Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4642/2555

พ.ศ. 2555 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจนนอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อไป ข้อความดังกล่าวมิได้ระบุให้แจ้งชัดว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในส่วนใดมีข้อวินิจฉัยผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไร และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง แม้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นจะรับรองมีเหตุสมควรที่โจทก์จะฎีกา ศาลฎีกาก็ไม่อาจรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาพิพากษาได้เพราะต้องห้ามตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่สิบเก้าร่วมกันชำระเงิน 7,705,885.34 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 6,729,972.09 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ด จำเลยที่ 4 ที่ 6 ที่ 8 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 19 ที่ 22 ที่ 28 ที่ 33 ที่ 34 ที่ 37 ที่ 39 ที่ 42 ที่ 43 ที่ 45 ที่ 46 ที่ 47 ที่ 48 และที่ 49 ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 4 ที่ 6 ที่ 8 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 19 ที่ 22 ที่ 23 ที่ 28 ที่ 33 ที่ 34 ที่ 37 ที่ 42 ที่ 43 ที่ 45 ที่ 47 ที่ 48 และที่ 49 ขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 10 ที่ 12 ที่ 13 ที่ 14 ที่ 15 ที่ 16 ที่ 17 ที่ 18 ที่ 20 ที่ 21 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 25 ที่ 26 ที่ 27 ที่ 29 ที่ 30 ที่ 31 ที่ 32 ที่ 35 ที่ 36 ที่ 38 ที่ 40 ที่ 41 ที่ 44 ให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 6 ที่ 10 ที่ 19 ที่ 20 ที่ 21 ที่ 22 ที่ 23 ที่ 24 ที่ 28 ที่ 34 ที่ 35 ที่ 37 ที่ 39 ที่ 42 ที่ 43 ที่ 44 ที่ 45 และที่ 47 ร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ที่ 1 จำนวน 800,000 บาท โจทก์ที่ 2 จำนวน 300,000 บาท โจทก์ที่ 3 จำนวน 1,800,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 700,000 บาท โจทก์ที่ 5 จำนวน 25,000 บาท โจทก์ที่ 6 จำนวน 35,000 บาท โจทก์ที่ 7 จำนวน 32,000 บาท โจทก์ที่ 8 จำนวน 300,000 บาท โจทก์ที่ 9 จำนวน 15,000 บาท โจทก์ที่ 10 จำนวน 30,000 บาท และโจทก์ที่ 11 จำนวน 800,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงินดังกล่าวของโจทก์แต่ละคนนับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 2 ธันวาคม 2540)

ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ทั้งสิบเอ็ด กับให้จำเลยดังกล่าวร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ทั้งสิบเอ็ด เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้เท่าทุนทรัพย์ที่โจทก์ทั้งสิบเอ็ดชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 50,000 บาท คำขออื่นให้ยกและยกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ที่ 5 ที่ 7 ที่ 8 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 12 ที่ 13 ที่ 14 ที่ 15 ที่ 16 ที่ 17 ที่ 18 ที่ 25 ที่ 26 ที่ 27 ที่ 29 ที่ 30 ที่ 31 ที่ 32 ที่ 33 ที่ 36 ที่ 38 ที่ 40 ที่ 41 ที่ 46 ที่ 48 และที่ 49 โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 อุทธรณ์ โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่า โจทก์ที่ 5 ที่ 6 ที่ 9 และที่ 10 มีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้

ศาลอุทธรรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 6 ที่ 10 ที่ 19 ถึงที่ 24 ที่ 28 ที่ 34 ที่ 35 ที่ 37 ที่ 39 ที่ 42 ถึงที่ 45 และที่ 47 ร่วมกันชำระเงินให้โจทก์ที่ 3 จำนวน 2,000,000 บาท โจทก์ที่ 4 จำนวน 900,000 บาท และโจทก์ที่ 8 จำนวน 350,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น กับให้จำเลยดังกล่าวร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 เฉพาะค่าขึ้นศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยดังกล่าวให้ใช้ตามทุนทรัพย์ที่โจทก์ดังกล่าวชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ โดยกำหนดค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์ 10,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งสิบเอ็ดกับจำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ที่ 7 ถึงที่ 9 ที่ 11 ถึงที่ 18 ที่ 25 ถึงที่ 27 ที่ 29 ถึงที่ 33 ที่ 36 ที่ 38 ที่ 40 ที่ 41 ที่ 46 ที่ 48 และที่ 49 (ที่ถูก ในศาลชั้นต้น) ให้เป็นพับ

ก่อนที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกา จำเลยที่ 22 ถึงแก่ความตาย โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 ยื่นคำร้องขอให้หมายเรียกนางสาวเบญจมาศ ผู้เยาว์ซึ่งเป็นทายาทของจำเลยที่ 22 และมีนางอารีย์ เป็นผู้แทนโดยชอบธรรมเข้าเป็นคู่ความแทน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งบุคคลผู้ถูกเรียกเป็นคู่ความแทน โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ที่ 6 ที่ 10 ที่ 19 ถึงที่ 24 ที่ 28 ที่ 34 ที่ 35 ที่ 37 ที่ 39 ที่ 42 ถึงที่ 45 และที่ 47 กระทำละเมิดจุดไฟเผา ขว้างปา ทุบ ทำลายทรัพย์สินของโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 เสียหาย และกำหนดค่าเสียหายให้แก่โจทก์ดังกล่าวโดยพิจารณาราคาทรัพย์ตามสภาพขณะเกิดเหตุ และหักค่าเสื่อมราคาออก โจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 ฎีกาอ้างว่า โจทก์ได้ประเมินราคาทรัพย์เสียหายโดยมีหลักฐานเรื่องความเสียหายชัดเจน นอกจากนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ไว้ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้ส่วนราชการชนะคดีไม่เต็มฟ้องต้องยื่นฎีกาต่อศาลฎีกาต่อไป ข้อความตามฎีกาของโจทก์ดังกล่าวมิได้ระบุให้แจ้งชัดว่าคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 9 ในส่วนใดมีข้อวินิจฉัยผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างไร และที่ถูกต้องควรเป็นอย่างใด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้ง

แม้ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นจะรับรองว่ามีเหตุสมควรที่โจทก์ที่ 4 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 จะฎีกา ศาลฎีกาก็ไม่อาจรับฎีกาของโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 ไว้พิจารณาพิพากษาได้ เพราะต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง

Result

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ที่ 3 ถึงที่ 6 และที่ 8 ถึงที่ 10 คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่โจทก์ดังกล่าว จำเลยที่ 1 ที่ 6 ที่ 10 ที่ 19 ถึงที่ 24 ที่ 28 ที่ 34 ที่ 35 ที่ 37 ที่ 39 ที่ 42 ถึงที่ 45 และที่ 47 ไม่แก้ฎีกา จึงไม่กำหนดค่าทนายความชั้นฎีกาให้

Matter details

Panel of judges
นพพร โพธิรังสิยากร · ศรีอัมพร ศาลิคุปต์ · สุทธิโชค เทพไตรรัตน์
Lower court
ศาลจังหวัดตรัง - นายจิรวัฒน์ วายุนิล
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายพิษณุ ดำรงเกียรติวัฒนา
Supreme Court black case no.
พ.1092/2551
Trial court black case no.
พ1797/2540
Trial court red case no.
พ812/2546
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7307/2558

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนเสาคอนกรีตออกไปจากที่ดินของโจทก์กับเรียกค่าเสียหาย จำเลยมิได้ให้การต่อสู้คดี ถือได้ว่าเป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์ อันเป็นคดีไม่มีทุนทรัพย์ส่วนหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 3231/2557

ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการฎีกา บัญญัติให้คู่ความผู้ยื่นฎีกาต้องกล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างไว้ให้ชัดแจ้งในฎีกา แต่ฎีกาของจำเลยทั้งสองเพียงแต่อ้างข้อเท…

Supreme Court Judgment No. 3554/2552

ฎีกาของโจทก์ทั้งสามที่ว่า โจทก์ทั้งสามไม่ได้ปักหลักเขตรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของจำเลย จำเลยจึงไม่มีสิทธิคัดค้านการรังวัดแบ่งกรรมสิทธิ์รวมของโจทก์ทั้งสาม เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาล…

Supreme Court Judgment, B.E. 2549 (ref. 268919)

การที่จำเลยร่วมอุทธรณ์ว่า ผู้ตายเป็นผู้ขับรถโดยประมาทเลินเล่อแต่เพียงผู้เดียว เป็นอุทธรณ์โต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลชั้นต้นที่ฟังว่า ย. ลูกจ้างจำเลยที่ 1 มีส่วนประมาทเลินเล่อด้วย อุทธร…

Supreme Court Judgment No. 38/2549

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนของหมั้นสร้อยคอทองคำหนัก 5 บาท ราคา 32,500 บาท ให้แก่โจทก์ทั้งสอง และให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกันหรือแทนกันคืนเงินสินสอดจำนวน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up