คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,191, 201, 204จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 204 วรรคแรก เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ลงโทษตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก 2 ปี คำขอนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยซึ่งเป็นพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอพระประแดงได้ปล่อยตัวนางเล็กราบุตร นางนิตยา บัวคำ และนางรุ่งอรุณ พุฒมาลา ผู้ต้องหาคดีเตร็ดเตร่เพื่อการค้าประเวณี รวม 3 คน แล้วนำนางจุกนางเย็นไม่ทราบนามสกุล และนางสาวแดงหรือเรณูหรือแดงเหยินรัฐวิเศษ
เข้าเป็นผู้ต้องหาแทนขณะควบคุมผู้ต้องหาทั้งสามดังกล่าวกับพวกรวม 13 คน จากศาลจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อไปคุมขังที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอพระประแดง เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม2526 การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา204 วรรคสอง มิใช่วรรคแรก ตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง แต่ข้อเท็จจริงยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า จำเลยมิได้เรียกหรือรับเงินจำนวน 50,000 บาท จากผู้ต้องหาเป็นการตอบแทนที่จำเลยปล่อยผู้ต้องหาดังกล่าวไป ทั้งนางจุก นางเย็น ไม่ทราบนามสกุลและนางสาวแดงหรือเรณูหรือแดงเหยิน รัฐวิเศษ ที่จำเลยนำเข้ามาแทนผู้ต้องหาทั้งสามที่จำเลยปล่อยตัวไปก็ไม่ปรากฏว่าเข้ามาแทนที่โดยไม่สมัครใจ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ
แม้จะได้อนุญาตให้ผัดฟ้องฝากขังผู้ต้องหาตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้เพื่อควบคุมการดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนให้เป็นไปโดยถูกต้อง มิใช่ผู้ที่จะเข้าไปมีส่วนรับผิดชอบจากการดำเนินคดีหรือไม่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแต่อย่างใดข้อเท็จจริงจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ นางจุก นางเย็นไม่ทราบนามสกุล หรือนางสาวแดงหรือเรณูหรือแดงเหยิน รัฐวิเศษหรือโดยเจตนาทุจริต อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา204 วรรคสอง ให้จำคุก ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์