คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำอนาจารและพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งอายุไม่เกิน 13 ปี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, 80, 279, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 3พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยให้การปฏิเสธนายจังกีหรือจังกี่บิดาผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลชั้นต้นอนุญาตศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 80, 279 วรรคสองการกระทำความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวให้ลงโทษบทหนัก ตามมาตรา279 วรรคสอง จำคุกจำเลย 6 ปี ให้ยกคำขอของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก, 80, 279 วรรคแรกให้ลงโทษบทหนักตามมาตรา 277 วรรคแรก, 80 กับให้ยกคำขอตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ด้วยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รับฟังได้ว่าจำเลยได้ถอดกางเกงในของตนออกแล้วจับผู้เสียหายถอดเสื้อกางเกง จากนั้นพาไปนอนหงายบนฟูกของโจทก์ร่วม จำเลยนอนคว่ำทับ กอดจูบผู้เสียหายและได้พยายามเอาอวัยวะเพศของตนสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย อันเป็นความผิดฐานกระทำอนาจารและพยายามกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งมีอายุไม่เกิน 13 ปี การที่จำเลยได้กระทำอนาจารโดยถอดเสื้อผ้าจำเลยแลผู้เสียหายแล้วนอนคว่ำทับกอดจูบผู้เสียหายและได้พยายามกระทำชำเราผู้เสียหายนั้น เป็นการกระทำที่ต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายที่จะกระทำชำเรา จึงเป็นความผิดกรรมเดียวตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า
เมื่อศาลชั้นต้นลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง และฝ่ายโจทก์มิได้อุทธรณ์ถือว่าโจทก์ไม่ติดใจให้ศาลลงโทษจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 ความผิดในฐานนี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วการที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก จึงคลาดเคลื่อนนั้น เห็นว่า ศาลชั้นต้นมิได้พิพากษายกฟ้องจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277วรรคแรก แต่อย่างใด คงพิพากษาว่าความผิดดังกล่าวเป็นกรรมเดียวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 279 วรรคสอง อันเป็นบทหนัก เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก และมาตรา 279 วรรคแรก มิใช่มาตรา 279 วรรคสองศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจปรับบทลงโทษจำเลยตามบทกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดคือตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 277 วรรคแรก ให้ถูกต้องได้ความผิดฐานนี้หาได้ยุติไปแล้วดังที่จำเลยฎีกาไม่พิพากษายืน.