Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 44677)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การเสียค่าขึ้นศาลต้องพิจารณาจากคำฟ้องเป็นเกณฑ์มิได้พิจารณาเป็นรายคดีหรือรายสำนวน การเสนอข้อหาต่อศาลแต่ละข้อหาก็เป็นคำฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(3) แล้ว การเรียกค่าขึ้นศาลจึงต้องดูว่าคำฟ้องที่เสนอต่อศาลมีกี่ข้อหา แต่ละข้อหาแยกจากกันได้หรือไม่ หากแยกจากกันได้ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลเป็นรายข้อหาไป การที่จำเลยอุทธรณ์เกี่ยวกับเบี้ยปรับของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้อหาหนึ่งกับเบี้ยปรับของภาษีการค้าอีกข้อหาหนึ่งแยกจากกันได้ จึงต้องเสียค่าขึ้นศาลแยกเป็นรายข้อหา

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 836,26030, 26031, 26032 และ 829 ตำบลฉิมพลี (บางระมาด)อำเภอตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เมื่อปี 2534 โจทก์เข้าร่วมทุนกับบริษัท ซี.ไอ.ซี แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัดทำโครงการพัฒนาที่ดินมีจำนวนเงินร่วมลงทุนทั้งสิ้นจำนวน 257,600,000 บาท โจทก์ร่วมลงทุนเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ดังกล่าวข้างต้น บริษัท ซี.ไอ.ซี.แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด ให้บริษัทคอมมอลเว็ล ดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดหาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศแล้วให้บริษัท ซี.ไอ.ซีแลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด กู้ยืมอีกทอดหนึ่ง มีเงื่อนไขให้โจทก์และบริษัทซี.ไอ.ซี. แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด จัดทำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินเท่ากับวงเงินที่ลงทุนเพื่อเป็นหลักฐานเสนอหาแหล่งเงินทุนในต่างประเทศเมื่อเดือนกรกฎาคม2534 โจทก์ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินให้บริษัท

ซี.ไอ.ซี.แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด บริษัทคอมมอนเว็ลดีเวล็อปเม้นท์ จำกัดนำหนังสือสัญญาจะซื้อจะขายไปติดต่อหาแหล่งเงินจากต่างประเทศได้ในงวดแรกจำนวน 74,000,000 บาท ให้บริษัทซี.ไอ.ซี. แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด กู้ยืมต่อมาบริษัทคอมมอนเว็ลดีเวล็อปเม้นท์ จำกัด ไม่อนุมัติเงินกู้งวดที่สองจำนวน 104,000,000บาท และยื่นฟ้องบริษัท ซี.ไอ.ซี. แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด ต่อศาลแพ่งเรียกเงินจำนวน 74,000,000 บาท คืน

โจทก์ฟ้องบริษัท ซี.ไอ.ซี.แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง จำกัด ต่อศาลแพ่งขอให้คืนที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์ต่อมามีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยคู่ความทุกฝ่ายกลับคืนสู่ฐานะเดิมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2541 จำเลยมีหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโจทก์ ตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (แบบ ภ.ง.ด.12) ที่ 1001010/1/100339 ลงวันที่ 15พฤษภาคม 2541 เป็นเงินภาษีจำนวน 34,051,219.23 บาท เบี้ยปรับจำนวน 69,582,236.46 บาท และเงินเพิ่มจำนวน 34,051,219.23 บาทรวมทั้งสิ้นจำนวน 137,684,674.92 บาทและประเมินภาษีการค้าเดือนกรกฎาคม 2534 ตามหนังสือแจ้งภาษีการค้า (แบบ ภ.ค. 80)ที่ 1001010/4/100009 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 เป็นเงินภาษีจำนวน 2,590,000 บาท เบี้ยปรับจำนวน 5,180,000 บาทเงินเพิ่มจำนวน 2,590,000 บาท และภาษีบำรุงเทศบาล (ปัจจุบันเป็นภาษีส่วนท้องถิ่น) จำนวน 1,036,000 บาท รวมทั้งสิ้นจำนวน 11,396,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์การประเมิน ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์วินิจฉัยว่าการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินทั้งสองฉบับดังกล่าวชอบแล้ว และพิจารณาลดเบี้ยปรับให้ร้อยละ 50ของเบี้ยปรับตามกฎหมาย โจทก์เห็นว่าการประเมินไม่ชอบ โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเพราะมีคดีพิพาทเรื่องที่ดินและเงินจำนวนดังกล่าวต่อมามีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยโจทก์กลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งว่าไม่มีการซื้อขายที่ดินดังกล่าวโจทก์ไม่มีรายได้ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และการโอนที่ดินของโจทก์เป็นเพียงทำตามเงื่อนไขที่บริษัทคอมมอนเว็ลดีเวล็อปเม้นท์ จำกัดจะนำไปเป็นหลักฐานประกอบการหาเงินจากแหล่งเงินจากต่างประเทศมาให้บริษัทซี.ไอ.ซี. แลนด์แอนด์เฮ้าซิ่ง

จำกัด กู้ยืมต่อเท่านั้น โจทก์ไม่ได้รับเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้น จึงไม่ต้องเสียภาษีการค้า ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มตามหนังสือแจ้งภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (แบบ ภ.ง.ด. 12) ที่ 1001010/1/100339 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 เพิกถอนการประเมินภาษีการค้า เบี้ยปรับ เงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาล (ปัจจุบันเป็นภาษีส่วนท้องถิ่น) ตามหนังสือแจ้งภาษีการค้า(แบบ ภ.ค.80) ที่ 1001010/4/100009 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม2541 และ เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ เลขที่ ส.ภ.1(อธ.3)/419/2542 และเลขที่ ส.ภ.1/อธ.3/420/2542 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542 กับขอให้งดหรือลดเบี้ยปรับเงินเพิ่มและภาษีบำรุงเทศบาล (ปัจจุบันเป็นภาษีส่วนท้องถิ่น) แก่โจทก์จำเลยให้การว่า

การประเมินภาษีของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้องศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้แก้ไขการประเมินตามหนังสือแจ้งการประเมินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 12)ที่ 1001010/1/100339 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 และ หนังสือแจ้งภาษีการค้า (ภ.ค.80) ที่ 1001010/4/100009 ลงวันที่ 15 พฤษภาคม 2541 และคำวินิจฉัยอุทธรณ์ที่ ส.ภ.1 (อธ.3)/419/2542 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542 และเลขที่ ส.ภ.1 (อธ.3)/420/2542 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2542 โดยให้เพิกถอนการประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้งดเฉพาะส่วนของเบี้ยปรับทั้งหมดเสียจำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าศาลภาษีอากรกลางมีคำสั่งให้จำเลยเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามจำนวนทุนทรัพย์แต่ละข้อหาที่อุทธรณ์เป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่าตามตาราง 1 ท้าย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ข้อ (1)(ก)ระบุว่า "คำฟ้องนอกจากที่ระบุไว้ใน (ข) และ (ค) ต่อไปนี้ให้เรียกโดยอัตราสองบาทห้าสิบสตางค์ต่อทุกหนึ่งร้อยบาท แต่ไม่ให้เกินสองแสนบาท" ดังนั้น การเสียค่าขึ้นศาลจึงต้องพิจารณาจากคำฟ้องเป็นเกณฑ์ มิได้พิจารณาเป็นรายคดีหรือรายสำนวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 1(3) ให้คำนิยามของคำฟ้องว่าหมายความว่า กระบวนพิจารณาใด ๆ ที่โจทก์ได้เสนอข้อหาต่อศาล ดังนั้นการเสนอข้อหาต่อศาลแต่ละข้อหาก็เป็นคำฟ้องแล้ว การเรียกค่าขึ้นศาลจึงต้องดูว่าคำฟ้องที่เสนอต่อศาลมีกี่ข้อหาแต่ละข้อหาแยกจากกันได้หรือไม่หากแยกจากกันได้ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลเป็นรายข้อหาไป

ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 150 วรรคท้าย บัญญัติว่า "ถ้าเนื่องจากศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีรวมกัน หรือให้แยกคดีกันคำฟ้องใดหรือข้อหาอันมีอยู่ในคำฟ้องใดจะต้องโอนไปยังศาลอื่น หรือจะต้องกลับยื่นต่อศาลนั้นใหม่ หรือต่อศาลอื่นเป็นคดีเรื่องหนึ่งต่างหาก ให้โจทก์ได้รับผ่อนผันไม่ต้องเสียค่าขึ้นศาลในการยื่นหรือกลับยื่นคำฟ้องหรือข้อหาเช่นว่านั้น เว้นแต่จำนวนทุนทรัพย์หรือราคาทรัพย์แห่งคำฟ้องหรือข้อหานั้นจะได้ทวีขึ้นในกรณีเช่นนี้ค่าธรรมเนียมเฉพาะที่ทวีขึ้น ให้คำนวณและชำระตามที่บัญญัติไว้ในวรรคก่อน" ซึ่งเป็นบทบัญญัติที่สนับสนุนว่าให้เรียกค่าขึ้นศาลเป็นรายคำฟ้องหรือสำนวนมิใช่รายข้อหานั้น

เห็นว่า ตามบทบัญญัติดังกล่าวหาได้แสดงว่าให้เรียกค่าขึ้นศาลเป็นรายคำฟ้องหรือรายสำนวนดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ คดีนี้จำเลยอุทธรณ์เกี่ยวกับเบี้ยปรับของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้อหาหนึ่งกับเบี้ยปรับของภาษีการค้าอีกข้อหาหนึ่งแยกจากกันได้ ที่ศาลภาษีอากรกลางให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลแยกเป็นรายข้อหาชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อต่อไปมีว่า ศาลมีอำนาจสั่งงดเบี้ยปรับแก่โจทก์หรือไม่ จำเลยอุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ว่าการงดเบี้ยปรับจะต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรหรือผู้ที่อธิบดีกรมสรรพากรมอบหมายเท่านั้น ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป11/2529 เห็นว่าตามคำสั่งกรมสรรพากรดังกล่าวเป็นระเบียบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนดให้เจ้าพนักงานประเมินต้องถือปฏิบัติไม่มีผลผูกพันศาล

การงดหรือลดเบี้ยปรับเป็นอำนาจของศาลที่จะพิจารณาว่าการที่เจ้าพนักงานประเมินงดหรือลดเบี้ยปรับมานั้นถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ และศาลยังมีอำนาจที่จะงดหรือลดเบี้ยปรับได้เองในกรณีมีเหตุอันสมควร อุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของจำเลยข้อต่อไปมีว่า มีเหตุสมควรงดหรือลดเบี้ยปรับให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด เห็นว่าโจทก์มีเงินได้จากการขายที่ดินอันเป็นทางค้าหรือหากำไร แต่หักภาษีณ ที่จ่ายไว้ต่ำกว่าความเป็นจริง แล้วไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพื่อเสียภาษีเพิ่มเติมให้ถูกต้องครบถ้วนและไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีการค้าแม้ต่อมาจะมีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยผู้ซื้อที่ดินคืนที่ดินแก่โจทก์และโจทก์คืนเงินค่าที่ดินที่รับไว้แก่ผู้ซื้อ

กรณีก็ยังสมควรต้องเรียกเบี้ยปรับ ที่ศาลภาษีอากรกลางให้งดเบี้ยปรับแก่โจทก์ ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรไม่เห็นพ้องด้วย และที่คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ลดเบี้ยปรับให้ คงเรียกเก็บเพียงร้อยละ 50 ของเบี้ยปรับตามกฎหมายเหมาะสมแล้วอุทธรณ์ของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
ทองหล่อ โฉมงาม · สมศักดิ์ วงศ์ยืน · โนรี จันทร์ทร
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4300/2567

การกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และมาตรา 252 จำเลยทั้งสองเป็นคู่ความร่วมใน…

Supreme Court Judgment No. 1048/2562

แม้ฟ้องโจทก์ระบุชื่อโจทก์ว่า ฉ. ที่ถึงแก่ความตายไปแล้วซึ่งไม่มีสภาพบุคคล ที่ถูกต้องระบุชื่อคู่ความว่า ล. ในฐานะผู้จัดการมรดกของ ฉ. โจทก์ก็ตาม แต่การบรรยายฟ้องเมื่ออ่านแล้วเป็นที่เห็นได้ว่า ล. ในฐานะผู…

Supreme Court Judgment No. 8505/2561

จำเลยแก้ฎีกาว่า ฎีกาของโจทก์ตั้งแต่หน้า 10 ถึงหน้า 19 เป็นการคัดลอกมาจากอุทธรณ์ในหน้า 39 ถึงหน้า 55 ถือเป็นฎีกาที่ไม่ได้โต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งนั้น ฎีกาของโจทก์ในหน้า 10 ถึงหน…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 624889)

ศาลจะเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (1) (ง) ได้ เมื่อคู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดสามารถพิสูจน์ได้ว่า คำชี้ขาดวินิจฉัยข้อพิพาทนั้นไม่อยู่ในขอบ…

Supreme Court Judgment No. 6627/2560

คดีนี้จำเลยร่วมทั้งสองให้การต่อสู้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นของตน ประเด็นเรื่องการแย่งการครอบครองจึงไม่มี เพราะการแย่งการครอบครองจะเกิดขึ้นได้ก็แต่ในที่ดินของบุคคลอื่น ไม่ใช่ที่ดินของตนเอง ฎีกาของจำเลยและจำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up