Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 45/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้พยานโจทก์มีตัวโจทก์เพียงปากเดียวเบิกความยืนยันว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารสัญญากู้ก็มีน้ำหนักและเหตุผลน่าเชื่อว่าพยานจำเลยซึ่งเบิกความขัดต่อเหตุผลและเป็นการผิดวิสัยส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้ชำระเงินกู้ให้แก่โจทก์แล้วโดยโจทก์ทำหลักฐานให้ไว้ก็เห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุว่าเป็นเงินอะไรทั้งไม่มีลายมือชื่อของโจทก์ในเอกสารนั้นแม้โจทก์ยอมรับว่าได้ทำเอกสารดังกล่าวจริงแต่ก็ปฏิเสธว่าเป็นการชำระหนี้รายอื่นเอกสารนั้นจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา653วรรคสองโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า วันที่ 27 พฤศจิกายน 2533จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 100,000 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายแต่โจทก์ขอคิดเพียงร้อยละ 7.5 ต่อปี กำหนดชำระคืนวันที่ 27 มีนาคม2534 นับแต่จำเลยกู้เงินไป ไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์เป็นเวลานาน 3 ปี 11 เดือน คิดเป็นดอกเบี้ย 29,375 บาท ร

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

แม้พยานโจทก์มีตัวโจทก์เพียงปากเดียวเบิกความยืนยันว่าจำเลยกู้ยืมเงินไปจากโจทก์ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารสัญญากู้ก็มีน้ำหนักและเหตุผลน่าเชื่อว่าพยานจำเลยซึ่งเบิกความขัดต่อเหตุผลและเป็นการผิดวิสัยส่วนที่จำเลยอ้างว่าได้ชำระเงินกู้ให้แก่โจทก์แล้วโดยโจทก์ทำหลักฐานให้ไว้ก็เห็นว่าเอกสารดังกล่าวไม่มีข้อความระบุว่าเป็นเงินอะไรทั้งไม่มีลายมือชื่อของโจทก์ในเอกสารนั้นแม้โจทก์ยอมรับว่าได้ทำเอกสารดังกล่าวจริงแต่ก็ปฏิเสธว่าเป็นการชำระหนี้รายอื่นเอกสารนั้นจึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา653วรรคสองโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า วันที่ 27 พฤศจิกายน 2533จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ 100,000 บาท ตกลงชำระดอกเบี้ยตามกฎหมายแต่โจทก์ขอคิดเพียงร้อยละ 7.5 ต่อปี

กำหนดชำระคืนวันที่ 27 มีนาคม2534 นับแต่จำเลยกู้เงินไป ไม่เคยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์เป็นเวลานาน 3 ปี 11 เดือน คิดเป็นดอกเบี้ย 29,375 บาท รวมต้นเงินและดอกเบี้ย 129,375 บาท ขอให้จำเลยชำระเงิน 129,375 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า ไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ตามฟ้อง สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องเป็นสัญญาปลอม ความจริงจำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง50,000 บาท โจทก์ให้จำเลยลงชื่อในสัญญากู้ที่ยังไม่ได้มีการกรอกข้อความ โจทก์คิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 ต่อเดือน จำเลยชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้โจทก์ตลอดมา ยังคงค้างชำระเพียง 14,000 บาทขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 129,375 บาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี

จากต้นเงิน 100,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์และให้ดอกเบี้ยไปตามฟ้องหรือไม่ และจำเลยจะต้องรับผิดชำระหนี้เงินกู้ให้โจทก์หรือไม่ เพียงใด ในปัญหาแรกนอกจากโจทก์จะมีตัวโจทก์เบิกความยืนยันว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปจำนวน 100,000 บาท ให้ดอกเบี้ยตามกฎหมายแล้ว โจทก์ยังมีสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งจำเลยยอมรับว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้มานำสืบแสดงมีข้อความชัดแจงว่า จำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไป 100,000 บาท ให้ดอกเบี้ยตามกฎหมายจำเลยจะชำระเงินต้นคืนภายในวันที่ 27 มีนาคม 2534 ในเบื้องต้นจึงฟังได้ว่าจำเลยได้กู้เงินไปตามสัญญาดังกล่าว ที่จำเลยนำสืบต่อสู้ว่า จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์เพียง 50,000 บาท และรับเงินจากโจทก์เพียง 50,000บาท

โจทก์กรอกข้อความในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 จำนวนเงิน100,000 บาท โดยจำเลยไม่รู้เห็นยินยอม สัญญากู้ตามเอกสารหมาย จ.1จึงเป็นเอกสารปลอมนั้น จำเลยมีนางนุสรีย์ซึ่งลงชื่อเป็นพยานในเอกสารหมาย จ.1 และนายฟูศักดิ์สามีนางนุสรีย์ซึ่งเป็นผู้เขียนสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 มาเบิกความสนับสนุน โดยนางนุสรีย์เบิกความว่า ได้ลงชื่อพยานจริงแต่ขณะลงชื่อสัญญากู้ตามเอกสารหมายจ.1 ยังไม่ได้กรอกข้อความ ส่วนนายฟูศักดิ์เบิกความว่าเมื่อต้นปี 2535 ได้ไปขอกู้เงินจากโจทก์ โจทก์ให้พยานกรอกข้อความในสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ซึ่งมีลายมือชื่อของจำเลยและนางนุสรีย์ภริยาของพยานลงชื่อไว้ก่อนแล้ว ดังนี้ เห็นว่า คำเบิกความของพยานทั้งสองดังกล่าวขัดต่อเหตุผล

เพราะถ้านายฟูศักดิ์ไม่รู้เห็นการกู้ยืมเงินรายนี้ แต่กรอกข้อความว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ 100,000บาท ย่อมจะทำให้จำเลยซึ่งเป็นน้องสะใภ้ของตนได้รับความเสียหายได้ส่วนจำเลยและนางนุสรีย์ลงชื่อในเอกสารหมาย จ.1 ขณะที่ไม่มีการกรอกข้อความนั้นก็ยิ่งเป็นการผิดวิสัยเพราะไม่มีความจำเป็นอย่างไรที่จำเลยและนางนุสรีย์จะลงลายมือชื่อในเอกสารที่ไม่กรอกข้อความเพราะอาจเกิดผลร้ายได้ ส่วนโจทก์แม้จะมีตัวโจทก์เพียงปากเดียวเบิกความยืนยันว่า นายฟูศักดิ์เป็นผู้เขียนข้อความในเอกสารหมายจ.1 จำเลยลงชื่อในฐานะเป็นผู้กู้ ส่วนนางนุสรีย์ลงชื่อในฐานะพยาน และจำเลยรับเงินไปจากโจทก์จำนวน 100,000 บาท ในวันทำสัญญามีน้ำหนักและเหตุผลให้รับฟังได้ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไป 100,000 บาท

ได้ดอกเบี้ยตามกฎหมาย ตามสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เอกสารหมาย จ.1 จึงไม่ใช่เอกสารปลอมที่จำเลยฎีกาว่า จำเลยชำระเงินกู้ให้แก่โจทก์แล้วเป็นเงิน36,000 บาท โจทก์ทำหลักฐานให้ไว้ตามเอกสารหมาย ล.2 นั้นพิจารณาเอกสารหมาย ล.2 แล้ว เห็นว่าไม่มีข้อความระบุว่าเป็นเงินอะไรทั้งไม่มีลายมือชื่อของโจทก์ในเอกสารดังกล่าว แม้โจทก์จะยอมรับว่าได้ทำเอกสารหมาย ล.2 จริง แต่โจทก์ก็ปฏิเสธว่าเป็นการชำระหนี้รายอื่น ซึ่งตามเอกสารดังกล่าวก็ระบุว่ามีการนำโฉนดของนางประจวบค้ำประกันต่างกับสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ที่ระบุว่านำ น.ส.3 ก.หมายเลข 502511 แผ่นที่ 86 เลขที่ดิน 151 อำเภอหัวไทรจังหวัดนครศรีธรรมราช มาให้โจทก์ยึดถือค้ำประกันที่โจทก์อ้างจึงน่าเชื่อถือ

ดังนี้ เอกสารหมาย ล.2 จึงไม่ใช่หลักฐานแห่งการใช้เงินตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 653 วรรคสอง ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้ชำระหนี้เงินกู้ให้แก่โจทก์แล้วเป็นเงิน 36,000 บาท เห็นว่า พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมามีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานของจำเลย ฟังได้ว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินโจทก์ไปตามฟ้อง และจำเลยยังไม่ได้ชำระเงินกู้ให้โจทก์จำเลยต้องรับผิดชำระเงินกู้ให้โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาทุกข้อของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมชัย สายเชื้อ · พิมล สมานิตย์ · กนก พรรณรักษา
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 199/2535

อากรแสตมป์ที่ปิดในเอกสารสัญญากู้ไม่ได้ลงวันเดือนปีแต่ได้ปิดอากรแสตมป์เป็นราคาไม่น้อยกว่าอากรที่ต้องเสียและได้ขีดฆ่าอากรแสตมป์ที่ปิดทับกระดาษเพื่อมิให้อากรแสตมป์นั้นใช้ได้อีกเป็นการปิดอากรแสตมป์บริบูรณ…

Supreme Court Judgment No. 519/2533

คำพยานโจทก์ขัดต่อเหตุผลและตามคำพยานจำเลยฟังได้ว่าจำเลยทำสัญญากู้ไว้แทนการเช่า โดยจำเลยมิได้รับเงินตามสัญญาเมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไปจริง ก็ย่อมบังคับตามสัญญากู้ไม่ได้.

Supreme Court Judgment No. 4818/2531

พยานบอกเล่าเป็นเพียงพยานที่มีน้ำหนักน้อยเท่านั้น แต่ไม่ใช่พยานที่กฎหมายห้ามมิให้รับฟัง เมื่อพยานบอกเล่านั้นสมเหตุผลและมีพยานอื่นสนับสนุน ก็เป็นพยานที่มีน้ำหนักควรแก่การรับฟังได้ ผู้ตายกู้ยืมเงินโจทก์โ…

Supreme Court Judgment No. 3622/2568

เนื้อหาที่โจทก์และจำเลยสนทนากันทางแอปพลิเคชันไลน์นั้นไม่มีข้อความใดที่แสดงว่าการโอนเงิน 100,000 บาท เป็นการให้กู้ยืมเงิน แม้การสนทนากันดังกล่าวเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็ก…

Supreme Court Judgment No. 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up