Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4641/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 225 ตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป เข้าองค์ประกอบของมาตรา 335 วรรคสามศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทมาตราดังกล่าวโดยไม่ได้ระบุวรรคศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาแก้ระบุวรรคให้ถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้นได้ แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ถึงปัญหานี้เพราะมิได้เป็นการเพิ่มโทษจำเลยแต่อย่างใด แต่ที่แก้เป็นมาตรา 335 วรรสองนั้นยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาย่อมแก้ให้ถูกต้องเป็นมาตรา 335 วรรคสามได้ จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาข้อ ก. มาในกำหนดระยะเวลาที่จะฎีกาได้ แต่เมื่อศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของจำเลยในข้อ ก. แล้ว จึงไม่มีฎีกาในข้อ ก. ที่จะให้จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมได้ ดังนั้นการที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาติให้จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาในข้อ ก. มาจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๗๖,๓๒๕ แก่เจ้าทรัพย์

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ จำคุก ๒ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์จำนวน ๗๖,๓๒๕ บาทแก่เจ้าทรัพย์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยในข้อ ข. ที่ศาลชั้นต้นสั่งรับมาเพียงข้อเดียวว่า การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสอง นั้น เป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ เพราะฟ้องโจทก์อ้างฐานความผิดและบทมาตราเพียงว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ เท่านั้น

พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ นั้น มีอยู่หลายวรรคด้วยกัน และแต่ละวรรคโทษไม่เท่ากัน แม้โจทก์จะขอมาท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ โดยมิได้ระบุวรรค แต่โจทก์ก็ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยกระทำความผิดในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์แล้วปีนเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่จำนงให้เป็นทางคนเข้าและลักทรัพย์ในเคหสถาน อันเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตรา (๑) (๓) (๔) และ (๘) ของมาตรา ๓๓๕ ตั้งแต่สองอนุมาตราขึ้นไป เข้าองค์ประกอบของมาตรา ๓๓๕ วรรคสาม เมื่อการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามโจทก์ฟ้อง ศาลก็ชอบที่จะปรับบทลงโทษจำเลยตามวรรคที่ถูกต้องได้และเมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามบทกฎหมายมาตราดังกล่าวโดยมิได้ระบุวรรคให้ถูกต้อง

แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์ถึงปัญหานี้ก็ตาม ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจโดยชอบที่จะพิพากษาแก้ระบุวรรคเสียให้ถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๕ วรรคสอง หาเป็นการขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ ดังฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสอง นั้น ยังไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้เสียให้ถูกต้องด้วย

อนึ่ง ปรากฏว่าคดีนี้จำเลยฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์มา ๒ ข้อ โดยระบุเป็นข้อ ก. และข้อ ข. ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อ ข. โดยเห็นว่าฎีกาของจำเลยในข้อ ก. เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ จึงไม่รับ และจำเลยก็มิได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งนี้แต่อย่างใด แล้วต่อมาจำเลยยื่นคำร้องขอแก้ไขและเพิ่มเติมฎีกาในข้อ ก. ซึ่งศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อเดิมศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในข้อ ก. แล้ว จึงไม่มีฎีกาในข้อ ก. ที่จะให้จำเลยขอแก้ไขเพิ่มเติมได้แม้จำเลยจะได้ขอแก้ไขเพิ่มเติมฎีกาในข้อ ก. มาในกำหนดระยะเวลาที่จะฎีกาได้ก็ตามก็ไม่อาจจะขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อฎีกาที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับแล้วได้ คำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวจึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕ วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม
Lower court
ศาลจังหวัดลำปาง - นายประสิทธิ์ ศิริไชย
ศาลอุทธรณ์ - นายพินิจ ฉิมพาลี
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3706/2563

ในคดีอาญาทั่วไป คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ไม่มีบทบัญญัติให้การฎีกาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา การฎีกาจึงอยู่ในบังคับตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 2…

Supreme Court Judgment No. 7223/2556

การที่จำเลยที่ 1 แจ้งความแก่เจ้าพนักงานตำรวจว่า โฉนดที่ดินที่ตนเองมีกรรมสิทธิ์ร่วมกับโจทก์ได้สูญหายไป แล้วนำสำเนารายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีไปแสดงต่อเจ้าพนักงานที่ดินเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการขอออกใบแทนโ…

Supreme Court Judgment No. 653/2553

ความผิดฐานวิ่งราวทรัพย์ตาม ป.อ. มาตรา 336 จะต้องเป็นการลักทรัพย์โดยฉกฉวยเอาซึ่งหน้า ผ. ทำทีเป็นพูดโทรศัพท์เคลื่อนที่ และเอาโทรศัพท์ไปในขณะที่ผู้เสียหายให้บริการลูกค้าคนอื่นอยู่ เป็นการเอาไปในขณะเผลอ ม…

Supreme Court Judgment No. 9559/2552

การที่จำเลยเอายาและเครื่องเวชภัณฑ์ใส่ไว้ในถุงพลาสติก ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการไปเอาจากห้องคลังยาโดยตรงหรือในช่วงที่จำเลยเอาไปวางบนชั้นด้านหลังเคาน์เตอร์เภสัชกร ย่อมถือได้ว่าจำเลยเคลื่อนย้ายทรัพย์จากที่ตั้งต…

Supreme Court Judgment No. 402/2546

การลักทรัพย์ในที่หรือบริเวณที่มีอุบัติเหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (2) วรรคแรก อุบัติเหตุนั้นเฉพาะเกิดแก่รถไฟหรือยานพาหนะที่ประชาชนโดยสารเท่านั้น ตามคำฟ้องโจทก์ไม่ได้บรรยายถึงข้อเท็จจริงดังกล่าว…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up