คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้แหทอดจับปลาในนาของ ฉ.ทำให้ต้นเข้าที่เพาะหว่านไว้เสียหาย ขอให้ลงโทษตาม ม.๓๒๔ ในเวลาพิจารณาคดีโจทก์ขอสืบพะยานในข้อที่ว่าที่ซึ่งจำเลยทอดแหนั้นมีต้นเข้าปลูกอยู่แลต้นเข้าของ ฤ.เสียหาย ศาลเดิมเห็นว่าการกระทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหายนั้นโจทก์ต้องแสดงว่าจำเลยได้กระทำโดยแกล้งหรือโดยเจตนาร้ายจึงจะลงโทษทางอาญาได้ จึงไม่ฟังพะยานโจทก์พิพากษาให้ยกฟ้อง
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซึ่งเป็นมูลคดีอาญา ศาลควรรับไว้พิจารณาฟังพะยานต่อไป
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ถ้าหากจำเลยทอกแหตรงที่จำเลยเห็นต้นเข้าของโจทก์ปลูกอยู่จำเลยก็อาจเห็นผลแห่งการกระทำของจำเลย คือเข้าที่ปลูกอยู่ตรงนั้นอาจเสียหายได้ จะว่าจำเลยไม่มีเจตนาร้ายนั้น ไม่เห็นพ้องด้วย เพราะเจตนานั้นแม้แต่เพียงอาจเห็นผลแห่งการกระทำก็เป็นอยู่ในตัวแล้ว จำเลยจะตั้งใจกระทำให้เกิดเสียหายแก่ทรัพย์โดยตรงหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ถ้าจำเลยกระทำโดยรู้ว่าการกระทำของจำเลยอาจเกิดเสียหายแก่ทรัพย์ของเขาแล้ว ก็พอจะถือเป็นผิดทางอาญาได้ เห็นว่าฟ้องโจทก์มีมูลเป็นคดีอาญาขัดพอแล้วควรต้องฟังคำพะยานของโจทก์ต่อไป
Result
จึงพิพากษากลับศาลล่างให้ศาลเดิมพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปตามกระบวนความ