Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2551 (ref. 412052)

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ข้อตกลงระหว่างสหภาพแรงงานผลิตเครื่องมือประมงฯกับจำเลย เอกสารหมาย จ.8 หรือ ล.9 ได้ระบุแยกกรณีการขึ้นค่าจ้างกับกรณีการปรับคนงานรายวันเป็นรายเดือนโดยมีเงื่อนไขกำหนดไว้ชัดเจน ซึ่งการปรับลูกจ้างรายวันเป็นรายเดือนมีผลเพียงทำให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิต่าง ๆ เพิ่มขึ้นตามที่ลูกจ้างรายเดือนมีสิทธิได้รับ ไม่มีข้อความที่ทำให้เข้าใจได้ว่าสหภาพแรงงานผลิตเครื่องมือประมงฯ หรือจำเลยประสงค์ให้เป็นการปรับขึ้นค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับอยู่ไปด้วย แม้หากนำเงินเดือนหารด้วย 30 เป็นค่าจ้างต่อวัน อัตราค่าจ้างต่อวันที่โจทก์ทั้งสามได้รับน้อยลงกว่าเดิม แต่เมื่อโจทก์ทั้งสามไม่ใช่ลูกจ้างรายวันแล้วและค่าจ้างรายเดือนที่โจทก์ทั้งสามมีสิทธิได้รับไม่น้อยไปกว่าค่าจ้างรายวันที่โจทก์ทั้งสามเคยมีสิทธิได้รับรวมทั้งเดือน ย่อมไม่ใช่เรื่องที่จำเลยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อตกลงดังกล่าว ดังนั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ปรับขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีค่าจ้างและค่าชดเชยที่จำเลยค้างจ่ายดังที่โจทก์ทั้งสามอ้าง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลแรงงานกลางสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกัน โดยให้เรียกนางวันทนาว่า โจทก์ที่ 1 เรียกนางลำใยว่า โจทก์ที่ 2 และเรียกนางกิ่งแก้วว่า โจทก์ที่ 3

โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาและบังคับจำเลยดังนี้ ข้อ 1. ขอศาลมีคำพิพากษาหรือมีคำสั่งให้จำเลยปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานที่ 82/2547 เรื่อง ค่าจ้าง ค่าชดเชย สั่ง ณ วันที่ 27 เมษายน 2547 โดยให้จำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 30,325.54 บาท แต่โจทก์ที่ 1 ขอคิดเพียงจำนวนเงิน 28,127 บาท และค่าชดเชยค้างจ่ายอีกเป็นเงิน 15,804.61 บาท ข้อ 2. ให้จำเลยจ่ายดอกเบี้ยของค่าจ้างค้างจ่ายตามข้อ 1. นับถึงวันฟ้องเป็นเงิน 5,980 บาท และให้จ่ายดอกเบี้ยของค่าจ้างค้างจ่ายอีกในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของเงินค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 28,127 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ข้อ 3. ให้จำเลยจ่ายเงินเพิ่มของค่าจ้างค้างจ่ายนับตั้งแต่ค่าจ้างประจำเดือนมีนาคม 2545 ถึงวันฟ้องเป็นเงิน 311,803 บาท และให้จ่ายเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ทุกระยะ 7 วันนับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 ข้อ 4. ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยค้างจ่ายในจำนวนส่วนที่เกินจากค่าชดเชยตามข้อ 1. เป็นเงินจำนวน 16,696.39 บาท

พร้อมดอกเบี้ยของค่าชดเชยค้างจ่ายนับแต่วันผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 2,163 บาท พร้อมทั้งให้ชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของค่าชดเชยค้างจ่ายจำนวน 32,500 บาท (ค่าชดเชยในข้อ 1. และข้อ 2. รวมกัน) นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 โจทก์ที่ 2 ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ยและเงินเพิ่มกับจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ยังจ่ายไม่ครบพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 274,182 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 26,729 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ของต้นเงิน 26,729 บาท ทุกระยะเวลา 7 วัน

นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินค่าชดเชยค้างจ่าย 31,100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3 ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าจ้างค้างจ่ายพร้อมดอกเบี้ยและเงินเพิ่มกับจ่ายค่าชดเชยส่วนที่ยังจ่ายไม่ครบพร้อมดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน 281,713 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินค่าจ้างค้างจ่ายจำนวน 26,265 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้จำเลยชำระเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 26,265 บาท ทุกระยะเวลา 7 วัน นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3 กับให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงินค่าชดเชยค้างจ่าย 32,100 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 3

จำเลยทั้งสองสำนวนให้การและแก้ไขคำให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ที่ 1 แถลงรับข้อเท็จจริงว่าโจทก์ที่ 1 ได้รับเงินค่าจ้างค้างจ่ายและค่าชดเชยจากจำเลยตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานที่ 82/2547 แล้ว และโจทก์ที่ 1 ไม่ติดใจเรียกร้องค่าจ้างค้างจ่ายและค่าชดเชยดังกล่าวตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 1. ข้อ 2. และข้อ 4. คงติดใจเรียกร้องเฉพาะเงินเพิ่มค่าจ้างค้างจ่ายตามคำขอท้ายฟ้องข้อ 3. เท่านั้น

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามมีว่า ในการปรับโจทก์ทั้งสามจากลูกจ้างรายวันเป็นลูกจ้างรายเดือนตามข้อตกลงระหว่างสหภาพแรงงานผลิตเครื่องมือประมงแห่งประเทศไทยกับบริษัทไทยไนลอน จำกัด เอกสารหมาย จ.8 หรือ ล.9 (ซึ่งมีข้อความเหมือนกัน) จะต้องนำอัตราค่าจ้างรายวันคูณด้วย 30 เพื่อให้เป็นค่าจ้างรายเดือนใช่หรือไม่ เห็นว่า ข้อตกลงระหว่างสหภาพแรงงานผลิตเครื่องมือประมงแห่งประเทศไทยกับบริษัทไทยไนลอน จำกัด เอกสารหมาย จ.8 หรือ ล.9 ได้แยกกรณีการขึ้นค่าแรงซึ่งก็คือค่าจ้างกับกรณีการปรับคนงานรายวันเป็นรายเดือนไว้คนละหัวข้อกันอย่างชัดเจนโดยกำหนดเงื่อนไขกรณีการขึ้นค่าแรงกับกรณีการปรับคนงานรายวันเป็นรายเดือนแยกกันอย่างชัดเจนด้วย

ไม่มีข้อความใดที่ทำให้เข้าใจไปได้ว่าในการปรับลูกจ้างรายวันเป็นลูกจ้างรายเดือนตามข้อตกลงดังกล่าว สหภาพแรงงานผลิตเครื่องมือประมงแห่งประเทศไทยหรือจำเลยมีความประสงค์จะให้เป็นการปรับขึ้นค่าแรงหรือรายได้ที่ลูกจ้างได้รับอยู่ไปในตัวด้วย ดังนั้น ในการปรับลูกจ้างรายวันเป็นลูกจ้างรายเดือนตามข้อตกลงดังกล่าวจึงมีผลเพียงทำให้ลูกจ้างนั้นมีสิทธิต่าง ๆ เพิ่มขึ้นตามที่ลูกจ้างรายเดือนของจำเลยพึงมีสิทธิได้รับเป็นต้นว่ามีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันลากิจ ซึ่งลูกจ้างรายวันไม่มีสิทธิได้รับเท่านั้น ไม่มีผลเป็นการตกลงขึ้นค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างรายวันที่ปรับเป็นลูกจ้างรายเดือนด้วย เพราะหากสหภาพแรงงานผลิตเครื่องมือประมงแห่งประเทศไทยหรือจำเลยมีความประสงค์เช่นนั้นก็น่าจะต้องระบุให้การปรับค่าจ้างจากลูกจ้างรายวันเป็นลูกจ้างรายเดือนโดยใช้วิธีนำค่าจ้างรายวันคูณด้วย 30 และถือเป็นการปรับขึ้นค่าจ้างอย่างหนึ่งลงไว้ในบันทึกข้อตกลงด้วย

ดังนั้นในการปรับลูกจ้างรายวันเป็นลูกจ้างรายเดือน หากค่าจ้างรายเดือนที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับมิได้น้อยไปกว่าค่าจ้างรายวันรวมทั้งเดือนที่ลูกจ้างนั้นเคยมีสิทธิได้รับก็มิใช่เรื่องที่จำเลยไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ส่วนที่โจทก์ทั้งสามอ้างว่าหากนำเงินเดือนหารด้วย 30 เป็นค่าจ้างต่อวัน อัตราค่าจ้างต่อวันย่อมน้อยลงกว่าเดิมเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนั้น เมื่อโจทก์ทั้งสามได้ปรับเป็นลูกจ้างรายเดือนแล้วการพิจารณาถึงรายได้ของโจทก์ทั้งสามก็ต้องพิจารณาจากค่าจ้างรวมทั้งเดือน เมื่อค่าจ้างรวมทั้งเดือนมิได้ลดน้อยลงกว่าเดิมหรือต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามกฎหมายย่อมมิใช่เป็นการหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

จะนำเอารายได้ต่อเดือนหารด้วย 30 เพื่อให้เป็นอัตราค่าจ้างต่อวันและอ้างว่าอัตราค่าจ้างต่อวันลดลงไม่ได้เพราะโจทก์ทั้งสามมิได้เป็นลูกจ้างรายวันอีกต่อไปแล้ว เมื่อจำเลยมิได้ตกลงปรับขึ้นค่าจ้างให้แก่โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีค่าจ้างที่จำเลยค้างจ่ายแก่โจทก์ทั้งสามทั้งไม่มีค่าชดเชยค้างจ่ายดังที่โจทก์ทั้งสามอ้างด้วย ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ทั้งสามฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
พิทยา บุญชู · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์ · จรัส พวงมณี
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นางจิราวรรณ สุญาณวนิชกุล
Supreme Court black case no.
ร.1287/2548
Trial court black case no.
สป1513/2547
Trial court red case no.
สป203/2548
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1523/2566

ข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นลูกจ้างกับจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างประเภทสถาบันอุดมศึกเอกชนมีการคุ้มครองแรงงานไว้โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 มาตรา 23 กิจการของจำเลยจึงไม่อยู่ภายใต้บังคับตา…

Supreme Court Judgment No. 8978/2561

ตาม พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 คำว่า "การนัดหยุดงาน" หมายความว่า การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน แสดงว่าการนัดหยุดงานเป็นวิธีการของฝ่ายลูกจ้างที่ได้กระทำเพื่อบัง…

Supreme Court Judgment No. 1306/2557

ข้อตกลงข้อที่ 5 ระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ระบุว่าจำเลยมีนโนบายจ้างแรงงานจากบริษัทรับเหมาช่วงในอัตราไม่เกินร้อยละ 25 ของจำนวนพนักงานจำเลยในหน่วยงานนั้น แต่ถ้ามีความจำเป็นจำเลยว่าจ้างเพิ่มขึ้นได้ไม่เกินร้อ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2553 (ref. 510407)

ตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์ทั้งสิบเจ็ดในข้อ 1 ขอให้จำเลยชำระเงินเป็นจำนวนเท่ากับผลต่างของดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 13 ที่จำเลยจะต้องจ่ายกับผลประโยชน์ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ท. จำกัด หาได้ ซึ่งคิดคำนว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2553 (ref. 504334)

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 5 ได้ให้คำนิยามคำว่า นายจ้างในทำนองเดียวกันกับ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 5 ว่า นายจ้าง หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ในกรณีที…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up