Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2544 (ref. 44086)

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้จำเลยอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคสองที่จำเลยอุทธรณ์ว่าที่ดินของโจทก์มีทางเข้าออกหรือสามารถเข้าออกหรือใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ได้อย่างสะดวก การที่จำเลยอาศัยอยู่ในบริเวณที่ดินพิพาทมิได้ปิดบังหรือกีดขวางทางเข้าออกคลองมหาสวัสดิ์นั้น เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมายมาตราดังกล่าว เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยตามที่จำเลยอุทธรณ์แล้ววินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์มีทางเข้าออกหรือสามารถเข้าหรือใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ได้อย่างสะดวกการที่จำเลยอาศัยอยู่ในบริเวณที่ดินพิพาทมิได้ปิดบังหรือกีดขวางทางเข้าออกคลองมหาสวัสดิ์แต่อย่างใดนั้น เป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าข้อเท็จจริงได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อจำเลยใช้สิทธิของตนปลูกบ้านในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินปิดหน้าที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจะใช้หรือได้รับประโยชน์จากที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นได้โดยสะดวก ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายในการใช้ที่ดินของโจทก์ ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ กรณีต้องบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421และ 1337 การที่จำเลยปลูกบ้านอยู่ก่อนก็ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ผู้มาทีหลังต้องเสียสิทธิดังกล่าวไม่ โจทก์จึงมีสิทธิปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือความเดือดร้อนให้สิ้นไปโดยฟ้องจำเลยให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของกรมชลประทานอันเป็นการกีดขวางทางที่โจทก์เข้าออกเพื่อใช้ประโยชน์ในคลองมหาสวัสดิ์อันเป็นทางสาธารณะได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งห้าสำนวนนี้ศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณาเป็นคดีเดียวกันโดยให้เรียกโจทก์ทั้งห้าสำนวนว่าโจทก์ และเรียกจำเลยในแต่ละสำนวนคือ นางนาค ภิรมย์จันทร์ ว่าจำเลยที่ 1 เรียกนางมะลิ เนียมแตง ว่าจำเลยที่ 2 เรียกนางอารีย์หรืออารี จ่างแสง หรือพิศวงศ์ณรงค์ หรือสกุลพิสวงษ์ณรงค์ ว่าจำเลยที่ 3 เรียกนางปรานอม เนียมแตง ว่าจำเลยที่ 4และเรียกนายยิ่ง ภิรมย์จันทร์ ว่าจำเลยที่ 5โจทก์ฟ้องทั้งห้าสำนวน ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้ารื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และที่ดินที่จำเลยทั้งห้ากีดขวางโจทก์เข้าออกคลองมหาสวัสดิ์อันเป็นทางสาธารณะหากจำเลยทั้งห้าไม่รื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สินและบริวารออกไปขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการโดยจำเลยทั้งห้าเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายและให้จำเลยแต่ละสำนวนใช้ค่าขาดประโยชน์เดือนละ 500 บาท

นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งห้าจะรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สินและบริวารออกจากที่ดินของโจทก์จำเลยทั้งห้าสำนวนให้การขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สิน และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งห้าปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของกรมชลประทานอันเป็นการกีดขวางทางที่โจทก์เข้าออกเพื่อใช้ประโยชน์ในคลองมหาสวัสดิ์ ให้จำเลยแต่ละคนใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์คนละ 50 บาท ต่อเดือนนับแต่วันฟ้อง (วันที่ 14 กรกฎาคม 2540) จนกว่าจำเลยแต่ละคนจะรื้อถอนขนย้ายสิ่งปลูกสร้างทรัพย์สิน และบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ คำขออื่นของโจทก์ให้ยกจำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งห้าใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงินคนละ 1,200 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายเรื่องอำนาจฟ้องเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์มีสิทธิฟ้องให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งห้าปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของกรมชลประทาน อันเป็นการกีดขวางทางที่โจทก์เข้าออกเพื่อใช้ประโยชน์ในคลองมหาสวัสดิ์ อันเป็นทางสาธารณะหรือไม่ คดีนี้ โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งห้าออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 4,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง

ที่จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ว่า ที่ดินของโจทก์มีทางเข้าออกหรือสามารถเข้าออกหรือใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ได้อย่างสะดวก การที่จำเลยทั้งห้าอาศัยอยู่ในบริเวณที่ดินพิพาทมิได้ปิดบังหรือกีดขวางทางเข้าออกคลองมหาสวัสดิ์แต่อย่างใดนั้น เป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามกฎหมายมาตราดังกล่าว เมื่อไม่ปรากฏว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงผิดต่อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาไม่พอแก่การวินิจฉัยข้อกฎหมาย การที่ศาลอุทธรณ์หยิบยกข้อเท็จจริงดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์แล้ววินิจฉัยว่าที่ดินของโจทก์มีทางเข้าออกหรือสามารถเข้าออกหรือใช้ประโยชน์จากน้ำในคลองมหาสวัสดิ์ได้อย่างสะดวก

การที่จำเลยทั้งห้าอาศัยอยู่ในบริเวณที่ดินพิพาทมิได้ปิดบังหรือกีดขวางทางเข้าออกคลองมหาสวัสดิ์แต่อย่างใดนั้นเป็นการไม่ชอบ ต้องถือว่าข้อเท็จจริงได้ยุติไปแล้วตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังเป็นยุติว่า จำเลยทั้งห้าได้รื้อบ้านออกจากเขตที่ดินของโจทก์แล้ว คงปลูกอยู่แต่เฉพาะบริเวณริมคลองมหาสวัสดิ์ ติดกับหน้าที่ดินของโจทก์ด้านที่ติดกับคลองมหาสวัสดิ์อันเป็นเขตที่ดินของกรมชลประทานเป็นที่ชายตลิ่งซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน คลองมหาสวัสดิ์ นั้นกว้างประมาณ 40 เมตร ประชาชนยังใช้เป็นทางสัญจร บ้านของจำเลยทั้งห้าปลูกก่อนที่โจทก์จะมาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินของโจทก์ ได้ความเช่นนี้เห็นว่า สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น

คือ ทรัพย์สินของแผ่นดินที่ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกันดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1304 บัญญัติไว้ โจทก์ซึ่งเป็นประชาชนคนหนึ่งชอบที่จะใช้สอยที่ดินที่จำเลยทั้งห้าปลูกบ้านอยู่ได้เช่นกัน ฉะนั้น เมื่อจำเลยทั้งห้าใช้สิทธิของตนปลูกบ้านในที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินปิดหน้าที่ดินของโจทก์เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถจะใช้หรือได้รับประโยชน์จากที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้นได้โดยสะดวกทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินที่ควรคิดหรือคาดหมายในการใช้ที่ดินของโจทก์ ถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ กรณีต้องด้วยบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 421 และ 1337 การที่จำเลยทั้งห้าปลูกบ้านอยู่ก่อนโจทก์ก็ไม่เป็นเหตุให้โจทก์ผู้มาทีหลังต้องเสียสิทธิดังกล่าวไม่โจทก์จึงมีสิทธิปฏิบัติการเพื่อยังความเสียหายหรือความเดือดร้อนให้สิ้นไปโดยฟ้องจำเลยทั้งห้าให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งห้าปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของกรมชลประทานอันเป็นการกีดขวางทางที่โจทก์เข้าออกเพื่อใช้ประโยชน์ในคลองมหาสวัสดิ์ อันเป็นทางสาธารณะได้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในประเด็นพิพาทข้อนี้ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เฉพาะส่วนที่วินิจฉัยในข้อเท็จจริง ให้จำเลยทั้งห้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่จำเลยทั้งห้าปลูกสร้างอยู่ในที่ดินของกรมชลประทานอันเป็นการกีดขวางทางที่โจทก์เข้าออกเพื่อใช้ประโยชน์ในคลองมหาสวัสดิ์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
พันธาวุธ ปาณิกบุตร · ดลจรัส รัตนโศภิต · ประพันธ์ ทรัพย์แสง
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 257/2562

ราคาประเมินของเจ้าพนักงานที่ดินในสำนวนเป็นราคาที่คณะอนุกรรมการกำหนดไว้เพื่อการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น มิใช่ราคาที่แท้จริงของที่ดินพิพาท ราคาประเมินจึงมิใช่ทุนทรัพย์ที…

Supreme Court Judgment No. 2573/2554

แม้ผู้จัดสรรที่ดินได้แสดงออกโดยปริยายว่า จะจัดให้มีถนนในโครงการที่ดินที่จัดสรรตามแผนผังโครงการ ซึ่งถือเป็นสาธารณูปโภคและตกอยู่ในภาระจำยอม ซึ่งผู้จัดสรรที่ดินมีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาให้คงสภาพดังเช่นที่ไ…

Supreme Court Judgment No. 1753/2548

ในคดีที่ต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 224 ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนตามมาตรา 238 และมาตรา 247 แต่ที่ศาลล่างทั้งสองฟังข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 8027/2546

ที่ดินพิพาทอยู่ในเขตทางหลวง แต่ก็มิใช่ตัวทางหลวง ไม่ว่าจะเป็นผิวจราจรหรือทางเท้า ที่ดินของโจทก์จึงมิได้เชื่อมกับถนนกันตังเนื่องจากยังมีที่ดินพิพาทคั่นอยู่ หากโจทก์จะเข้าออกระหว่างที่ดินของโจทก์กับถนนก…

Supreme Court Judgment No. 1719/2546

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึดซึ่งตีราคาทรัพย์ 20,155 บาท อันถือเป็นทุนทรัพย์คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำร้องขอ ผู้ร้องอุทธรณ์ แม้คดีมีทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์ไม่เกิน 50,000 บาท แต่ผ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up