Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4631/2530

พ.ศ. 2530 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 3 เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันเกิดเหตุไว้จากจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 1 ที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา และจำเลยที่ 3 มิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นไว้ว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ดังนั้นจำเลยที่ 3 จะฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์และจำเลยที่ 3 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยจากจำเลยที่ 2 จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย โจทก์ผู้รับประกันภัยฟ้องจำเลยผู้ทำละเมิดให้รับผิดต่อโจทก์ในฐานะโจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 สิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปโดยมิต้องบอกกล่าว จึงชอบที่จะคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไป

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์รับประกันภัยรถยนต์บรรทุกยี่ห้ออีซูซุหมายเลขทะเบียน ๖ น ๒๕๘๗ กรุงเทพมหานครของบริษัทซัมมิทอินดัสเตรียลคอปอเรชั่น จำกัด จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อยี่ห้อฮีโน่คันหมายเลขทะเบียน น-๓๕๘๑ ชลบุรีและเป็นลูกจ้างหรือตัวแทนไปปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างหรือได้รับมอบหมายของจำเลยที่ ๒ ผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุก ๑๐ ล้อคันดังกล่าวโดยจำเลยที่ ๒ เช่าซื้อมาจากผู้อื่นจำเลยที่ ๓ เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันที่จำเลยที่ ๒ เช่าซื้อมาดังกล่าวเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๒๓ เวลา ๑๑ นาฬิกาเศษนายสละสุขสว่างลูกจ้างของบริษัทซัมมิทอินดัสเตรียลคอปอเรชั่น จำกัด ขับรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๖ น ๒๕๘๗ กรุงเทพมหานครบรรทุกน้ำมันก๊าซโซลิน ๘,๐๐๐ ลิตรจากคลังน้ำมันอำเภอศรีราชาไปส่งปั๊มน้ำมันที่อำเภอแกลงจังหวัดระยองไปตามถนนสายศรีราชา-ระยองได้ชนรถที่นายสละจอดอยู่เป็นเหตุให้รถที่นายสละขับมากระเด็นตกลงไปพลิกคว่ำน้ำมันก๊าซโซลินไหลออกจากถังบรรจุทั้งหมดรถที่นายสละขับเสียหายขับไปไม่ได้คิดค่าเสียหายทั้งสิ้นเป็นเงิน ๒๓๙,๘๖๐ บาทซึ่งโจทก์ได้จ่ายเงินจำนวนดังกล่าวเป็นงวด

ๆ ให้ผู้เอาประกันภัยไปเรียบร้อยแล้วโจทก์จึงเป็นผู้รับช่วงสิทธิเรียกร้องเอาจากจำเลยทั้งสามขอให้ศาลพิพากษาบังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๒๔๗,๕๐๑ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๒๓๙,๘๖๐ บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๓ ให้การยอมรับว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความประมาทจริงแต่นายสละ สุขสว่างมีส่วนประมาทร่วมด้วยโดยนายสละจอดรถกีดขวางผิวจราจรซึ่งไม่อาจทำให้จำเลยที่ ๑ หลีกเลี่ยงได้ทันดังนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นต้องถัวเฉลี่ยวความรับผิดซึ่งกันและกันด้วยตามกรมธรรม์ประกันภัยจำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้รับประกันภัยรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน น-๓๕๘๑ ชลบุรีจำกัดความรับผิดในความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอกในวงเงินไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงิน ๒๓๙,๘๖๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๒ และที่ ๓

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๔๗,๕๐๑ บาทแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ ๓ รับผิดในวงเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๒ และที่ ๓ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๒๓๙,๘๖๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปแก่โจทก์แต่เฉพาะจำเลยที่ ๓ คงให้รับผิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาทนับแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๓ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระเงินค่าซ่อมรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้จนกว่าจะชำระเสร็จนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๓ ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าสำหรับข้อที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาว่าทางพิจารณาไม่มีพยานโจทก์ยืนยันแน่ชัดว่าจำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ ๒ และกระทำไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยที่ ๓ ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยจากจำเลยที่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์นั้นจำเลยที่ ๓ มิได้ให้การต่อสู้เป็นประเด็นในเรื่องนี้ไว้จึงฎีกาในข้อนี้ไม่ได้ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนข้อที่จำเลยที่ ๓ ฎีกาต่อไปว่าโจทก์มีสิทธิคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันฟ้องเพราะโจทก์มิได้ทวงถามก่อนนั้นเห็นว่าโจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสามให้รับผิดต่อโจทก์ในฐานะโจทก์เป็นผู้รับช่วงสิทธิตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๘๐ สิทธิของโจทก์ย่อมเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่โจทก์ได้ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปโดยมิต้องบอกกล่าวโจทก์จึงชอบที่จะคิดดอกเบี้ยได้นับแต่วันที่โจทก์ชำระค่าสินไหมทดแทนเป็นต้นไปศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้วฎีกาจำเลยที่ ๓ ฟังไม่ขึ้นแต่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยที่ ๓ รับผิดในดอกเบี้ยจากต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท

นับแต่วันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๓ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์ชำระเงินค่าซ่อมรถที่โจทก์รับประกันภัยไว้จนกว่าจะชำระเสร็จด้วยนั้นเป็นการพิพากษาให้จำเลยที่ ๓ รับผิดในดอกเบี้ยที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาบังคับให้จำเลยที่ ๓ ร่วมรับผิดในตอนต้นแล้วซ้อนกันอีกจึงเป็นการไม่ชอบ

Result

พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ชำระเงิน ๒๔๗,๕๐๑ บาทแก่โจทก์โดยให้จำเลยที่ ๓ รับผิดในวงเงิน๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ ชำระดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีโดยจำเลยที่ ๒ คิดจากต้นเงิน ๒๓๙,๘๖๐ บาทส่วนจำเลยที่ ๓ คิดจากต้นเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Matter details

Panel of judges
ชวลิต นราลัย · อภินย์ ปุษปาคม · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายสกล เหมือนพะวงศ์
ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ กลับดี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6628/2538

จำเลยรับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันไว้จากผู้เอาประกันภัยเพื่อรับจ้างติดตั้งหลังคาไฟเบอร์กล๊าสจำเลยจึงมีหน้าที่ต้องดูแลรักษารถยนต์มิให้สูญหายเพื่อจะได้คืนรถยนต์ให้ผู้ว่าจ้างเมื่อรถยนต์สูญหายไปในระหว่างที่อ…

Supreme Court Judgment No. 3631/2528

จำเลยที่ 2 กล่าวในฟ้องอุทธรณ์ว่าฟ้องของโจทก์เคลือบคลุมเพราะ คำเบิกความของส.พยานโจทก์เบิกความไม่แน่ชัดจำเลยที่2 ไม่สามารถเข้าใจ คำฟ้องของโจทก์ได้ดีโดยจำเลยที่2 ไม่ได้โต้แย้งเลยว่าคำฟ้องของโจทก์ไม่แสดงโ…

Supreme Court Judgment No. 951/2546

แม้โจทก์จะเป็นผู้กล่าวอ้างข้อเท็จจริงและภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงจะตกแก่โจทก์ แต่เมื่อจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์ไม่ได้ให้การปฏิเสธข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวอ้างโดยชัดแจ้งรวมทั้งเหตุแ…

Supreme Court Judgment No. 7287/2538

จำเลยที่ 1 มิได้ให้การว่าได้ชำระหนี้ตามสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีจำนวน 524,396.24 บาท แก่โจทก์ ส่วนจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การ ดังนั้นจำเลยที่ 2 ย่อมไม่มีสิทธิฎีกาว่าได้ชำระหนี้แก่โจทก์แล้ว ฎีกาของจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 5910/2538

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 ให้รับผิดในฐานะที่เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์คันเกิดเหตุ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยที่ 1ขับรถยนต์คันดังกล่าวในฐานะอะไรหรือมีความสัมพันธ์อย่างไรกับ บ. ผู้เอาประกันภ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up