Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 439/2511

พ.ศ. 2511 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยประมาทโดยแซงรถจักรยานและจักรยานยนต์ข้างหน้าเป็นเหตุให้ต้องวิ่งรถเลยกึ่งกลางถนนมาแล้วเกิดชนกันขึ้น ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของฟ้องว่าประมาท และเป็นต้นเหตุใกล้ชิดของการที่รถชนกันขึ้นอยู่ที่ขับรถกินทางไปทางขวาจนเกินทางของตน มิใช่การแซงรถ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้วาจำเลยขับรถกินทางไปทางขวา เกินกว่ากึ่งกลางถนนไปชนรถที่จำเลยอีกคนหนึ่งขับสวนมา แม้จะไม่มีการแซงรถก็ตรงกับฟ้องและความประสงค์ให้ลงโทษแล้ว ไม่ถือว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้อง และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องของโจทก์ไม่ประสงค์ให้ลงโทษ รถยนต์บรรทุกของ ถ้าไม่รับจองบรรทุกก็เป็นรถบรรทุกส่วนบุคคล ไม่ใช่รถยนต์สาธารณะ จำเลยมีใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลจึงขับรถดังกล่าวนี้ได้ ไม่มีความผิด

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 192 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2473 Section 16 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2473 Section 17 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2473 Section 33 พ.ร.บ.รถยนต์ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2479 Section 5 พ.ร.บ.รถยนต์ พ.ศ.2493 Section 5

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองได้บังอาจขับขี่รถยนต์โดยมิได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียนยานพาหนะตามกฎหมายและได้ขับโดยประมาทปราศจากความระมัดระวัง โดยขับรถเร็วฝ่าฝืนกฎหมายและกฎข้อบังคับ และต่างขับกินทางมาทางด้านขวามือของตน เมื่อแซงรถจักรยานและรถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้รถทั้งสองเฉี่ยวและชนกันขึ้น และมีผู้ได้รับอันตรายสาหัสถึงทุพพลภาพ และได้รับอันตรายแก่กายขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๐๐, ๓๙๐ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙ (๔), ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓ พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๔๗๓ มาตรา ๑๖, ๑๗, ๓๓ พระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๔๗๙ กฎกระทรวงฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๕๐๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ ข้อ ๓ จำเลยทั้งสองปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยทั้ง ๒ มีความผิดให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ ๙ เดือน

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถอยู่ในทางของตน ไม่มีความผิด พิพากษาแก้ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ เฉพาะความผิดฐานขับรถยนต์ไม่มีใบอนุญาตกระทงเดียว ปรับ ๑๐๐ บาท นอกนั้นยืนตามศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถกินทางเข้าไปในขอบทางด้านขวามือของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๑ มิได้ขับรถด้วยความเร็วสูงและไม่ลดความเร็วเมื่อรถจะสวนกัน ส่วนจำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยประมาทโดยแซงรถจักรยานและจักรยานยนต์ข้างหนึ่ง จึงเป็นเหตุให้ต้องวิ่งรถเลยกึ่งกลางถนนมาทั้ง ๒ คันแล้วเกิดชนกันขึ้น เท่ากับว่าจำเลยไม่ได้ประมาทอย่างอื่น นอกจากเหตุประมาทเพราะแซงรถข้างหน้าจึงวิ่งผิดทางเป็นข้อสาระสำคัญของคดี เมื่อทั้งศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นไม่ฟังข้อเท็จจริงตามที่โจทก์นำสืบว่า มีรถจักรยานและจักรยานยนต์อยู่ข้างหน้ารถของจำเลย ทั้งไม่ฟังว่าจำเลยขับรถเร็วเกินชั่วโมงละ ๔๕ กิโลเมตรแล้ว ต้องถือว่าโจทก์สืบไม่สมฟ้อง และข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาไม่ใช่เป็นเรื่องโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษ จึงไม่มีทางลงโทษจำเลยที่ ๒ นั้น

เห็นว่า ใจความสำคัญของฟ้องอยู่ที่ว่าจำเลยขับรถกินเกินทางของจำเลยเข้าไปทางขวามือที่เรียกกันว่าขับรถผิดทาง อันเป็นเหตุแห่งความผิด การแซงรถเป็นแต่เพียงเหตุที่ทำให้ต้องขับรถกินทางไปทางขวา ถ้าแซงรถแต่ไม่ถึงกับกินทางไปทางขวาจนเกินทางของตัว คือแซงแล้วรถก็ยังคงอยู่ในทางที่มา หากเกิดชนกันกับรถที่สวนทางก็เป็นเพราะรถที่สวนขับกินขวาเกินทางเข้ามา ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของฟ้องว่าประมาทและเป็นต้นเหตุใกล้ชิดของการที่รถชนกันกับรถที่สวนทางก็เป็นเพระารถที่สวนขับกินขวาเกินทางเข้ามา ข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญของฟ้องว่าประมาทและเป็นต้นเหตุใกล้ชิดของการที่รถชนกันขึ้นอยู่ที่ขับรถกินทางไปทางขวาจนเกินทางของตน มิใช่การแซงรถ

เมื่อข้อเท็จจริงคดีนี้ฟังได้ว่า จำเลยที่ ๒ ขับรถกินทางไปทางขวาเกินกว่ากึ่งกลางถนนไปชนรถจำเลยที่ ๑ ที่ขับสวนมา แม้จะไม่มีการแซงรถก็ตรงกับฟ้องและความประสงค์ให้ลงโทษแล้ว ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า จำเลยที่ ๒ มีใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลจึงขับรถบรรทุกหินคันนั้นได้ ถ้าไม่ใช่รถบรรทุกรับจ้างอันเป็นรถยนต์สาธารณะนั้น ศาลเห็นว่ารถยนต์บรรทุกของถ้าไม่รับจ้างบรรทุกก็เป็นรถบรรทุกของส่วนบุคคล ไม่ใช่รถยนต์สาธารณะ จำเลยที่ ๒ มีใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล ขับรถดังกล่าวนี้ได้ ไม่มีความผิด ในฟ้องโจทก์กล่าวแต่เพียงว่าจำเลยขับรถยนต์บรรทุกหิน ไม่ได้บอกว่าเป็นรถยนต์รับจ้างบรรทุกหินหรือเป็นรถยนต์สาธารณะ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังว่าเป็นรถสาธารณะ โดยไม่มีพยานหลักฐานจึงเป็นการฟังข้อเท็จจริงเกินหรือนอกเหนือกว่าพยานหลักฐานในฟ้องสำนวน

Result

พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ ๒ คงมีความผิดฐานขับรถยนต์ โดยประมาทน่าหวาดเสียว อาจเกิดอันตรายแก่ประชาชน กินทางเลยกึ่งกลางถนนไปทางขวาเป็นเหตุให้ชนรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ ขับสวนทางมาเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส และรับอันตรายแก่กาย ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙ (๔), ๖๖ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๑ มาตรา ๔ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๐๐, ๓๙๐ แต่กระทงเดียว ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๐๐ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ เก้าเดือน คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ คงยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ยกฎีกาโจทก์

Matter details

Panel of judges
ชลัม รุทระวณิช · สวิง ลัดพลี · ลออง จุลกะเศียน
Lower court
ศาลจังหวัดระยอง - นายจังหวัด แสงแข
ศาลอุทธรณ์ - นายฉัตร รัตนทัศนีย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3672/2568

โจทก์บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า จำเลยลักเงินสดของผู้เสียหายไปรวม 5 ครั้ง เป็นเงินทั้งสิ้น 9,804,760 บาท โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด การพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจั…

Supreme Court Judgment No. 1546/2568

ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 ที่โจทก์ขอให้ลงโทษกำหนดอัตราโทษอย่างต่ำไว้ให้จำคุกตั้งแต่ห้าปีขึ้นไป แม้จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง ศาลต้องฟังพยานโจทก์จนกว่าจะพอใจว่าจำเลยได้กระทำผิดจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 17…

Supreme Court Judgment No. 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

Supreme Court Judgment No. 809/2568

จำเลยดึงสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ยังไม่ได้ตรวจไปจากมือของโจทก์ร่วมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต่อมาโจทก์ร่วมปล่อยให้จำเลยนำสลากกินแบ่งรัฐบาลของโจทก์ร่วมไปตรวจรางวัลได้ การกระทำของจำเลยเป็นเพียงการถือวิสาสะเท่านั้น…

Supreme Court Judgment No. 2324/2567

จําเลยเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ม. ผู้เสียหาย ซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัยดังกล่าวคือ พนักงานในสถาบันอุดมศึกษาตามความในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. 2547 พระราชบัญญัติฉบับนี้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up