Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4208/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เบี้ยปรับตาม ป.พ.พ. มาตรา 383 วรรคหนึ่ง นั้น ต้องเป็นเบี้ยปรับอันเกิดจากการที่คู่สัญญาทำสัญญาไว้ต่อกันว่าลูกหนี้จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 379 ถึงมาตรา 381 แต่กรณีที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นผู้ได้รับอนุญาตใช้น้ำบาดาลจากโจทก์ต้องรับผิดชำระค่าใช้น้ำบาดาลเพิ่มขึ้นเพราะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 และฉบับที่ 7 ซึ่งออกตามความใน พ.ร.บ.น้ำบาดาล พ.ศ.2520 มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในลักษณะเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลจึงไม่อาจปรับลดได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 457,987.11 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 339,825 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน จำนวน 209,212.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน23,625 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2540 ของต้นเงิน 23,887.50 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ของต้นเงิน 24,150 บาท นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2540 ของต้นเงิน 24,150 บาท นับแต่วันที่ 31 มกราคม 2541 ของต้นเงิน 23,625 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2541 และของต้นเงิน 23,887.50 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 215,190 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 24,300 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2540 ของต้นเงิน 24,570 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ของต้นเงิน 24,840 บาท นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2540 ของต้นเงิน 24,840 บาท นับแต่วันที่ 31 มกราคม 2541 ของต้นเงิน 24,300 บาท นับแต่วันที่ 30 เมษายน 2541 (ที่ถูก 1 พฤษภาคม 2541) และของต้นเงิน 24,570 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ส่วนที่เสียเกินมาให้แก่โจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า กรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลมิได้ชำระค่าใช้น้ำบาดาลภายในกำหนดเวลาสำหรับงวดใด และมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลสำหรับงวดนั้นในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 5 บาท ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาลพ.ศ. 2520 และในอัตราสองเท่าของอัตราค่าใช้น้ำบาดาลลูกบาศก์เมตรละ 3.50 บาท ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ถือเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 หรือไม่ เห็นว่า เบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง นั้น ต้องเป็นเบี้ยปรับอันเกิดจากการที่คู่สัญญาที่เป็นเจ้าหนี้ทำสัญญาไว้ต่อกันว่าลูกหนี้จะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้หรือไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควรดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 379 ถึงมาตรา 381 แต่คดีนี้เป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ได้รับอนุญาตใช้น้ำบาดาลจากโจทก์ต้องรับผิดชำระค่าใช้น้ำบาดาลเพิ่มขึ้นเพราะฝ่าฝืนไม่ปฎิบัติตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 และฉบับที่ 7 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติน้ำบาดาล

พ.ศ. 2520 มิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ตกลงกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าในลักษณะเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลจึงไม่อาจปรับลดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยว่า ข้อกำหนดในกฎกระทรวงทั้งสองฉบับดังกล่าวถือเป็นข้อบังคับในการทำสัญญาขออนุญาตใช้น้ำบาดาลและอนุญาตให้ใช้น้ำบาดาลซึ่งผู้รับใบอนุญาตต้องปฏิบัติตาม ถือเป็นกรณีที่จำเลยที่ 1 สัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนไม่ชำระหนี้ให้ถูกต้องสมควร ซึ่งถ้าเบี้ยปรับสูงเกินส่วนศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 วรรคหนึ่ง นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย สำหรับคดีนี้จำเลยที่ 1 ไม่ได้ติดเครื่องวัดปริมาณน้ำ จำเลยที่ 1 จึงมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาลสูงสุดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล

คือวันละ 100 บาท ในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 3.50 บาท เมื่อจำเลยที่ 1 ไม่ชำระ จำเลยที่ 1 จึงต้องชำระค่าใช้น้ำบาดาลเพิ่มสำหรับงวดที่ผิดนัดในอัตราลูกบาศก์เมตรละ 5 บาท และ 7 บาท ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2537) และฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2540) แล้วแต่กรณี และจำเลยที่ 1 ใช้น้ำบาดาลที่มีบ่อน้ำบาดาลอยู่ในท้องที่ที่ไม่มีน้ำประปาใช้ และไม่ได้รับยกเว้นค่าใช้น้ำบาดาล จึงได้รับลดหย่อนค่าใช้น้ำบาดาลตามกฎกระทรวงดังกล่าวเหลือเพียงร้อยละ 75 ของปริมาณน้ำบาดาลสูงสุดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล การคิดคำนวณค่าใช้น้ำบาดาลของโจทก์ ตามบัญชีรายละเอียดค่าใช้น้ำบาดาลที่ค้างชำระเอกสารหมาย จ.9 คิดเป็นเงินรวม 339,825 บาทนั้น ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขของกฎกระทรวงดังกล่าวแล้วจำเลยทั้งสองต้องร่วมกันชำระค่าใช้น้ำบาดาล 339,825 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของเงินที่ค้างชำระตั้งแต่งวดที่ 1/2540 ถึง 2/2541นับแต่วันผิดนัดในแต่ละงวดแก่โจทก์ ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 339,825 บาท ให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 33.750 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2540 ของต้นเงิน 34,125 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2540 ของต้นเงิน 34,500 บาท นับแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2540 ของต้นเงิน 48,300 บาท นับแต่ วันที่ 31 มกราคม 2541 ของต้นเงิน 47,250 บาท นับแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2541 และของต้นเงิน 47,775 บาท นับแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาส่วนที่เกินมา 6,588.25 บาท ให้แก่โจทก์

Matter details

Panel of judges
สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · สมศักดิ์ จันทรา · เกียรติศักดิ์ เกียรติดำรง
Lower court
ศาลจังหวัดสกลนคร - นายสุมิตร ดวงสีดา
ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายปัญญารัตน์ วิระยะวานิช
Supreme Court black case no.
พ.509/2548
Trial court red case no.
พ1035/2545
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6779/2567

ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ภายหลังจากจำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อเพียงงวดเดียว จำเลยเป็นฝ่ายส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนแก่โจทก์ โดยสัญญาเช่าซื้อมิได้มีข้อตกลงใดให้สิทธิจำเลยผู้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาด้…

Supreme Court Judgment No. 4836/2567

การที่จำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดแรก ต่อมาจำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้แก่โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อโดยไม่ปรากฏว่าโจทก์กับจำเลยที่ 1 มีข้อพิพาทโต้แย้งในส่วนที่เกี่ยวกั…

Supreme Court Judgment No. 4290/2566

สัญญาเช่ารถยนต์ ข้อ 9.2 กำหนดว่า "ในกรณีที่ผู้เช่าต้องการเลิกสัญญาก่อนกำหนด โดยมิใช่เป็นความผิดของผู้ให้เช่า ผู้เช่าต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วัน ทั้งนี้ผู้เช่า…

Supreme Court Judgment No. 3661/2566

จำเลยที่ 1 ขอสินเชื่อจากโจทก์โดยตกลงชำระดอกเบี้ยโดยใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นกรุงเทพ (BIBOR) (3 เดือน) บวกร้อยละ 3 ต่อปี และสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ: อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงลอนดอน (LIBOR) บวกร้อยละ 3 ต่…

Supreme Court Judgment No. 3290/2566

ตามสัญญาเงินกู้ ข้อ 4 ระบุว่า "หากผู้กู้ค้างชำระดอกเบี้ยเกินกว่าหนึ่งปี ผู้กู้ยอมให้นำดอกเบี้ยที่ค้างชำระ มารวมกับเงินต้นเดิมเป็นเงินต้นใหม่ และให้คิดดอกเบี้ยจากเงินต้นใหม่นี้ โดยจะคิดทบไปทุกปี จนกว่า…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up