Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4384/2536

พ.ศ. 2536 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ฎีกาของจำเลยชั้นขอคุ้มครองประโยชน์ของจำเลยในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้นที่ยังคงค้างพิจารณาอยู่ในศาลฎีกา เป็นคดีสาขาที่แตกแยกออกมาจากคดีฟ้องขับไล่อันเป็นคดีประธาน เมื่อจำเลยถูกพิพากษาให้แพ้คดีซึ่งเป็นคดีประธานและคดีถึงที่สุดในชั้นอุทธรณ์แล้วฎีกาของจำเลยซึ่งเป็นสาขาของคดีดังกล่าวถึงแม้จะพิจารณาต่อไปก็ไม่เป็น ประโยชน์หรือเป็นคุณแก่จำเลย ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย จึงสั่งให้จำหน่ายคดีของจำเลยจากสารบบความ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสี่สำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาพิพากษารวมกันโดยให้เรียกจำเลยทั้งสี่สำนวนว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 ตามลำดับคดีสืบเนื่องจากโจทก์ทั้งสี่สำนวนฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2521 โจทก์ได้ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งเป็นที่ดินมี น.ส. 3 ก. จำนวน 5 แปลง จากฝ่ายจำเลยทั้งสี่ โดยทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่และโจทก์ได้ครอบครองทำประโยชน์แล้ว เมื่อต้นปี 2523 จำเลยทั้งสี่ได้บุกรุกเข้าไปทำไร่ในที่ดินพิพาท โจทก์ให้จำเลยทั้งสี่ออก จำเลยทั้งสี่ขอทำไร่จนสิ้นฤดูจะให้ค่าเช่าไร่ละ 200 บาท เมื่อสิ้นฤดูจำเลยทั้งสี่ไม่ชำระค่าเช่า พอต้นปี 2524 จำเลยทั้งสี่บุกรุกเข้าไปทำไร่ในที่ดินพิพาทอีก ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ออกจากที่ดินพิพาทและใช้ค่าเสียหายจำเลยทั้งสี่ขาดนัดยื่นคำให้การและไม่ได้สืบพยานศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ออกจากที่ดินพิพาทและใช้ค่าเสียหาย แต่ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์และตัวจำเลยทั้งสี่แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีขณะคดีอยู่ระหว่างศาลชั้นต้นนัดสืบพยานโจทก์

จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องว่าจำเลยทั้งสี่ได้ออกจากที่ดินพิพาทตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้วโจทก์ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท เมื่อศาลฎีกามีคำพิพากษาให้โจทก์จำเลยดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ก็ต้องให้ทุกฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะเดิม จำเลยทั้งสี่ควรจะได้กลับเข้าครอบครองที่ดินพิพาทขอให้จำเลยทั้งสี่ได้รับการคุ้มครองประโยชน์ในที่ดินพิพาทต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุดโจทก์ยื่นคำคัดค้านว่า โจทก์ได้ให้บุคคลภายนอกเช่าที่ดินพิพาทโดยชอบ ผู้เช่าได้ครอบครองที่ดินพิพาทเรื่อยมา จำเลยไม่มีทางชนะคดีเพราะขาดนัดยื่นคำให้การและขาดพยานหลักฐาน ขอให้ยกคำร้องของจำเลยทั้งสี่ในวันนัดพิจารณาคำร้องขอคุ้มครองประโยชน์ในระหว่างพิจารณาของจำเลย ศาลชั้นต้นสั่งให้ทำการประมูลการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์กับจำเลย

หากฝ่ายใดประมูลได้ฝ่ายนั้นมีสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โจทก์และจำเลยตกลงทำการประมูลและตกลงให้โจทก์นำเงินค่าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท ก่อนหน้านี้รวม 4 ปี ปีละ 50,000 บาท รวม 200,000 บาท มาวางศาลเมื่อคดีถึงที่สุดฝ่ายที่ชนะคดีมีสิทธิรับเงินจำนวนนี้ไปจำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ว่าคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ทำการประมูลเพื่อเข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทไม่ชอบ ขอให้จำเลยทั้งสี่ได้กลับเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท และให้ศาลชั้นต้นคืนเงินที่วางศาลแก่จำเลยทั้งสี่ด้วยศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างพิจารณา โดยให้ทั้งสองฝ่ายประมูลการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท เป็นการคุ้มครองประโยชน์ของทั้งสองฝ่ายเพื่อไม่ให้ฝ่ายใดได้เปรียบเสียเปรียบกัน ที่จำเลยทั้งสี่ขอเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทโดยไม่ต้องประมูลทั้งที่โจทก์โต้แย้งในสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท จึงเป็นคำขอที่มุ่งให้ตนได้ประโยชน์แต่ฝ่ายเดียว จำเลยทั้งสี่เห็นด้วยกับวิธีประมูลตามคำสั่งของศาลชั้นต้นมาแต่แรก แต่เพิ่งมาเปลี่ยนใจภายหลัง คำสั่งศาลชั้นต้นถูกต้องเป็นธรรมแล้ว

Result

พิพากษายืนจำเลยทั้งสี่ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปรากฏว่าระหว่างระยะเวลาที่ผ่านมาศาลชั้นต้นได้ดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่และได้พิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ขับไล่จำเลยทั้งสี่และบริวารออกจากที่ดินของโจทก์ทุกแปลงตามฟ้อง กับให้จำเลยทั้งสี่ชำระค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาจำเลยทั้งสี่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ที่แก้ไขใหม่ไม่รับฎีกา จำเลยทั้งสี่ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลฎีกามีคำสั่งว่าจำเลยทั้งสี่ไม่นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันมาวางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 234 ก่อนจึงให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยทั้งสี่ ดังนี้คดีทั้งสี่สำนวนที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่อันเป็นคดีประธานถึงที่สุดแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ชั้นขอคุ้มครองประโยชน์เป็นคดีสาขาที่แตกแยกออกมาจากคดีฟ้องขับไล่ยังคงค้างพิจารณาบัดนี้เมื่อจำเลยทั้งสี่ถูกพิพากษาให้แพ้คดีซึ่งเป็นคดีประธานเห็นว่า ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นสาขาของคดีดังกล่าวถึงแม้จะพิจารณาต่อไปก็ไม่เป็นประโยชน์หรือเป็นคุณแก่จำเลยทั้งสี่ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัย"จึงให้จำหน่ายคดีของจำเลยทั้งสี่จากสารบบความ

Matter details

Panel of judges
ชลิต ประไพศาล · อากาศ บำรุงชีพ · ดำรุพงศ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2077/2539

เมื่อโจทก์ได้ขอถอนฟ้องและศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องไปแล้วฎีกาในชั้นการคุ้มครองชั่วคราวระหว่างพิจารณาซึ่งเป็นคดีสาขาเป็นอันสิ้นผลบังคับไปโดยปริยายคดีไม่มีประโยชน์ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาตามที่โจท…

Supreme Court Judgment No. 3361/2529

โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องโจทก์ที่ฟ้องจำเลยให้เพิกถอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับการซื้อขายและการจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเฉพาะส่วนที่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ และยื่นคำร้อง…

Supreme Court Judgment No. 421/2524

คำว่า 'การพิจารณา' ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 1(8) หมายความว่า กระบวนการพิจารณาทั้งหมดในศาลใดศาลหนึ่งก่อนศาลนั้นชี้ขาดตัดสินหรือจำหน่ายคดีโดยคำพิพากษาหรือคำสั่ง และการจำหน่ายคดีนั้นหมายถึ…

Supreme Court Judgment No. 4043/2567

การขอตั้งผู้จัดการมรดกตลอดจนการคัดค้านการขอตั้งผู้จัดการมรดกเป็นเรื่องเฉพาะตัวของทายาทหรือผู้มีส่วนได้เสียแต่ละคน ทายาทของผู้ร้องที่ 1 ไม่อาจเข้ามาเป็นคู่ความแทนได้ ให้ยกคำร้อง และเมื่อผู้ร้องที่ 1 ถึ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2563 (ref. 662542)

แม้ตามสัญญาข้อ 19 คู่สัญญาได้แสดงเจตนาไว้ชัดแจ้งว่าถ้าจำเลยทั้งสองส่งมอบงานล่าช้ากว่าวันแล้วเสร็จจำเลยทั้งสองยอมให้โจทก์ดำเนินการปรับเป็น รายวัน วันละ 1,939.50 บาท ก็ตาม แต่เงินค่าปรับ ในกรณีที่จำเลยท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up