คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันเอาความอันเป็นเท็จฟ้องโจทก์ต่อศาลแขวงพระนครใต้ว่า โจทก์กระทำความผิดอาญาฐานทำให้เสียทรัพย์ โดยจำเลยทั้งสองบรรยายฟ้องในคดีดังกล่าวว่าโจทก์ได้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้นด้วยการใช้ชายหลายคนให้ใช้ฆ้อนขนาดใหญ่ทุกทำลายผนังตึกกำแพงด้านหลังอาคารของจำเลยทั้งสองซึ่งโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าของรวมร่วมกับโจทก์ เป็นเหตุให้ผนังตึกกำแพงด้านหลังของจำเลยทั้งสองพังทลายเสียหาย ซึ่งข้อความในฟ้องดังกล่าวเป็นความเท็จทั้งสิ้น โจทก์เพียงแต่ว่าจ้างให้บริษัท ตระกูลผลจำกัดรื้อถอนอาคารเดิมของโจทก์และก่อสร้างอาคารใหม่ลงในที่ดินของโจทก์เท่านั้น และจำเลยทั้งสองทราบดีอยู่แล้วว่าความจริงผนังกำแพงด้านหลังอาคารของจำเลยทั้งสองดังกล่าวเป็นผนังกำแพงของโจทก์แต่ฝ่ายเดียว
ต่อมาศาลแขวงพระนครใต้พิพากษายกฟ้องของจำเลยทั้งสอง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175, 83ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้องจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 จำคุกคนละ 6 เดือนปรับคนละ 1,000 บาทโจทก์และจำเลยทั้งสองฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 นอกจากผู้กระทำจะต้องเอาความอันเป็นเท็จฟ้องผู้อื่นต่อศาลว่า กระทำความผิดอาญาแล้วผู้กระทำจะต้องมีเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 59 ด้วยกล่าวคือจะต้องรู้ว่าความที่นำมาฟ้องนั้นเป็นเท็จ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยทั้งสองเข้าใจว่ากำแพงพิพาทเป็นของจำเลยทั้งสองด้วยจึงเป็นที่เห็นได้อยู่ในตัวว่า จำเลยทั้งสองไม่รู้ว่าความที่นำมาฟ้องโจทก์นั้นเป็นเท็จการกระทำของจำเลยทั้งสองจึงขาดเจตนาที่จะทำให้เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์