คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยสมคบกันตัดฟันต้นหมากของนายบุญเหลือผู้เป็นกสิกรที่ปลูกอยู่ในสวนเสียหาย ขอให้ลงโทษ จำเลยปฏิเสธ ศาลชั้นต้นสืบนายบุญเหลือได้ ๑ ปาก แล้วพิพากษาว่า พ่อตาแม่นายนายบุญเหลือยกสวนพิพาทให้นายบุญเหลือเมื่อ ๓ - ๔ ปีก่อนเกิดเหตุแต่ยังไม่ได้โอนโฉนดกัน ฉะนั้นต้นหมากซึ่งเป็นส่วนควบของที่ดินที่ยังไม่ได้โอน จึงยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของนายบุญเหลือ ทางพิจารณาไม่ได้ความตามฟ้องให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า นายบุญเหลือมีสิทธิครอบครองที่ดินและต้นหมากถือได้ว่าเป็นผู้เสียหาย ข้อเท็จจริงไม่ต่างกับฟ้อง จึงยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ผู้ที่จะเป็นผู้เสียหายไม่จำต้องเป็นบุคคลผู้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ที่ถูกทำให้เสียหายนั้น นายบุญเหลือเป็นผู้ครอบครองที่ดินและต้นหมากขณะเกิดเหตุ จึงเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย เพราะการกระทำของจำเลยเป็นการเสียหากแก่สิทธิครอบครองของนายบุญเหลือ และไม่ถือว่าข้อเท็จจริงต่างกับฟ้อง เพราะที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่าต้นหมากของนายบุญเหลือ ย่อมกิน่ความถึงต้นหมากซึ่งนายบุญเหลือครอบครองนั้นได้
Result
พิพากษายืน