คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยที่ ๑ ผู้สั่งจ่ายเช็คและจำเลยที่ ๒ผู้สลักหลังร่วมกันใช้เงินตามเช็คซึ่งธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน จำเลยที่ ๑ ให้การว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คโดยชอบด้วยกฎหมายเนื่องจากรับโอนมาโดยคบคิดกันฉ้อฉล จำเลยที่ ๑ จึงไม่ต้องรับผิด จำเลยที่ ๒ ให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมและขาดอายุความ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวนตามฟ้อง จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การคบคิดกันฉ้อฉลหรือไม่สุจริตอันจะทำให้ผู้สั่งจ่ายยกความเกี่ยวพันระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อนขึ้นต่อสู้ผู้ทรงได้ตามข้อความตอนท้ายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา๙๑๖ นั้น จะต้องเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลหรือความไม่สุจริตที่เกิดขึ้นขณะที่ผู้ทรงรับโอนเช็ค เมื่อจำเลยที่ ๑ มิได้นำสืบว่าขณะที่ที่จำเลยที่ ๒ โอนเช็คให้โจทก์ได้มีการคบคิดกันฉ้อฉลหรือไม่สุจริตอย่างไร คดีฟังไม่ได้ว่าโจทก์รับโอนเช็คพิพาทด้วยคบคิดกันฉ้อฉลหรือไม่สุจริต
Result
พิพากษายืน.