Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4167/2546

พ.ศ. 2546 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อครบกำหนดอนุญาตแล้ว โจทก์ได้ยื่นหนังสือต่อทางราชการขอทำกินต่อไปอีก ปรากฏว่าโจทก์ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวถึงปี 2531 นั้นเมื่อพ้นกำหนดเวลาทางราชการจะส่งเจ้าหน้าที่มารับคำขอเพื่อนำไปจัดทำใบ สทก.2ต่อไป แต่ในปี 2532 ทางราชการมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอจึงไม่ได้จัดส่งคนไปรับคำขอเพิ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับคำขอเมื่อปี 2533 กรณีจึงเป็นเรื่องตกค้างจากปี 2533 ซึ่งป่าไม้เขตมีคำสั่งรับใบคำขอของโจทก์แล้ว ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิทำกินในที่ดินพิพาทอยู่ต่อเนื่องตลอดมา โจทก์ซึ่งมีสิทธิทำกินในที่ดินพิพาทย่อมมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยได้รับอนุญาตผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวจากกรมป่าไม้ เมื่อวันที่ 19มิถุนายน 2537 จำเลยได้ว่าจ้างรถแทรกเตอร์เข้าไปไถในที่ดินดังกล่าว โดยเจตนายึดถือเอาที่ดินทั้งหมดเป็นของตน ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท และห้ามจำเลยหรือบริวารเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากโจทก์เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2532 ในราคา 30,000 บาท โจทก์เพิ่งขออนุญาตทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2534 ซึ่งเป็นระยะเวลาหลังจากโจทก์ขายที่ดินให้จำเลยแล้ว ขอให้ยกฟ้องระหว่างพิจารณา โจทก์ถึงแก่กรรม นางไล พงษ์สุระ ทายาทของโจทก์ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความแทน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาทและห้ามจำเลยหรือบริวารเข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนสิทธิของโจทก์ในที่ดินพิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า โจทก์มีชื่อเป็นผู้ได้รับอนุญาตผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเรียกว่า สทก.1

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่

ที่จำเลยฎีกาว่า ทางราชการอนุญาตให้โจทก์เข้าทำกินชั่วคราวในที่ดินพิพาทถึงวันที่ 31สิงหาคม 2531 เท่านั้น ต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2534 โจทก์ได้ยื่นหนังสือต่อทางราชการเพื่อขอทำกินต่อไปอีก ไม่มีหนังสืออนุญาตว่าอนุญาตให้โจทก์เข้าทำกินชั่วคราวได้ถึงวันที่เท่าไร เท่ากับว่าโจทก์ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าทำกินต่อไปนั้นเห็นว่า โจทก์เป็นผู้ได้รับอนุญาตผ่อนผันให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวในที่ดินพิพาทซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เมื่อครบกำหนดอนุญาตในวันที่ 31 สิงหาคม 2531 แล้วต่อมาวันที่ 10 มิถุนายน 2534 โจทก์ได้ยื่นหนังสือต่อทางราชการขอทำกินต่อไปอีกซึ่งได้ความจากคำเบิกความของนายประสงค์ไพรวัลย์ พนักงานป่าไม้ สำนักงานป่าไม้เขตอุบลราชธานี

พยานโจทก์ในคดีหมายเลขแดงที่ 447/2532 ของศาลชั้นต้นว่า กรณีของโจทก์ซึ่งได้รับอนุญาตให้มีสิทธิทำกินชั่วคราวถึงปี 2531 เมื่อพ้นกำหนดเวลาทางราชการจะส่งเจ้าหน้าที่มารับคำขอเพื่อนำไปจัดทำใบสทก. 2 ต่อไป แต่ในปี 2532 ทางราชการมีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอจึงไม่ได้จัดส่งคนไปรับคำขอ เพิ่งจะส่งเจ้าหน้าที่ไปรับคำขอเมื่อปี 2533 กรณีของโจทก์เป็นเรื่องตกค้างจากปี 2533 ซึ่งป่าไม้เขตอุบลราชธานีมีคำสั่งที่ 921/2534 รับใบคำขอของโจทก์ โจทก์ยื่นคำขอต่อพยานเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2534 ดังนั้น โจทก์จึงมีสิทธิทำกินในที่ดินพิพาทอยู่ต่อเนื่องตลอดมา โจทก์ซึ่งมีสิทธิทำกินในที่ดินพิพาทย่อมมีอำนาจฟ้องจำเลยได้ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยประการสุดท้ายว่า

โจทก์ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยแล้วหรือไม่โจทก์และจำเลยต่างมีพยานบุคคลนำสืบตามข้ออ้างของตน โดยจำเลยนำสืบว่าโจทก์ขายที่ดินพิพาทให้จำเลยแล้ว โจทก์นำสืบว่าไม่ได้ขาย แต่จำเลยเคยเบิกความไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 447/2532 ของศาลชั้นต้น ที่โจทก์ฟ้องกรมทางหลวงบุกรุกที่ดินพิพาทว่า ที่ดินพิพาทเป็นของโจทก์ ซึ่งเป็นการเบิกความเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2534 เป็นเวลาหลังวันที่ 4 มกราคม 2532 ที่จำเลยอ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทจากโจทก์ น่าเชื่อว่าที่ดินพิพาทยังเป็นของโจทก์ตลอดมาและโจทก์ไม่ได้ขายให้จำเลย

ที่จำเลยฎีกาว่า เบิกความไปตามคำแนะนำของผู้รู้กฎหมายฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาขับไล่จำเลยออกจากที่ดินพิพาท ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นเดียวกัน"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วสันต์ ตรีสุวรรณ · ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · สมบัติ อรรถพิมล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3682/2568

โจทก์และจำเลยตกลงเข้ากันเป็นหุ้นส่วนซื้อที่ดินเพื่อปลูกสร้างคอนโดมิเนียมขายนำกำไรมาแบ่งปันกัน ต่อมามีผู้สนใจซื้อที่ดินดังกล่าวและผู้เป็นหุ้นส่วนได้ตกลงขายที่ดินเพื่อทำกำไร อันเป็นกรณีที่หุ้นส่วนเปลี่ย…

Supreme Court Judgment No. 3230/2568

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก…

Supreme Court Judgment No. 1760/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบธุรกิจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้บริโภคโดยมีข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุแห่งการฟ้องคดีรวมทั้งคำขอบังคับ ตามสัญญาเช่าพื้นที่และสัญญาบริการสำหรับห้องหมายเลข FM-B002 ในศูนย์การค้าของโจทก์ จำเลยให้กา…

Supreme Court Judgment No. 1282/2568

คดีที่จำเลยกล่าวอ้างการได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2648 ที่มีชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์และศาลชั้นต้นมีคำสั่งบังคับให้ตามที่ขอ มิใช่เป็นคดีที่เมื่อมีข้อโต้แย้งสิทธิเก…

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up