คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 276, 319
จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรก วางโทษจำคุก 4 ปี
จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก3 ปี ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา เห็นควรลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ความผิดฐานพรากผู้เยาว์มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความคุ้มครองอำนาจปกครองบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลที่มีต่อผู้เยาว์มิให้ผู้ใดมาพรากไปเสียจากความปกครอง ขณะเกิดเหตุผู้เสียหายอาศัยอยู่กับนายบุญยืนและนางกัลยาผู้เป็นบิดามารดาและอยู่ในความปกครองดูแลของบิดามารดา
การที่นางกัลยาอนุญาตให้ผู้เสียหายไปเที่ยวกับเพื่อนนั้น เป็นการอนุญาตให้ออกไปเที่ยวเป็นชั่วคราวมิได้อนุญาตให้แยกออกไปอยู่โดยลำพังเป็นการถาวร จึงยังไม่พ้นจากความปกครองดูแลของบิดามารดา การที่ผู้เสียหายออกจากบ้านพักของบิดามารดาไปหาจำเลยที่หอพัก หลังจากนั้นจำเลยขับรถจักรยานยนต์พาผู้เสียหายไปเดินเที่ยวที่ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์บางแค จนกระทั่ง 14 นาฬิกา จำเลยชวนผู้เสียหายไปที่ห้องพักของจำเลยผู้เสียหายไปที่ห้องพักของจำเลยแล้วอยู่กับจำเลยเรื่อยมาแล้วจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหายโดยบิดามารดาของผู้เสียหายมิได้อนุญาตให้ผู้เสียหายไปอยู่กับจำเลยถือเป็นการพรากผู้เสียหายออกมาจากบิดามารดาอันเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 วรรคแรกฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"
Result
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์