Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4279/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การโอนเช็คด้วยการคบคิดกันฉ้อฉลที่จะเป็นเหตุให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 จะต้องเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลขณะที่ผู้ทรงรับโอนเช็คเท่านั้น มิใช่เป็นการคบคิดกันฉ้อฉลภายหลังจากที่มีการฟ้องร้องเรียกเงินตามเช็ค ดังนั้นการที่จำเลยที่ 2 ผู้ทรงคนก่อนให้การต่อสู้คดีแล้วสละข้อต่อสู้ในภายหลังก็ดี หรือเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วโจทก์ผู้ทรงบังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายเพียงคนเดียวก็ดี จะถือว่าโจทก์กับจำเลยที่ 2 คบคิดกันฉ้อฉลจำเลยที่ 1 หาได้ไม่

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็ครวม 2 ฉบับ เพื่อชำระหนี้แก่ผู้ถือต่อมา โจทก์ได้รับโอนเช็คทั้งสองฉบับถึงกำหนด โจทก์ได้นำไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน 189,800 บาทพร้อมดอกเบี้ยของต้นเงินดังกล่าวในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนกว่าจะชำระเสร็จให้โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ออกเช็คพิพาทให้จำเลยที่ 2 เพื่อเป็นการประกันหนี้ค่าปุ๋ยของบุคคลภายนอกที่สั่งซื้อปุ๋ยของโจทก์ผ่านจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายของโจทก์ และบุคคลภายนอกได้ชำระหนี้ดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 ตัวแทนของโจทก์เสร็จแล้ว แต่โจทก์กับจำเลยที่ 2 สมคบกันฉ้อฉลนำเช็คพิพาทมาฟ้องด้วยเจตนาที่จะฉ้อโกงจำเลยที่ 1 ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ให้การว่า

จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะเพียงแต่สลักหลังเช็คพิพาทโอนชำระหนี้ให้โจทก์ ไม่ได้ค้ำประกันหรือรับรองจำเลยที่ 1 ด้วย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้น พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน189,800 บาทแก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันที่ 9 กรกฎาคม 2528 และของต้นเงิน89,800 บาท นับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2528 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ทั้งนี้ดอกเบี้ยจนถึงวันฟ้องรวมกันต้องไม่เกิน8,303.75 บาทจำเลยที่ 1 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 1 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำเลยที่ 1 มีหน้าที่นำสืบก่อนในวันนัดสืบพยานจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ขอสละข้อต่อสู้ในประเด็นข้อพิพาทเรื่องอำนาจฟ้องของโจทก์และยอมรับว่าจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเช็คพิพาททั้งสองฉบับจริง

ไม่ติดใจสืบพยาน ส่วนจำเลยที่ 1 กับโจทก์แถลงร่วมกันว่า จะไปขอคัดคำเบิกความและพยานเอกสารของแต่ละฝ่ายในสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1082/2528 คดีหมายเลขแดงที่ 1303/2528 ของศาลชั้นต้นระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ทั้งหมดมาอ้างเป็นพยานในสำนวนคดีนี้ โดยจำเลยที่ 1 และโจทก์หมดพยานเพียงเท่านี้พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า เดิมจำเลยที่ 2 ให้การต่อสู้คดี ต่อมากลับสละประเด็นข้อต่อสู้ทั้งหมด และหลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วโจทก์บังคับแต่เฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้นไม่บังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 2 เลยพฤติการณ์แห่งคดีพอฟังว่าจำเลยที่ 2 สมคบกับโจทก์ฉ้อฉลจำเลยที่ 1 นั้น เห็นว่าการโอนเช็คด้วยการคบคิดกันฉ้อฉลจะเป็นเหตุให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 916 นั้น

จะต้องเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลภายหลังจากที่มีการฟ้องร้องเรียกเงินตามเช็คกันแล้ว ดังนั้น แม้จำเลยที่ 2 จะได้ให้การต่อสู้คดีไว้แล้วกลับมาสละข้อต่อสู้ภายหลังหรือเมื่อมีคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์บังคับคดีเอาแก่จำเลยที่ 1 เพียงคนเดียวไม่บังคับคดีแก่จำเลยที่ 2 ก็จะถือว่าโจทก์กับจำเลยที่ 2ได้สมคบกันฉ้อฉลจำเลยที่ 1 หาได้ไม่ เมื่อตามพยานหลักฐานในสำนวนคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1303/2528 ของศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1มิได้นำสืบให้เห็นว่าขณะที่จำเลยที่ 2 สลักหลังโอนเช็คให้โจทก์ได้มีการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยที่ 1 อย่างไร คดีจึงรับฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้รับโอนเช็คพิพาททั้งสองฉบับด้วยคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยที่ 1 และที่ 2 ย่อมจะต้องรับผิดตามเช็คพิพาททั้งสองฉบับต่อโจทก์ ซึ่งเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 และมาตรา 916ประกอบด้วยมาตรา 989 จำเลยที่ 1 ไม่อาจจะยกข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันระหว่างจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ว่า

จำเลยที่ 1ได้ออกเช็คพิพาททั้งสองฉบับเพื่อประกันหนี้ของบุคคลอื่นและจำเลยที่ 3 ได้ชำระหนี้ตามเช็คให้แก่จำเลยที่ 2 แล้วขึ้นเป็นข้อต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สังเวียน รัตนมุง · เริงธรรม ลัดพลี · สมาน เวทวินิจ
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2784/2548

โจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรงฟ้องให้จำเลยในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คชำระเงินตามเช็คซึ่งเรียกเก็บเงินไม่ได้ จำเลยผู้ถูกฟ้องในมูลเช็คหาอาจต่อสู้โจทก์ด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่…

Supreme Court Judgment No. 2752/2536

การที่โจทก์มิได้ระบุชื่อผู้โอนเช็คพิพาทมาให้ทราบในการฟ้องนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร หาเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยไม่ การที่โจทก์รับซื้อเช็คพิพาทมาโดยมิได้ให้ผู้โอนสลักหลังเช็คพิพาทนั้นก็เ…

Supreme Court Judgment No. 1839/2534

เช็คพิพาทเป็นเช็คผู้ถือ โจทก์รับเช็คมาย่อมเป็นผู้ทรงมีอำนาจฟ้องจำเลยให้รับผิดตามเช็คได้ จำเลยไม่อาจต่อสู้โจทก์ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน เว้นแต่การโอ…

Supreme Court Judgment No. 908/2534

จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์เพราะจำเลยออกเช็คค้ำประกันหนี้เงินยืมจากบริษัท ส. จำเลยไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง มิได้ให้การต่อสู้ว่าโจทก์รับโอนเช็คโดยคบคิดกับบริษัท ส. ฉ้อฉลจำเล…

Supreme Court Judgment No. 5250/2533

เช็คผู้ถือมีรายการครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว แม้จะมีข้อความอื่นบันทึกไว้ด้านหลังเช็คและถูกขีดฆ่าก่อนที่โจทก์ได้รับมา ข้อความดังกล่าวก็หามีผลกระทบต่อเช็คไม่ และถือไม่ได้ว่าโจทก์ได้เช็คมาโดยทุจริตหรือประมาทเลิน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up