Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4273/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุมาโดยชำระเงินดาวน์และชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวด ๆ เงินดาวน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของราคารถยนต์ที่เช่าซื้อ เมื่อ ส. ทำละเมิดเป็นเหตุให้รถยนต์เสียหายใช้การไม่ได้ โจทก์ที่ 1 ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายราคารถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จาก ส. ผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ผู้รับประกับภัยรถยนต์ของ ส. แม้ว่าบริษัท ก. ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 จะได้ชำระราคารถยนต์ส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ให้เช่าซื้อไปแล้ว ก็เป็นเพียงการชำระค่าเสียหายเท่ากับราคาค่าเช่าซื้อที่ยังขาดจำนวนอยู่ซึ่งโจทก์ที่ 1 มีสิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของผู้ทำละเมิดได้เท่านั้น เงินดาวน์ดังกล่าวเป็นความเสียหายโดยตรงในผลแห่งละเมิด และเป็นค่าเสียหายตามมูลละเมิดและตามสัญญาประกันภัย จึงมิใช่ค่าเสียหายที่ไกลเกินกว่าเหตุและไม่เป็นค่าเสียหายซ้ำซ้อนกับค่าสินไหมทดแทนที่ผู้ให้เช่าซื้อได้รับไปจากบริษัท ก. ซึ่งเป็นราคารถยนต์คนละส่วนกัน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2540 เวลาประมาณ 22 นาฬิกา นายพรศิล โอวาท บุตรของโจทก์ที่ 2 ได้ขับรถกระบะหมายเลขทะเบียน 6 ฎ - 9650 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถที่โจทก์ที่ 1 ได้เช่าซื้อมาจากบริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด บรรทุกลูกชิ้นของโจทก์ที่ 2 ไปตามถนนสายบางบัวทอง - นนทบุรี จากสี่แยกบางคูวัด มุ่งหน้าไปทางสะพานนวลฉวี ทันใดนั้นนายสวัสดิ์ ร่วมสุข สามีของจำเลยที่ 1 ขับรถแท็กซี่หมายเลขทะเบียน 1 ม - 2373 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเอาประกันภัยไว้กับจำเลยที่ 2 ไปตามถนนสายบางบัวทอง - นนทบุรี จากสะพานนวลฉวี มุ่งหน้าไปทางสี่แยกบางคูวัด ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังเมื่อถึงที่เกิดเหตุบริเวณหน้าบ้านเมืองประชา

นายสวัสดิ์ได้ขับรถเลี้ยวขวาเพื่อเข้าสถานีบริการน้ำมันโดยกะทันหันโดยไม่หยุดรอรถที่แล่นสวนทางมา เป็นเหตุให้รถยนต์คันที่นายสวัสดิ์ขับชนกับรถยนต์คันที่นายพรศิลขับมา รถทั้งสองคันได้รับความเสียหายและเป็นเหตุให้นายพรศิล นายสวัสดิ์รวมทั้งผู้โดยสารที่นั่งมาในรถยนต์ของนายสวัสดิ์อีก 2 คน รวม 4 คน ถึงแก่ความตาย โจทก์ทั้งสองได้รับความเสียหาย กล่าวคือ รถกระบะหมายเลขทะเบียน 6 ฎ - 9650 กรุงเทพมหานคร ได้รับความเสียหายใช้การไม่ได้ ซึ่งบริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด ได้ชดใช้ค่าเสียหายแก่บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ไปเฉพาะค่ารถที่โจทก์ที่ 1 ค้างชำระ แต่เงินดาวน์จำนวน 100,000 บาท ที่โจทก์ที่ 1 ชำระให้แก่บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย)

จำกัด นั้น โจทก์ที่ 1 ยังไม่ได้รับชำระและลูกชิ้นของโจทก์ที่ 2 ที่ได้บรรทุกบนรถกระบะได้รับความเสียหายเป็นเงิน 40,000 บาท นอกจากนี้โจทก์ที่ 2 เคยได้รับการอุปการะจากนายพรศิลเป็นเงินเดือนละ 3,000 บาท โจทก์ที่ 2 เรียกร้องเป็นเวลา 10 ปี แต่โจทก์ที่ 2 คิดเพียง 300,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงินจำนวน 100,000 บาท และให้แก่โจทก์ที่ 2 เป็นเงินจำนวน 340,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสอง จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 2 ให้การว่า ค่าเงินดาวน์รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ไม่เกี่ยวกับค่าเสียหายของตัวรถและไม่อยู่ในเงื่อนไขคุ้มครองตามสัญญาประกันภัย ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 330,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 19 มกราคม 2541) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 ทั้งนี้รับผิดเพียงไม่เกินกว่าทรัพย์มรดกที่ตกทอดได้แก่ตน และให้จำเลยที่ 2 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 โดยร่วมรับผิดชำระเงินจำนวน 30,000 บาท ให้แก่โจทก์ที่ 2 พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินจำนวน 30,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 2 และให้ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ที่ 2 โดยกำหนดค่าทนายความ 4,000 บาท เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ที่ 2 ชนะคดี ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยทั้งสองให้เป็นพับ โจทก์ที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินอีกจำนวน 79,000 แก่โจทก์ที่ 1 พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลอุทธรณ์รับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า โจทก์ที่ 1 เป็นผู้ครอบครองรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ฎ -9650 กรุงเทพมหานคร โดยเช่าซื้อมาจากบริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.3 โจทก์ที่ 2 เป็นมารดาของนายพรศิล โอวาท ผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 6 ฎ - 9650 กรุงเทพมหานคร ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 1 เป็นภริยาของนายสวัสดิ์ ร่วมสุข ผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 1 ม - 2373 กรุงเทพมหานคร ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ของนายสวัสดิ์ ตามกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.1 นายพรศิลและนายสวัสดิ์ขับรถยนต์ดังกล่าวชนกันเป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองคันเสียหาย

ทั้งนายพรศิล นายสวัสดิ์ และผู้โดยสาร 2 คน ที่นั่งมาในรถยนต์ของนายสวัสดิ์ถึงแก่ความตาย เหตุรถยนต์ทั้งสองคันชนกันดังกล่าวเกิดจากความประมาทของนายสวัสดิ์ฝ่ายเดียว คดีระหว่างโจทก์ที่ 2 กับจำเลยทั้งสองเป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และคดีระหว่างโจทก์ที่ 1 กับจำเลยที่ 1 เป็นอันยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายจำนวน 79,000 บาท ที่โจทก์ที่ 1 ชำระเป็นเงินดาวน์ในการเช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุ พร้อมดอกเบี้ยตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์หรือไม่ จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า เงินดาวน์เป็นเงินที่ชำระหนี้บางส่วนในการซื้อทรัพย์สิน โจทก์ที่ 1 นำเงินดาวน์ไปเช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุ เงินดาวน์จึงกลายสภาพเป็นทรัพย์สินหรือตัวรถยนต์แล้ว ไม่ใช่เงินของโจทก์ที่ 1 ไม่สามารถที่จะแยกส่วนออกมาเพื่อเรียกร้องเอาแก่ผู้ทำละเมิดได้อีกต่อไป โจทก์ที่ 1 เพียงเรียกร้องค่าเสียหายที่ทรัพย์สินชำรุดเสียหายตามมูลละเมิดเท่านั้น เงินดาวน์จึงเป็นค่าเสียหายที่ไกลกว่าเหตุ และซ้ำซ้อนกับเงินค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย)

จำกัด ได้รับไปตามสัญญาประกันภัยแล้ว เห็นว่า โจทก์ที่ 1 เช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุจากบริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด โดยชำระเงินดาวน์จำนวน 79,000 บาท และชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวด ๆ ตามสัญญาเช่าซื้อและใบเสร็จรับเงินเอกสารหมาย จ.3 และ จ.4 เงินดาวน์จึงเป็นส่วนหนึ่งของราคารถยนต์ที่โจทก์ที่ 1 เช่าซื้อ เมื่อนายสวัสดิ์ทำละเมิดเป็นเหตุให้รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่เช่าซื้อมาเสียหายใช้การไม่ได้ โจทก์ที่ 1 ย่อมมีสิทธิเรียกค่าเสียหายราคารถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่เช่าซื้อมาจากนายสวัสดิ์ผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของนายสวัสดิ์ตามมูลละเมิดและกรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย ล.1 แม้ว่าบริษัทกรุงเทพประกันภัย

จำกัด ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่เช่าซื้อมาจะได้ชำระค่าสินไหมทดแทนราคารถยนต์ให้แก่บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ไปแล้วก็ตาม ก็เป็นเพียงการชำระค่าเสียหายเท่ากับราคาค่าเช่าซื้อที่ยังขาดจำนวนอยู่เท่านั้น จึงเป็นการชำระราคารถยนต์หรือค่าเสียหายที่โจทก์ที่ 1 มีสิทธิเรียกร้องเอาจากผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ผู้รับประกันภัยรถยนต์ของผู้ทำละเมิดได้ การที่โจทก์ที่ 1 ฟ้องโดยตั้งรูปคดีว่า โจทก์ที่ 1 ได้ชำระเงินดาวน์ในการเช่าซื้อรถยนต์คันเกิดเหตุ นายสวัสดิ์ได้ทำละเมิดให้รถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่เช่าซื้อมาเสียหายใช้การไม่ได้ จำเลยที่ 1 ต้องรับผิดชำระเงินที่โจทก์ที่ 1 ชำระเป็นเงินดาวน์ในการเช่าซื้อดังกล่าวในฐานะทายาทของนายสวัสดิ์ผู้ทำละเมิดและจำเลยที่ 2 ต้องรับผิดในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์ของนายสวัสดิ์ผู้ทำละเมิด

เท่ากับเป็นการเรียกเงินเท่ากับจำนวนเงินดาวน์เป็นส่วนหนึ่งของค่าเสียหาย เพราะมิใช่การเรียกเงินดาวน์คืนจากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อรถยนต์ กรณีเป็นการเรียกร้องค่าเสียหายราคารถยนต์ของโจทก์ที่ 1 ที่เสียหายใช้การไม่ได้อันเป็นความเสียหายโดยตรงในผลแห่งละเมิด และเป็นการเรียกร้องค่าเสียหายตามมูลละเมิดและตามสัญญาประกันภัย จึงมิใช่ค่าเสียหายที่ไกลเกินกว่าเหตุ และไม่เป็นการเรียกค่าเสียหายซ้ำซ้อนกับค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับไปจากบริษัทกรุงเทพประกันภัย จำกัด ซึ่งเป็นราคารถยนต์คนละส่วนกัน ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 2,000 บาท แทนโจทก์ที่ 1

Matter details

Panel of judges
สิทธิชัย รุ่งตระกูล · ปัญญา ถนอมรอด · ชวลิต ตุลยสิงห์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4888/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ทำละเมิดต่อโจทก์และเป็นผู้เอาประกันภัยโดยทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับจำเลยที่ 2 เพื่อคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกรวมถึงความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยและทรัพย์สิน ตาม ป.พ.พ.…

Supreme Court Judgment No. 19/2523

จำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ที่โจทก์เช่าซื้อมาเสียหายจนไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับคืนดีได้ แม้โจทก์จะชำระราคาค่าเช่าซื้อยังไม่ครบ โจทก์ย่อมเป็นผู้เสียหาย และต้องถือว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำละเมิดโดยตรงต่…

Supreme Court Judgment No. 4904/2565

การที่คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องชำระค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้คัดค้านเต็มตามวงเงินสูงสุดตามกรมธรรม์ แต่ยังสงวนสิทธิให้ผู้คัดค้านมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนอีก ย่อมมีผลให้ผู้ร้องต้องรับผิดเกินกว…

Supreme Court Judgment No. 2848/2556

ค่าเช่าซื้อนั้นมีราคารถยนต์รวมอยู่ด้วยส่วนหนึ่ง มิใช่ค่าเช่าหรือค่าใช้รถยนต์เพียงอย่างเดียว เมื่อรถยนต์สูญหายนอกจากจะทำให้ผู้ให้เช่าซื้อไม่ได้รับรถยนต์คืนหรือไม่ได้รับค่าเช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ยั…

Supreme Court Judgment No. 1602/2548

โจทก์เป็นเจ้าของตึกแถวพิพาทโดยได้รับมรดกจาก ป. ซึ่ง ป. ได้ทำสัญญาให้จำเลยเช่าตึกแถวพิพาท กำหนดอายุสัญญาเช่า 15 ปี โดยมีข้อตกลงในสัญญาเช่าข้อ 11 ระบุว่า เมื่อครบกำหนดอายุสัญญาเช่าแล้วผู้ให้เช่าจะต่อสัญ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up