จำเลยยอมรับผิดชดใช้เงินสดขาดบัญชีที่ผู้สอบบัญชีของโจทก์ตรวจพบระหว่างจำเลยเป็นผู้จัดการร้านโจทก์เป็นเงิน36,667.75 บาท และยอดเงินสดคงเหลือเมื่อวันจำเลยออกจากตำแหน่งผู้จัดการร้านโจทก์มีเงินที่ขาดบัญชีอีก 15,738.21 บาท ข้อ 2. จำเลยขอเวลาทำการตรวจสอบหลักฐานทางบัญชีตามที่ผู้สอบบัญชีอ้างว่ามีเงินสดขาดบัญชีเพื่อความแน่นอนเป็นเวลา 3 เดือน นับแต่วันทำสัญญา หากพบหลักฐานการเงินที่สามารถนำมาหักกลบลบเงินขาดบัญชีได้เป็นจำนวนเท่าใดโดยผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการดำเนินการของร้านโจทก์ยินยอมเห็นชอบด้วย

จำเลยยินยอมชดใช้ส่วนที่ยังขาดอยู่ให้แก่โจทก์ ภายหลังจำเลยได้ตรวจสอบบัญชีและแจ้งให้โจทก์ทราบ แต่ผู้สอบบัญชีและคณะกรรมการดำเนินการของร้านโจทก์ไม่เห็นชอบด้วย แล้ววินิจฉัยว่าสัญญาดังกล่าวทั้งสองฝ่ายตกลงระงับข้อพิพาททั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้น โดยตกลงผ่อนผันให้แก่กันในจำนวนเงินที่ผู้สอบบัญชีของโจทก์ตรวจพบระหว่างจำเลยเป็นผู้จัดการของร้านโจทก์และส่งมอบเงินสดขาดบัญชีขณะจำเลยพ้นจากตำแหน่ง โดยจำเลยยอมรับผิดชดใช้เงินดังกล่าวทั้งสองจำนวน และโจทก์ไม่ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งทางแพ่งและทางอาญาสัญญาฉบับนี้จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850 อันมีผลทำให้การเรียกร้องของโจทก์จำเลยซึ่งมีอยู่ขณะนั้นระงับสิ้นไป

คงได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้เท่านั้น การที่จำเลยจะมีสิทธินำสืบได้ตามเงื่อนไขในสัญญาประนีประนอมยอมความและรับสภาพหนี้ ข้อ 2 นั้น จะต้องให้ผู้ตรวจบัญชีและคณะกรรมการดำเนินงานของร้านโจทก์ยินยอมเห็นชอบด้วย ซึ่งจำเลยก็ยอมรับแล้วว่าบุคคลดังกล่าวมิได้ยินยอมและเห็นชอบด้วยกับหลักฐานที่จำเลยนำมาแสดง ดังนั้นโดยสัญญาข้อ 2 จำเลยจึงไม่มีสิทธิสืบพยานต่อไป ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานของคู่ความจึงชอบแล้ว แต่ในชั้นอุทธรณ์และฎีกาจำเลยแต่เพียงอุทธรณ์และฎีกาขอให้ศาลสูงสั่งให้สืบพยานของคู่ความต่อไปเท่านั้นจำเลยจึงควรเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาศาลละสองร้อยบาทอย่างคดีที่มีคำขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันไม่อาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ จึงคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และฎีกาส่วนที่เรียกเกินมาแก่จำเลย

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมประสงค์ พานิชอัตรา · ยนต์ พิรวินิจ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1368/2530

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินที่จำเลยขายฝากให้แก่โจทก์ระหว่างพิจารณาคู่ความแถลงว่าคดีตกลงกันได้ ฝ่ายจำเลยจะหาเงินมาซื้อที่ดินและบ้านพิพาทคืนภายในเวลา 2 เดือน แล้วโจทก์จะถอน ฟ้องแต่เมื่อจำเลยไม่ชำระ…

Supreme Court Judgment No. 331/2528

คำพิพากษาศาลชั้นต้นพิมพ์นามสกุลจำเลยที่ 1 "คล่องอักขระ" ผิดเป็น "คล่องอักษร" เป็นการพิมพ์ผิดพลาดเล็กน้อย ศาลมีอำนาจแก้ให้ถูกต้องได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 143 โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลย…

Supreme Court Judgment No. 6446/2552

การที่จำเลยที่ 3 นำสืบว่า จำเลยที่ 1 กู้ยืมเงินจากโจทก์ไปเพียง 15,000 บาท แต่โจทก์ให้จำเลยที่ 1 ทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน โดยระบุจำนวนเงินกู้ไว้ 40,000 บาท เพื่อเป็นประกันการกู้ยืมเงินในกรณีที่จำเลยที่…

Supreme Court Judgment No. 2573/2546

การที่จำเลยที่ 1 และที่ 3 รู้เห็นและยินยอมให้จำเลยที่ 2 มารดาเป็นคู่สัญญาฝ่ายผู้จะขาย ทำสัญญาจะซื้อขายที่ดินพิพาทกับโจทก์ฝ่ายผู้จะซื้อ แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ลงลายมือชื่อไว้ในสัญญาในฐานะคู่สัญญาฝ่ายผู้จ…

Supreme Court Judgment No. 3108/2545

โจทก์มีภาระการพิสูจน์ว่าถูกจำเลยที่ 1 ฉ้อฉลให้โอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 แต่พยานหลักฐานของโจทก์ไม่น่าเชื่อถือและไม่มีน้ำหนักในการรับฟัง โจทก์ย่อมต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up