คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้ โจทก์เป็นบุตรบูญธรรมของนายต่วนผู้ตาย จำเลยที่ ๑ เป็นน้องนายต่วน จำเลยที่ ๒ เป็นภรรยานายต่วน ชั้นเดิมโจทก์จำเลยเป็นความกันเรื่องมรดกของนายต่วนผู้ตาย โดยนางโฮมมารดาเดิมของโจทก์ตั้งตัวเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมของโจทก์ ดำเนินคดีแทนโจทก์ ซึ่งยังเป็นผู้เยาว์ คดีนั้นได้ประณีประนอมยอมความกันต่อศาล ให้แบ่งทรัพย์ให้แก่โจทก์จำเลยตามฟ้องโดยวิธีขายทอดตลาดเอาเงินมาแบ่งกัน แต่ให้รอการขายไว้ฟังคำพิพากษาฎีกาในเรื่องที่นางโฮมฟ้องเรียกโจทก์คืนจากนางอิ่ม ครั้นศาลฎีกาพิพากษาว่าโจทก์ยังเป็นบุตรบูญธรรมของนายต่วนอยู่ นางโฮมไม่มีสิทธิฟ้องเรียกเด็กคืน จึงมีการของตั้งผู้ปกครองโจทก์ขึ้น ศาลได้ตั้งนายต่วนเป็นผู้ปกครอง ต่อจากนั้นนายย่วนกับจำเลยที่ ๑ - ๒ ได้ร่วมกันขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดทรัพย์เอาเงินมาแบ่งกันตามยอม แต่ยังไม่ทันได้ขายทรัพย์ โจทก์ก็มาฟ้องคดีนี้ ขอให้เพิกถอนท้ายยอมในคดีก่อนนั้น ตลอดจนสัญญาฉบับลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๔๙๐ ที่นางอิ่มและนางทับทิมทำไว้กับนายเลี่ยนบอกศาล ฯลฯ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะ โดยให้เพิกถอนสัญญาประนีประนอมและคำพิพากษาท้ายยอม ฯลฯ
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายเลี่ยน
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เด็กชายบุญธรรมโจทก์เป็นบุตรบูญธรรมของนายต่วน แม้นายต่วนวายชนม์ เด็กชายบุตรบูญธรรมก็ยังคงเป็นบุตรบูญธรรมของนายต่วนอยู่ นางโอมมารดาเด็กชายบุญธรรมย่อมหมดอำนาจการปกครองตาม ป.ม.แพ่งฯมาตรา ๑๕๘๖ การที่นางอิ่มตกลงกับนายต่วนเมื่อหย่ากันว่า นายต่วนยอมให้นางอิ่มเป็นผู้ปกครองเด็ยชายบุญธรรมนูน ไม่ทำให้เด็กชายบุญธรรมเป็นบุตรบูญธรรมของนางอิ่ม ฉะนั้นนางโฮมและนางอิ่มจึงไม่มีอำนาจที่จะทำนิติกรรมแทนเด็กชายบุญธรรม กิตการใดๆที่นางโฮมนางอิ่มได้กระทำไปโดยไม่มีอำนาจนั้น หาเป็นการผูกพันเด็กชายบุญธรรมให้ต้องรับผิดด้วยไม่ ต่อมานายผ่อน ซึ่งเป็นผู้ปกครองเด็กชายบุญธรรมโดยชอบได้ยื่นคำร้องในคดีที่นางโฮมฟ้องและทำสัญญาประนีประนอมยอมความแทนเด็กชายบุญธรรม โดยขอให้ศาลขายทอดตลาดทรัพย์เอาเงินแบ่งกันตามยอม
อันเป็นการรับรองกิจการที่นางโฮมได้กระทำไปในเรื่องนั้น การกระทำของนายย่วนย่อมผูกพันเด็กชายบุญธรรมเหมือนหนึ่ง เด็กชายบุญธรรมได้ทำด้วยตนเอง ฉะนั้นเด็กชายบุญธรรมจึงไม่มีสิทธิที่จะขอให้เพิกถอนนิติกรรมดังกล่าวนั้นได้
Result
พิพากษากลับให้ยกฟ้อง