Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4190/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้เชี่ยวชาญของศาลด้านตรวจพิสูจน์รูปรอยตราประทับไม้ทำงานด้านนี้มานาน ย่อมเป็นผู้มีความรู้ความสามารถปรากฏว่า การตรวจพิสูจน์ทำตามหลักวิชาเป็นขั้นตอนแล้วผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่ารูปลักษณะตัวเลขที่ไม้ชิ้นที่ตัดมาจากไม้ของกลางเหมือนกันและเท่ากันกับรูปรอยตราของทางราชการ โดยจำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่นแม้จะปรากฏว่าไม้ของกลางมีตัวเลขดวงตราไม่ครบถ้วนก็เชื่อได้ว่ารูปรอยตราที่ปรากฏเกิดจากการประทับดวงตราของทางราชการที่แท้จริง ไม้ที่ตัดฟันหรือตัดโค่นมาโดยมิชอบด้วยกฎหมายเป็นไม้ที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยได้จดรายการของไม้ดังกล่าวลงในสมุดบัญชีรายการขนาดจำนวนไม้ที่ตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลาก เพื่อรับรองเป็นหลักฐานว่าจำเลยได้กระทำการโดยชอบด้วยหน้าที่ อันเป็นการจดรายการอันเป็นเท็จ จึงมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162(1) ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดตาม มาตรา 157และมาตรา 160

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,160, 162, 91จำเลยไม่ได้ให้การ ถือว่าจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 160, 162(1) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 จำเลยมีความผิด 7 กรรมแต่ละกรรมให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. 2502 มาตรา 13 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้เรียงกระทงลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 จำคุกกระทงละ 1 ปีรวม 7 กระทง จำคุก 7 ปี คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดกรรมเดียว จำคุก 1ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยรับราชการเป็นเจ้าพนักงานป่าไม้ 4 ประจำสำนักงานป่าไม้เขตปราจีนบุรีกรมป่าไม้ได้มอบดวงตรา ต.6615 ให้เป็นตราประจำตัวจำเลย เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2530 จำเลยได้รับคำสั่งจากป่าไม้เขตปราจีนบุรีให้ไปตรวจวัด ประทับตราอนุญาตชักลากไม้กระยาเลยของบริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ซึ่งได้รับสัมปทานให้ทำไม้ในโครงการคลองตะเกรา (ฉช.2) ส่วน ก.ตอนที่ 5 แปลงที่ 13 ท้องที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 4,000 ท่อน จำเลยจึงได้เบิกดวงตรา ช.ลาก 1403 จากสำนักงานป่าไม้เขตปราจีนบุรี เพื่อใช้ในการตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลากไม้ดังกล่าว ต่อมาวันที่ 29พฤษภาคม 2530 เจ้าพนักงานป่าไม้กรมป่าไม้กับพวกได้ตรวจพบไม้ตะแบก3 กอง

รวม 24 ท่อน ซึ่งตัดฟันโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย กองอยู่นอกแปลงสัมปทานตอนที่ 5 แปลงที่ 13 ของบริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัดห่างแนวเขตสัมปทานตอนที่ 5 ดังกล่าว ประมาณ 10 กิโลเมตร เจ้าพนักงานป่าไม้กับพวกจึงได้ยึดไม้ตะแบกจำนวน 24 ท่อนดังกล่าวเป็นของกลางปรากฏตามบัญชีแสดงรายการตรวจยึดไม้บริเวณป่าเขาละลากเอกสารหมาย จ.1 คดีมีปัญหาตามที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ดวงตรา ต.6615 และดวงตรา ช.ลาก 1403 ตีประทับลงบนไม้เลขเรียงยึดที่ 8 ตามเอกสารหมาย จ.1 หรือไม่

ที่จำเลยฎีกาว่าไม้ของกลางมีเลขเรียงตรา ต. และตรา ช. เพียงใกล้เคียงกับตรา ต. 6615 ซึ่งเป็นตราประจำตัวของจำเลยและตรา ช.ลาก 1403 ซึ่งจำเลยเคยเบิกมาจากทางราชการ แต่ไม่ปรากฏว่าไม้ของกลางมีตัวเลขตราต.6615 และตรา ช.ลาก 1403 โดยครบถ้วน ทั้งยังมีสภาพเลอะเลือนอ่านไม่ชัดเจน ฟังไม่ได้ว่าดวงตราที่ตีประทับลงบนไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 8 เป็นดวงตรา ต.6615 และดวงตรา ช.ลาก 1403 ของทางราชการนั้น เห็นว่า นายณรงค์ โทณานนท์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญของศาลทางด้านตรวจพิสูจน์รูปรอยตราประทับไม้เบิกความประกอบรายงานการตรวจพิสูจน์รูปรอยตราเอกสารหมาย จ.17 ว่า นายศิริเจือวิจิตรจันทร์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ตัดไม้ของกลางที่มีรูปรอยตรา

รวม 7 ชิ้น มาเพื่อทำการตรวจพิสูจน์เมื่อนายณรงค์ได้รับคำสั่งจากอธิบดีกรมป่าไม้ให้ตรวจพิสูจน์รอยตราที่ประทับลงบนไม้ดังกล่าวนายณรงค์ได้ไปรับดวงตรา ต.6615 และดวงตรา ช.ลาก 1403จากสำนักงานป่าไม้เขตปราจีนบุรี แล้วได้ประทับดวงตราดังกล่าวลงในกระดาษเพื่อใช้ในการตรวจพิสูจน์โดยพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอให้ตรวจพิสูจน์ว่า รูปรอยตราต.6615 กับ ช.ลาก 1403 ที่ปรากฏที่ไม้ของกลางเป็นรูปรอยตราที่เกิดจากดวงตราที่แท้จริงหรือไม่ นายณรงค์ ทำการตรวจพิสูจน์แล้วให้ความเห็นว่า รูปรอยตรา ต.6615 ที่ปรากฏที่ไม้ชิ้นที่ตัดมาจากไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 8 มีรูปลักษณะเลข 66 และ 5 เหมือนกับรูปรอยตราของทางราชการ และรูปรอยตรา

ช.ลาก 1403 ที่ปรากฏที่ไม้ชิ้นที่ตัดมาจากไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 8 ตัวเลข 1, 0 และ 3เหมือนกันและเท่ากันนายณรงค์เห็นว่า เป็นรูปรอยตราที่เกิดจากดวงตรา ช.ลาก 1403 ของทางราชการ นายณรงค์เป็นผู้เชี่ยวชาญของศาลทางด้านตรวจพิสูจน์รูปรอยตราประทับไม้ ทำงานในด้านนี้มานานกล่าวคือตั้งแต่ปี 2525 ย่อมเป็นผู้มีความรู้ความสามารถการตรวจพิสูจน์ทำตามหลักวิชา เริ่มตั้งแต่นำดวงตราที่แท้จริงของทางราชการมาประทับลงบนแผ่นกระดาษเพื่อให้เห็นรอยดวงตราได้ชัดเจนมาเปรียบเทียบกับภาพชิ้นไม้ของกลางที่มีรอยตราประทับและบันทึกความเห็นใต้ภาพแต่ละภาพเปรียบเทียบกับรูปรอยตราที่แท้จริงตามรายงานการตรวจพิสูจน์รูปรอยตราพร้อมภาพถ่ายเอกสารหมาย

จ.17เป็นการกระทำเป็นขั้นตอน ประกอบทั้งตามคำเบิกความและรายงานผลการตรวจพิสูจน์ของนายณรงค์ดังกล่าว เห็นได้ชัดว่านายณรงค์ยืนยันว่ารูปลักษณะตัวเลขที่ไม้ชิ้นที่ตัดมาจากไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 8เหมือนกันและเท่ากันกับรูปรอยตราของทางราชการซึ่งจำเลยก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นอย่างอื่น แม้จะปรากฏว่าไม้ของกลางมีตัวเลขดวงตราต.6615 และดวงตรา ช.ลาก 1403 ไม่ครบถ้วนกล่าวคือ มีเฉพาะเลข 66,5, 1, 0 และ 3 ก็ตามแต่จากข้อเท็จจริงดังกล่าวก็เชื่อได้ว่ารูปรอยตราที่ปรากฎที่ไม้ชิ้นที่ตัดมาจากไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 8 เป็นรูปรอยตราที่เกิดจากการประทับดวงตรา ต.6615 และดวงตรา ช.ลาก 1403ของทางราชการซึ่งเป็นดวงตราที่แท้จริง เมื่อดวงตราทั้งสองนี้เป็นตราประจำตัวของจำเลยและเป็นตราที่จำเลยเบิกไปเพื่อใช้ในราชการจึงฟังได้ว่าจำเลยเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่รักษาดวงตราของราชการได้ใช้หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้ดวงตราทั้งสองดังกล่าวตีประทับบนไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 8 ทำให้กรมป่าไม้เสียหาย และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมป่าไม้ตามที่โจทก์ฟ้อง

ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่จำเลยฎีกาว่ารายการของไม้ในสมุดบัญชีรายงาน ขนาดจำนวนไม้ที่ตรวจวัดประทับตราอนุญาต (ก.ป.ม. แบบ 20) ของสำนักงานป่าไม้เขตปราจีนบุรีในหน้า 128 เลขที่ 1069, 1071 และ 1072 เป็นไม้แปลงอื่นที่บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ได้รับสัมปทาน และไม้เหล่านั้นมีจริง ได้กระทำถูกขั้นตอนทุกอย่าง ไม่เกี่ยวข้องกับไม้ของกลางในคดีนี้ นั้น ได้ความจากร้อยตรีสมจิตต์ วงศ์วัฒนานักวิชาการป่าไม้ 7 นายณรงค์ บ่วงรักษ์ เจ้าพนักงานป่าไม้ 3และนายศิริ เจือวิจิตรจันทร์ นักวิชาการป่าไม้ 6 ผู้เชี่ยวชาญของศาลทางด้านพิสูจน์ไม้ซึ่งได้รับคำสั่งจากนายไพโรจน์ สุวรรณกรรองอธิบดีกรมป่าไม้ให้ร่วมกันตรวจพิสูจน์ไม้ 24 ท่อนของกลางว่าเป็นไม้ที่ถูกตัดโค่นมาโดยถูกต้องหรือไม่ และตัดโค่นมาจากที่ใดเบิกความยืนยันต้องกันว่า ตามระเบียบของกรมป่าไม้ผู้รับสัมปทานจะตัดไม้ออกจากป่าต้องยื่นคำร้องต่อป่าไม้เขตของท้องที่เพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจคัดเลือกไม้ที่จะให้ตัด

เมื่อเจ้าหน้าที่คัดเลือกแล้วเจ้าหน้าที่จะต้องตีตรา ต.ตัดไว้ที่ไม้ 2 แห่ง คือ ที่โคนซึ่งสูงจากพื้นดินไม่เกิน 30 เซนติเมตร กับที่ระดับสูงประมาณ 1.30 เมตรจากพื้นดิน และให้ตัดไม้ระหว่างตรา 2 ตรานี้ ไม่ปรากฏว่าไม้ของกลางทั้ง 24 ท่อน ไม่ปรากฏว่าได้ตีประทับตรา ต. ตัดไว้เลย แสดงว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่ตัดฟันมาโดยมิชอบด้วยกฎหมายนอกจากนี้ไม้ของกลางทั้ง 24 ท่อนนี้ถูกตรวจพบอยู่ในป่าบริเวณตอนที่ 2 กับตอนที่ 4 ซึ่งบริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ได้รับสัมปทาน และป่าทั้งสองตอนนี้ได้ผ่านการทำไม้ไปแล้วหลายปี แต่จำเลยได้รับคำสั่งให้ไปตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลากไม้ของบริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์จำกัด ซึ่งได้รับสัมปทานให้ทำไม้ในโครงการคลองตะเกรา (ฉช.2)ส่วน

ก. ตอนที่ 5 แปลงที่ 13 ซึ่งเป็นคนละตอนกัน และตรงที่พบไม้ของกลางอยู่ห่างป่าตอนที่ 5 ประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่งแสดงว่าไม้ของกลางเป็นไม้ที่มิได้ถูกตัดฟันมาจากแปลงที่บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ได้รับสัมปทานและกำลังทำอยู่ เห็นว่าเมื่อไม้ของกลางเป็นไม้ที่ไม่ได้ตีประทับตรา ต. ตัด ซึ่งแสดงว่าเป็นไม้ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ตัดได้ ประกอบทั้งเป็นไม้ที่ไม่ได้อยู่ในป่าที่บริษัทเอื้อวิทยาพาณิชย์ จำกัด ได้รับสัมปทานในขณะที่จำเลยได้รับคำสั่งให้ไปตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลาก ไม้ของกลางทั้ง 24 ท่อน จึงเป็นไม้ที่ตัดฟันหรือตัดโค่นมาโดยมิชอบด้วยกฎหมายเมื่อเป็นไม้ที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย การที่จำเลยได้จดรายการของไม้ของกลางเลขเรียงยึดที่ 6, 8 และ 9 ตามรายงานผลการตรวจพิสูจน์ไม้ของนายศิริเอกสารหมาย

จ.14 ลงในสมุดบัญชีรายการ ขนาดจำนวนไม้ที่ตรวจวัดประทับตราอนุญาตชักลาก (ก.ป.ม. แบบ 20) เอกสารหมาย จ.12 ในหน้า 128 เลขที่ 1069, 1071 และ 1072 ตามลำดับเพื่อรับรองเป็นหลักฐานว่า จำเลยได้กระทำการโดยชอบด้วยหน้าที่อันเป็นการจดรายการอันเป็นเท็จ จำเลยจึงมีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่กรอกข้อความในเอกสารในการปฏิบัติตามหน้าที่จดรายการไม้ลงในสมุดบัญชีเพื่อรับรองเป็นหลักฐานว่าจำเลยได้กระทำการดังกล่าวอันเป็นความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162(1) ซึ่งเป็นความผิดกรรมเดียวกันกับความผิดตามมาตรา 157 และมาตรา 160 ดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยไว้ชอบแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น"ที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษในสถานเบานั้น เห็นว่า ความผิดที่จำเลยกระทำเป็นความผิดที่เป็นสาเหตุให้เกิดการทำลายป่าอันเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศถือเป็นความผิดร้ายแรง ที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยมานั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้ว ฎีกาข้อนี้ของจำเลยก็ฟังไม่ขึ้นเช่นกันพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
บุญศรี กอบบุญ · สุทธิ นิชโรจน์ · เสมอ อินทรศักดิ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4639/2566

จำเลยที่ 1 แม้ไม่มีฐานะหรือคุณสมบัติเป็นเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายโดยตรงในการดูแลและประสานโครงการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟบ้านบ่อน้ำใส ประจำปีงบประมาณ 2557 อันจะร่วมกระทำความผิดเป็นตัวการหรือเป็นผู…

Supreme Court Judgment No. 2695/2566

จำเลยที่ 2 หัวหน้าสำนักงานปลัดมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการ และสำนักปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลบางรักพัฒนาเป็นผู้จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการจัดจ้างและเบิกเงินงบประมาณทั้งหมด ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 เข้าไปม…

Supreme Court Judgment No. 2331/2563

จำเลยได้รับสำเนาคำฟ้องซึ่งโจทก์ได้แนบสำเนารายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ไปท้ายฟ้องแล้ว และในวันนัดพร้อมจำเลยก็แถลงรับในรายงานกระบวนพิจารณาว่าแพทย์ได้ตรวจร่างกายผู้เสียหายและทำรายงานผลการตรวจชันส…

Supreme Court Judgment No. 6538/2562

การที่จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อรับรองรายงานการประชุม และจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อเป็นผู้บันทึกการประชุมในเอกสารฉบับเดียวกัน ย่อมเป็นการรับรองเป็นหลักฐานว่า การประชุมคณะกรรมการกำหนดโครงสร้างส่วนราชการและจั…

Supreme Court Judgment No. 802/2562

การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานทำเอกสารอันเป็นเท็จ ตาม ป.อ. มาตรา 162 นั้น ผู้กระทำหาต้องมีมูลเหตุชักจูงใจหรือเจตนาพิเศษเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือต้องกระทำโดยทุจริตไม่ และไ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up