Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4205/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่คณะรัฐมนตรีมีมติว่า ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินที่แตกต่างไปจากทางราชการอยู่ก่อนแล้วก็ให้เป็นไปตามเดิม แต่ถ้าจะกำหนดให้มีการจ่ายเงินสวัสดิการหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ให้ทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง จำเลยซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจและโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจจึงต้องตกอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีนั้น ดังนี้ แม้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์จำเลยที่ว่า จำเลยจะจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงาน เมื่อพนักงานช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนมีผลให้ลดการรั่วไหลของน้ำเพิ่มขึ้นนับจากวันทำข้อตกลงกันและข้อตกลงนั้นมีผลใช้บังคับก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติดังกล่าวแล้วผลการดำเนินงานจะเป็นไปเช่นข้อตกลงก็ตาม แต่เมื่อได้ความว่าก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติข้างต้น จำเลยยังไม่ได้จ่ายเงินหรือปฏิบัติไปตามข้อตกลงเลยและเมื่อกระทรวงการคลังไม่อนุญาตให้จ่ายเงินตามข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างดังกล่าวตามที่จำเลยได้ขอไป ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเช่นว่านั้นจึงไม่มีผลบังคับ

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 Section 18 พ.ร.บ.การประปานครหลวง พ.ศ.2510 Section 19

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ จำเลยได้ทำข้อตกลงกับโจทก์ว่าจะเพิ่มเงินช่วยเหลือบุตรให้ต่อเมื่อพนักงานช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนมีผลทำให้สามารถลดการรั่วไหลของน้ำ ทำให้เปอร์เซ็นต์การขายน้ำเพิ่มขึ้น และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๒๙ พนักงานการประปานครหลวงได้ช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนเป็นผลสำเร็จตามเงื่อนไขดังกล่าว แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง ขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินเพิ่มช่วยเหลือบุตรพร้อมดอกเบี้ยแก่พนักงานประปานครหลวงตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๒๕ ถึงปีงบประมาณ ๒๕๒๙ รวม ๕ ปี

จำเลยให้การว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจ จำเลยได้ทำข้อตกลงกับโจทก์ว่าจะเพิ่มเงินช่วยเหลือบุตรพนักงานให้ตามฟ้องจริง แต่คณะรัฐมนตรีได้มีมติห้ามจ่ายเงินดังกล่าวเมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๑ เว้นแต่จะทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อนซึ่งจำเลยได้ขอความเห็นชอบต่อกระทรวงการคลังแล้วแต่กระทรวงการคลังไม่เห็นชอบด้วย จำเลยต้องปฏิบัติตาม ข้อตกลงตามฟ้องจึงไม่มีผลบังคับ ขอให้ยกฟ้อง วันนัดพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันว่า ได้มีข้อตกลงตามฟ้องจริงคณะรัฐมนตรีได้มีมติตามที่จำเลยให้การจริง ผลการดำเนินงานในปี ๒๕๒๑ และปี ๒๕๒๒ เป็นไปตามเงื่อนไขข้อตกลง จำเลยได้จ่ายเงิน (เพิ่ม) ให้ตามข้อตกลงแล้ว ในปีที่โจทก์ฟ้องนั้น ผลการดำเนินงานสำเร็จตามเงื่อนไข

จำเลยได้มีหนังสือขอความเห็นชอบไปยังกระทรวงการคลังแล้ว แต่กระทรวงการคลังขัดข้อง จำเลยจึงมิได้จ่ายเงินตามข้อตกลงดังกล่าว โจทก์ได้ร้องต่อกรมแรงงานและกรมแรงงานมีความเห็นให้จำเลยปฏิบัติตามข้อตกลง แต่จำเลยไม่ปฏิบัติ โจทก์จึงได้ฟ้องคดีนี้ คู่ความไม่ติดใจสืบพยานขอให้ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยไปตามรูปคดี

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยตามฟ้องเป็นข้อตกลงซึ่งมีเงื่อนไขบังคับก่อน เมื่อเงื่อนไขดังกล่าวสำเร็จภายหลังที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติห้ามแล้ว จึงต้องอยู่ภายใต้บังคับมติคณะรัฐมนตรี ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยตามฟ้องเป็นการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี ไม่มีผลบังคับ พิพากาษยกฟ้อง ผู้พิพากษาสมทบนายหนึ่งมีความเห็นแย้ง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๙ โจทก์จำเลยได้ทำข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างต่อกันว่า จำเลยจะจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงาน เมื่อพนักงานช่วยกันปฏิบัติหน้าที่จนมีผลทำให้สามารถลดการรั่วไหลของน้ำทำให้เปอร์เซ็นต์การขายน้ำเพิ่ม ผลการดำเนินงานปรากฏว่าในปี ๒๕๒๑ และปี ๒๕๒๒ เป็นไปตามข้อตกลง จำเลยจึงได้จ่ายเงินเช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงานไปตามข้อตกลงแล้ว เมื่อวันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๒๑ คณะรัฐมนตรีมีมติว่าการจ่ายเงินสวัสดิการให้แก่พนักงานและลูกจ้างในขณะที่ยังอยู่ปฏิบัติงานในรัฐวิสาหกิจ เช่นค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาล และเงินช่วยเหลือบุตร ให้รัฐวิสาหกิจกำหนดให้มีหลักเกณฑ์เช่นเดียวกันกับของทางราชการในกรณีที่รัฐวิสาหกิจโดยได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินที่แตกต่างไปจากของทางราชการอยู่ก่อนแล้ว

ก็คงให้เป็นไปตามเดิม แต่ถ้ารัฐวิสาหกิจใดจะกำหนดให้มีการจ่ายเงินสวัสดิการอื่น หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์ที่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง ต่อมาในปี ๒๕๒๕ ถึงปี ๒๕๒๙ ผลการดำเนินงานก็เป็นไปตามข้อตกลงเช่นเดียวกันซึ่งจำเลยได้มีหนังสือขอความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังเพื่อจะจ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงานตามข้อตกลง แต่กระทรวงการคลังขัดข้องเพราะมีมติคณะรัฐมนตรีห้ามไว้ดังกล่าวข้างต้น จำเลยจึงมิได้จ่ายเงินช่วยเหลือบุตรเพิ่มให้แก่พนักงานตามข้อตกลง

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยเป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูและของกระทรวงมหาดไทย จำเลยจะต้องปฏิบัติตามระเบียบคำสั่งของรัฐมนตรีเจ้าสังกัดหรือมติของคณะรัฐมนตรี รวมทั้งพนักงานหรือลูกจ้างของจำเลยซึ่งเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของมติคณะรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน แม้ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ แต่การที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๑ ว่า ในกรณีที่รัฐวิสาหกิจใดได้กำหนดให้มีการจ่ายเงินที่แตกต่างไปจากของทางราชการอยู่ก่อนแล้วก็ให้เป็นไปตามเดิม แต่ถ้ารัฐวิสาหกิจใดจะกำหนดให้มีการจ่ายเงินสวัสดิการอื่นหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักเกณฑ์ที่นอกเหนือไปจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน ให้ขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังนั้นมีความหมายว่า

หากรัฐวิสาหกิจใดได้มีการจ่ายเงินหรือปฏิบัติไปตามข้อตกลงแล้วก็คงให้เป็นไปตามเดิม เมื่อได้ความว่า ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะมีมติดังกล่าว จำเลยยังไม่ได้จ่ายเงินหรือปฏิบัติไปตามข้อตกลงเลย ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติห้ามโดยจะต้องขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน เมื่อจำเลยได้ขออนุญาตต่อกระทรวงการคลังแล้วกระทรวงการคลังไม่อนุญาต ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยเช่นว่านั้นก็ไม่มีผลบังคับที่ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายวินัย วิมลเศรษฐศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2556 (ref. 566220)

พนักงานประนอมข้อพิพาทแรงงานได้รับแจ้งข้อพิพาทแรงงานเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2555 ผู้แทนสหภาพแรงงาน บ. และผู้แทนจำเลยเข้าร่วมไกล่เกลี่ยในวันที่ 22, 27 มีนาคม 2555 ในวันที่ 27 มีนาคม 2555 ผู้แทนจำเลยแจ้งให…

Supreme Court Judgment No. 12088/2547

ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 นั้น หมายถึงเฉพาะข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกิดจากการยื่นข้อเรียกร้องเท่านั้น นายจ้างจึงสามารถทำสัญญาจ้างแรงงานกับลูกจ้า…

Supreme Court Judgment No. 1850/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 9 วรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้อำนาจนายจ้างที่จะกำหนดวันหยุดตามประเพณีได้เองปีละไม่น้อยกว่าสิบสามวัน โดยไม่ต้องไปทำความตกลงกับลูกจ้าง จึงมิใช่เป็นข้อตกลงเกี…

Supreme Court Judgment No. 6977/2544

ตามคำสั่งกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ 124/2501 กำหนดให้บริษัทสุรามหาราษฎร จำกัด (มหาชน) จำเลยที่ 3 จ่ายเงินชดเชยและเงินบำเหน็จตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งให้แก่พนักงาน และจำเลยที่ 3 จ่ายเงินบำเหน็จตัดตอนรายปีตามคำ…

Supreme Court Judgment No. 4306/2541

แม้การแก้ไขเปลี่ยนแปลงวันเวลาทำงานของจำเลยเป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขสภาพการจ้างเพียงชั่วคราวก็ตาม กรณีก็ต้องอยู่ภายใต้บังคับของพ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 มาตรา 13 มาตรา 16 และมาตรา 18กล่าวคือ จำเลยซึ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up