Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4219/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้ชื่อว่าบริษัทเงินทุนในการประกอบธุรกิจโดยจำเลยมิใช่บริษัทเงินทุนตามกฎหมาย ต่อมาระหว่างอุทธรณ์ได้มีประกาศใช้บังคับ พระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนฯ ซึ่งมาตรา 37 บัญญัติให้เลิกใช้ชื่อดังกล่าวภายใน 180 วันนับแต่วันที่พ.ร.ก. ใช้บังคับ ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทเลิกใช้ชื่อว่า บริษัทเงินทุน ดังนี้จำเลยมิได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 13, 72 แห่งพระราชบัญญัติ การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ อีกต่อไป ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 2 ป.วิ.อ. Section 172 ป.วิ.อ. Section 185 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 Section 13 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 Section 37 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 Section 72 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 Section 6 พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ.2522 Section 29

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันใช้ชื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ เป็นภาษาจีน อ่านว่า " จือ กิม อู่หัง กงชี" อันมีความหมายว่าบริษัทเงินทุนจำกัดในการประกอบธุรกิจโดยจำเลยกับพวกมิใช่บริษัทเงินทุน และได้ร่วมกันประกอบธุรกิจเงินทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ.๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๘, ๑๑, ๑๓, ๗๑, ๗๒, ๗๘ พ.ร.ก. แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจเงินทุนฯ พ.ศ.๒๕๒๖ มาตรา ๖, ๒๙

จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องในความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อที่มีความหมายว่าบริษัทเงินทุนโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามคำฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยว่า เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๒๗ จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันใช้ชื่อของบริษัทจำเลยที่ ๑ ว่า " จือ กิม อู่หัง กงชี" อันมีความหมายว่า บริษัทเงินทุกนจำกัดในการประกอบธุรกิจโดยจำเลยที่ ๑ มิใช่บริษัทเงินทุนตามกฎหมาย ต่อมาวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๒๖ ได้มีประกาศใช้บังคับพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุกน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ และเมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๗ จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยชื่อบริษัทชาเตอร์เครดิต จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทชาร์เตอร์บีสเนส จำกัด มีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสามเป็นความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อในธุรกิจว่าบริษัทเงินทุนหรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๓๗ หรือไม่

พิเคราะห์แล้ว พระราชกำหนดดังกล่าวมาตรา ๓๗ บัญญัติว่า " ให้บุคคลซึ่งใช้ชื่อหรือคำแสดงขื่อในธุรกิจที่มีคำว่า " การลงทุน" " เครดิต" หรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันอยู่แล้วในวันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับซึ่งต้องห้ามมีให้ใช้ตามมาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้เลิกใช้ชื่อ คำแสดงชื่อหรือคำอื่นใดดังกล่าวภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชกำหนดนี้ใช้บังคับ"

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อบริษัทชาเตอร์เครดิต จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทชาเตอร์บีสเนส จำกัด เป็นการเลิกใช้ชื่อคำว่า " บริษัทเงินทุกน" ภายในหนึ่งร้อยแปดสินวันตามที่พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุกน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๓๗ บัญญัติไว้แล้ว จำเลย ที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ จึงมิได้กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่โจทก์กล่าวฟ้องอีกต่อไป ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยทั้งสามไม่เป็นความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อในธุรกิจว่าบริษัทเงินทุกหรือคำอื่นใดที่มีความหมายเช่นเดียวกันที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานใช้ชื่อหรือสำแดงชื่อที่มีความหมายว่าบริษัทเงินทุนตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน

ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๑๓, ๗๒ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุกน ธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๖, ๒๙ นั้นชอบแล้ว

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ถวิล ทองสว่างรัตน์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
Lower court
ศาลอาญา - นายนิธิ ไขแสง
ศาลอุทธรณ์ - นายสุเมธ สุทธิวาทนฤพุฒิ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6241/2534

มาตรา 6 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุนธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์พ.ศ. 2522 พ.ศ. 2526 แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน ธุรกิจหลักทรัพย์…

Supreme Court Judgment No. 1225/2567

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานผลิตกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต ฐานมีกัญชาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและความผิดอื่น ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 2626/2563

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามฐานร่วมกันผลิตพืชกระท่อมและร่วมกันมีพืชกระท่อมไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, 75, 76/1 ต่อมาในระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา ได้มี พ…

Supreme Court Judgment No. 2062/2562

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ 1 ฐานรับคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน ตาม พ.ร.บ.การทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2551 มาตรา 27, 54 รวมกับความผิดฐานอื่น ๆ แต่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 มี พ.ร.ก…

Supreme Court Judgment No. 9900/2554

ในขณะที่คดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มี พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2545 เป็นต้นไป และเมื่อปี 2546 มีก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up