Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4112/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลย่อมกระทำการเองไม่ได้ความประสงค์หรือวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ย่อมแสดงออกโดย จำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจ และเป็นผู้แทน ของจำเลยที่ 1 เมื่อปรากฏว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตถือได้ว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำความผิดฐานนั้นด้วยศาลลงโทษจำเลยทั้งสามเป็นรายตัวได้ และแม้จำเลยที่ 1เสียค่าปรับแล้ว ก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของจำเลยที่ 1ศาลลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ไม่เป็นการซ้ำซ้อน

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 83 ป.อ. Section 91 ป.อ. Section 18 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 43 พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2512 Section 44

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันตั้งโรงงานทำถังโลหะบรรจุน้ำ อันเป็นโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โลหะการทำภาชนะบรรจุขึ้นที่โรงงานอาคารเลขที่ 71 หมู่ที่ 3ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี โดยจำเลยทั้งสามไม่ได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานจากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หรือจากผู้ซึ่งปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้ออกใบอนุญาตและจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันประกอบกิจการโรงงาน ทำการผลิตถังโลหะบรรจุน้ำขึ้นที่โรงงานอาคารเลขที่ ดังกล่าว เพื่อประโยชน์ทางการค้าของจำเลยทั้งสาม โดยจำเลยทั้งสามไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 5, 8, 12, 43, 44 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ให้จำเลยทั้งสามร่วมกันรื้อถอนเครื่องจักรที่ติดตั้งไว้ และหยุดประกอบกิจการโรงงานจนกว่าจะได้รับใบอนุญาตจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิพากษาว่า

จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2512 มาตรา 5, 8, 12, 43, 44 ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 91 ลงโทษตามข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับคนละ 50,000 บาท และลงโทษตามข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 4 เดือนปรับจำเลยทั้งสามคนละ 50,000 บาท รวมให้จำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3คนละ 4 เดือน และปรับจำเลยทั้งสามคนละ 100,000 บาท

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 คนละ 2 เดือน และปรับคนละ 50,000 บาทโทษจำคุกจำเลยที่ 2 และที่ 3 เห็นสมควรรอไว้มีกำหนดคนละ 2 ปีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ในกรณีจำเลยทั้งสามไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ให้จำเลยทั้งสามรื้อถอนเครื่องจักรที่ติดตั้งไว้ และหยุดประกอบกิจการโรงงานจนกว่าจะได้รับอนุญาตจำเลยทั้งสามอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า โทษตามข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตปรับคนละ 20,000 บาท และโทษปรับตามข้อหาประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปรับจำเลยทั้งสามคนละ20,000 บาท รวมโทษปรับจำเลยทั้งสามคนละ 40,000 บาท

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงปรับคนละ 20,000 บาท นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสามว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1และกระทำการในนามของจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนิติบุคคล เมื่อศาลลงโทษจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้ชำระค่าปรับไปแล้ว ศาลลงโทษจำเลยที่ 2และที่ 3 อีกจะเป็นการลงโทษซ้ำซ้อนหรือไม่ เห็นว่าการที่โจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยทั้งสามว่า ร่วมกันกระทำผิดฐานตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้อง โดยที่จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคล

จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 เช่นนี้ กรณีถือว่าจำเลยทั้งสามรับสารภาพว่าร่วมกันตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้องของโจทก์ เพื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยเป็นรายบุคคล และจำเลยที่ 1 ได้เสียค่าปรับไปแล้วก็เป็นเรื่องเฉพาะตัวของจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 แม้เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1และกระทำในนามของจำเลยที่ 1 ก็ตามก็ถือว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยเพราะจำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลย่อมกระทำการเองไม่ได้ ความประสงค์หรือวัตถุประสงค์ของจำเลยที่ 1 ย่อมแสดงออกโดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งเป็นผู้แทน เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำผิดฐานใดได้ชื่อว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำผิดฐานนั้นด้วย ดังนั้น ศาลลงโทษจำเลยทั้งสามเป็นรายตัวได้ และแม้จำเลยที่ 1 เสียค่าปรับแล้วศาลก็ลงโทษจำเลยที่ 2 และที่ 3ได้ไม่เป็นการซ้ำซ้อนแต่ประการใดพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เพี้ยน พุทธสุอัตตา · บุญศรี กอบบุญ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1093/2568

การที่โจทก์ทั้งสองโอนเงินให้แก่จำเลยทั้งสอง จึงเป็นการเชื่อจากกลอุบายการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองมาตั้งแต่ต้นโดยใช้ผลประโยชน์ตอบแทนในอัตราสูงเป็นเครื่องล่อใจเป็นวิธีการหลอกลวงอย่างหนึ่งและจำเลยทั้งสองยัง…

Supreme Court Judgment No. 1488/2567

ผู้ที่ได้รับอนุญาตเป็นผู้ประกอบธุรกิจตรวจสอบมาตรฐานสินค้าตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าขาออก พ.ศ. 2503 ต้องมีฐานะเป็นนิติบุคคลและต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตจากสำนักงานมาตรฐานสินค้าเท่านั้น ซึ่งในการ…

Supreme Court Judgment No. 2429/2567

บิดามารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร ซึ่งอำนาจปกครองเป็นอำนาจที่ผูกติดกับสถานะความเป็นบิดามารดาในความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบิดามารดาและบุตร การที่บุคคลอื่นกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนอำนาจปกครองของบิดามารดา…

Supreme Court Judgment No. 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

Supreme Court Judgment No. 1533/2563

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 กับพวกร่วมกันทำธุรกรรมโอนเงิน รับโอนเงิน และถอนเงินผ่านบัญชีธนาคารซึ่งเป็นเงินหรือทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และฐานร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up