Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4112/2560

พ.ศ. 2560 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีก่อนจำเลยเป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้กับพวกให้รับผิดชำระเงินตามเช็ค โจทก์คดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าวให้การว่า จำเลยไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค แต่ไม่สืบพยาน ต่อมาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย มีอำนาจฟ้องให้โจทก์รับผิด คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตาม ป.วิ.พ. มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ แม้เป็นเรื่องละเมิดอ้างว่าจำเลยเบิกความเท็จ แต่ก็เรียกค่าเสียหายมาเท่ากับจำนวนเงินตามเช็คที่โจทก์ต้องรับผิดในคดีก่อน เห็นได้ว่า คำฟ้องของโจทก์มีจุดประสงค์เพื่อให้ศาลพิพากษาว่า พยานหลักฐานของจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อนเป็นพยานเท็จรับฟังไม่ได้ จำเลยไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ และโจทก์ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยตามคำพิพากษาในคดีก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ข้ออ้างดังกล่าวล้วนไม่อาจเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสียซึ่งความมีผลผูกพันของคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวได้ โจทก์จะอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงให้ผิดไปจากคำพิพากษาในคดีก่อนหาได้ไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5)

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทน 27,871,492 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 17,419,683.56 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์กับให้จำเลยชำระค่าเสียหายในการดำเนินคดีนี้ 3,000,000 บาท แก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณา

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นในปัญหาข้อกฎหมายว่า ฟ้องโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาในศาลอันเกี่ยวกับคดีหรือประเด็นที่ได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้วในคดีหมายเลขดำที่ 5835/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 1233/2554 ของศาลชั้นต้น ฟ้องโจทก์จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำ โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนจำเลยเป็นเงิน 3,000 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ สืบเนื่องมาจากคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 5835/2551 คดีหมายเลขแดงที่ 1233/2554 ของศาลชั้นต้น ซึ่งจำเลยคดีนี้เป็นโจทก์ฟ้องโจทก์คดีนี้กับพวกให้รับผิดชำระเงินตามเช็ค โจทก์คดีนี้ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีดังกล่าวให้การมีสาระสำคัญว่า จำเลยไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค แต่ชั้นพิจารณาโจทก์ไม่สืบพยาน ต่อมาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ยอมรับว่าเป็นผู้สั่งจ่ายเช็คตามฟ้อง และโจทก์อ้างว่าจำเลยนำเช็คไปแลกเงินสดจากบุคคลอื่น เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยรับเช็คกลับคืนมาโดยยังไม่ได้ชำระเงินตามเช็คแก่บุคคลดังกล่าว โจทก์มีภาระการพิสูจน์ แต่โจทก์ไม่ได้นำพยานมาสืบตามที่ให้การต่อสู้ไว้ เมื่อจำเลยนำสืบฟังได้ว่าเช็คตามฟ้องที่โจทก์ลงลายมือชื่อทุกฉบับเป็นเช็คผู้ถือ

ย่อมโอนแก่กันได้โดยการส่งมอบ แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยโอนเช็คดังกล่าวให้แก่บุคคลภายนอกก็ตาม แต่เมื่อเช็คกลับคืนมาอยู่ในความครอบครองของจำเลยอีกครั้งในฐานะผู้รับเงินโดยฟังไม่ได้ว่าจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินให้แก่ผู้รับแลกเช็คดังที่โจทก์อ้าง เช่นนี้ จำเลยย่อมกลับมาเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงมีอำนาจฟ้องให้โจทก์รับผิดตามเช็คดังกล่าวได้ ดังนี้ ย่อมเห็นได้อยู่ในตัวแล้วว่าศาลในคดีก่อนได้พิจารณาแล้วเห็นว่า คำฟ้องของจำเลยในคดีก่อนนั้นเป็นคำฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมาย และพยานหลักฐานที่จำเลยนำสืบเป็นพยานหลักฐานที่รับฟังได้ โดยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โจทก์ซึ่งเป็นจำเลยที่ 3 ในคดีก่อนนั้นเป็นผู้ลงลายมือสั่งจ่ายเช็ค และเช็คที่โจทก์สั่งจ่ายทุกฉบับเป็นเช็คผู้ถือ

จำเลยเป็นผู้ทรงเช็คโดยชอบ มีอำนาจฟ้องให้โจทก์รับผิด คดีก่อน หากโจทก์มีข้ออ้างข้อเถียงอย่างไร โจทก์ก็มีสิทธินำพยานหลักฐานมานำสืบพิสูจน์ตามข้ออ้าง หรือนำสืบหักล้างพยานหลักฐานของจำเลยได้อยู่แล้ว แต่โจทก์ไม่สืบพยาน จนศาลฎีกาคดีก่อนพิพากษาถึงที่สุดให้โจทก์รับผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวย่อมผูกพันคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ แม้เป็นเรื่องละเมิดอ้างว่าจำเลยเบิกความเท็จ แต่ก็เรียกค่าเสียหายมาเท่ากับจำนวนเงินตามเช็คที่โจทก์ต้องรับผิดในคดีก่อน เห็นได้ว่า คำฟ้องของโจทก์มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อให้ศาลพิพากษาว่า พยานหลักฐานของจำเลยซึ่งเป็นโจทก์ในคดีก่อนเป็นพยานเท็จรับฟังไม่ได้

จำเลยไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบ และโจทก์ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยตามคำพิพากษาในคดีก่อน ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ข้ออ้างดังกล่าวล้วนไม่อาจเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดเสียซึ่งความมีผลผูกพันของคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าวได้ โจทก์จะอ้างว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์โดยกล่าวอ้างข้อเท็จจริงให้ผิดไปจากคำพิพากษาในคดีก่อนหาได้ไม่ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าคำฟ้องของโจทก์เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาซ้ำต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 144 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
เถกิงศักดิ์ คำสุระ · นิพันธ์ ช่วยสกุล · เปรมศักดิ์ ชื่นชวน
Lower court
ศาลแพ่ง - นางพนิดา เชาวนปรีชา
ศาลอุทธรณ์ - นายมงคล พันธ์ฟัก
Supreme Court black case no.
พ.2669/2559
Trial court black case no.
พ3823/2558
Trial court red case no.
พ5317/2558
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up