Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 44/2535

พ.ศ. 2535 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ค่าใช้จ่ายที่โจทก์อ้างว่ามีการหักให้เจ้าของฟิล์มภาพยนต์ ที่ นำมาฉายนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการจัดทำหลักฐานการรับเงินไว้ บัญชีแสดงการจ่ายเงินก็ไม่มีจ่ายให้แก่ผู้ใด จำนวนเท่าใดก็ไม่ปรากฏ จึงไม่อาจนำจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการ คำนวณภาษีที่ต้องชำระของโจทก์ การที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนด ค่าใช้จ่ายให้เป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 75 เป็นประโยชน์แก่โจทก์ มากกว่า ไม่มีข้อที่โจทก์จะอ้างได้ว่าหักค่าใช้จ่ายให้ไม่ถูกต้อง และเป็นผลร้ายแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเหตุดังกล่าวมาเป็นข้ออ้าง เพื่อให้เพิกถอนการประเมินไม่ได้.

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 40 ป.รัษฎากร Section 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยได้ทำการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี พ.ศ. 2525 และ 2526 ให้โจทก์เสียภาษีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 345,196.32 บาทโจทก์อุทธรณ์การประเมิน คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยยกอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่าการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าวไม่ชอบ เนื่องจากรายได้จากการฉายภาพยนตร์เมื่อหักค่าอากรมหรสพออกแล้ว จะต้องแบ่งให้แก่เจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ในกรณีภาพยนตร์ไทยร้อยละ 60 และภาพยนตร์ต่างประเทศร้อยละ 50 เงินจำนวนดังกล่าวถือได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่โจทก์สามารถนำมาคำนวณกำไรสุทธิได้และไม่เข้าข้อห้ามตามมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากรโจทก์มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)

แห่งประมวลรัษฎากรและตามความในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการกำหนดค่าใช้จ่ายที่ยอมให้หักจากเงินได้พึงประเมิน(ฉบับที่ 11) พ.ศ. 2502 มาตรา 8 ก็ไม่ได้กำหนดว่ากิจการโรงภาพยนตร์ให้หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 75 ดังที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยทำการประเมินโจทก์ ขอให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์จำเลยให้การว่า รายจ่ายค่าส่วนแบ่งแก่เจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ โจทก์ไม่มีหลักฐานแสดงต่อเจ้าพนักงานประเมินและพิสูจน์ไม่ได้ว่าโจทก์จ่ายเงินให้แก่ผู้ใด เมื่อใด จำนวนเท่าใดเจ้าพนักงานประเมินจึงคิดคำนวณหักค่าใช้จ่ายให้แก่โจทก์ในอัตราร้อยละ 75 ของเงินได้พึงประเมินเป็นการเหมา โดยเจ้าพนักงานประเมินได้คำนวณเปรียบเทียบกับการหักค่าใช้จ่าย โดยนำเอาค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่โจทก์จ่ายจริงตามหลักฐานที่โจทก์มีอยู่และนำมาแสดงต่อเจ้าพนักงานได้เช่น

ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโทรศัพท์ค่าอากรมหรสพ ค่าภาษีบำรุงเทศบาลรวมกัน ปรากฏว่าการหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมามีรายจ่ายสูงกว่า จึงเป็นประโยชน์แก่โจทก์มากกว่าศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ที่โจทก์นำสืบถึงค่าใช้จ่ายที่มีการหักให้เจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ที่นำมาฉายตามส่วน ตามที่ปรากฏในแบบยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปีภาษี 2525และ 2526 นั้น คงมีแต่คำเบิกความของนายศุภชัย เงยไพบูลย์ ว่ามีการแบ่งรายได้ระหว่างเจ้าของฟิล์มภาพยนตร์ที่นำมาฉายกับโจทก์ในอัตราร้อยละ 60 ต่อ 40 และ 50 ต่อ 50 ตามประเภทของภาพยนตร์ที่นำมาฉายว่าเป็นภาพยนตร์ไทยหรือภาพยนตร์ต่างประเทศ ตามลำดับข้อเท็จจริงจากการนำสืบของโจทก์คงได้ความเพียงตามที่กล่าว ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงให้เห็นว่าได้มีการจัดทำหลักฐาน การรับเงินกันไว้แต่อย่างใด บัญชีที่แสดงว่ามีการจ่ายเงินดังที่กล่าวก็ไม่มีมาแสดง จำนวนเงินที่จ่ายในแต่ละปีภาษีที่ถูกประเมินจ่ายให้แก่ผู้ใดจำนวนเท่าใดก็ไม่ปรากฏ

แม้กระทั่งคำเบิกความของนายศุภชัย ซึ่งเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงภาพยนตร์แทนโจทก์ก็ไม่ปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้เป็นจำนวนตามที่แสดงไว้ในแบบยื่นแสดงรายการเสียภาษี จึงไม่อาจนำจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีที่ต้องชำระของโจทก์ได้ ดังนั้น การที่เจ้าพนักงานประเมินกำหนดค่าใช้จ่ายให้เป็นการเหมาในอัตราร้อยละ75 เช่นนั้น จึงเป็นการคิดหักค่าใช้จ่ายที่ให้ประโยชน์แก่โจทก์มากกว่าอยู่แล้ว ไม่มีข้อที่โจทก์จะอ้างได้ว่าหักค่าใช้จ่ายให้ไม่ถูกต้องและเป็นผลร้ายแก่โจทก์ โจทก์จึงนำเอาเหตุนี้มาเป็นข้ออ้างเพื่อให้เพิกถอนการประเมินไม่ได้พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
อุดม เฟื่องฟุ้ง · ก้าน อันนานนท์ · ตัน เวทไว
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 643/2555

หนังสือแจ้งให้นำส่งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายทั้งสองฉบับที่พิพาทกันในคดีนี้ แม้จะมีความบกพร่องโดยไม่ชัดเจนว่า โจทก์มีหน้าที่หักภาษีเงินได้ไว้ทุกคราวที่จ่ายเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (1) แห่…

Supreme Court Judgment No. 1056/2549

การที่โจทก์กู้เงินจากธนาคารในต่างประเทศไปลงทุนซื้อหุ้นในบริษัท อ. โดยโจทก์เสียดอกเบี้ยให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้แล้วบริษัท อ. นำเงินทุนทั้งหมดไปให้บริษัท ท. กู้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยโดยเจตนาทำให้ต้นทุนของบ…

Supreme Court Judgment No. 2166/2544

โจทก์ที่ 2 มิได้ร่วมลงทุนกับผู้อื่นซื้อที่ดิน เงินที่โจทก์ที่ 2ได้รับ 48,000,000 บาท เนื่องจากผู้ขายผิดสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเป็นของโจทก์ที่ 2 แต่ผู้เดียว เป็นเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร มาตรา 4…

Supreme Court Judgment No. 8479/2540

การจำหน่ายหนี้สูญตาม ป.รัษฎากร มาตรา 65 ทวิ (9) มิได้กำหนดกฎเกณฑ์ไว้ว่าเจ้าหนี้ต้องทำอย่างไรบ้างเกี่ยวกับหนี้ที่จะถือว่าได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แล้ว จึงต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็น…

Supreme Court Judgment No. 123/2540

ทั้งในคำอุทธรณ์การประเมินของโจทก์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์และในคำฟ้องของโจทก์ได้อ้างว่าเจ้าพนักงานประเมินได้แจ้งบอกค่าเสื่อมราคาในรอบระยะเวลาบัญชีปี 2523 เพียง 14,700,159.77 บาท แทนที่จะเป็น 18,700,…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up