Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 468/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สินค้าที่ขนส่งเป็นของมีค่า และโจทก์ผู้ส่งได้บอกสภาพแห่งของว่าเป็นนาฬิกาและบอกราคาของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่จำเลยผู้ขนส่งแล้ว จำเลยจึงต้องใช้ความระมัดระวังดูแลสินค้าเป็นพิเศษในการขนส่ง เมื่อสินค้าสูญหาย จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าซึ่งเป็นราคาที่บอกแก่ตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 616, 620 ทั้งโจทก์ไม่ได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดของจำเลยตามข้อความที่ปรากฏด้านหลังของใบรับขนทางอากาศ ข้อความจำกัดความรับผิดดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามมาตรา 625 โจทก์จึงไม่จำต้องเพิ่มส่วนความรับผิดของจำเลยโดยเลือกชำระค่าบริการเพิ่มแทนการยอมรับการจำกัดความรับผิด อีกทั้งการที่โจทก์ไม่เสียค่าบริการเพิ่มจะถือว่าโจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยและอาศัยเป็นพฤติการณ์ในการลดค่าเสียหายของโจทก์หาได้ไม่ จำเลยผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดขอใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าที่ขนส่งตามฟ้อง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

สินค้าที่ขนส่งเป็นของมีค่า และโจทก์ผู้ส่งได้บอกสภาพแห่งของว่าเป็นนาฬิกาและบอกราคาของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่จำเลยผู้ขนส่งแล้ว จำเลยจึงต้องใช้ความระมัดระวังดูแลสินค้าเป็นพิเศษในการขนส่ง เมื่อสินค้าสูญหาย จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าซึ่งเป็นราคาที่บอกแก่ตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 616, 620 ทั้งโจทก์ไม่ได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดของจำเลยตามข้อความที่ปรากฏด้านหลังของใบรับขนทางอากาศ ข้อความจำกัดความรับผิดดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามมาตรา 625 โจทก์จึงไม่จำต้องเพิ่มส่วนความรับผิดของจำเลยโดยเลือกชำระค่าบริการเพิ่มแทนการยอมรับการจำกัดความรับผิด อีกทั้งการที่โจทก์ไม่เสียค่าบริการเพิ่มจะถือว่าโจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วยและอาศัยเป็นพฤติการณ์ในการลดค่าเสียหายของโจทก์หาได้ไม่

จำเลยผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดขอใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าที่ขนส่งตามฟ้องโจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2546 โจทก์ว่าจ้างจำเลยขนส่งสินค้านาฬิกาข้อมือ 15 เรือน น้ำหนักรวม 12.8 กิโลกรัม ราคา 5,209 ยูโร (ขณะทำสัญญา 1 ยูโร เท่ากับ 46.0842 บาท) คิดเป็นเงินไทย 240,052.60 บาท เพื่อไปส่งให้ลูกค้าของโจทก์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาวันที่ 20 พฤศจิกายน 2546 จำเลยให้เจ้าหน้าที่ของจำเลยมารับสินค้าที่คลังสินค้าทัณฑ์บนของโจทก์ไปครบถ้วนและในวันเดียวกันจำเลยขนส่งสินค้าของโจทก์ดังกล่าวโดยทางอากาศ ครั้นวันที่ 5 มกราคม 2547 โจทก์ได้รับแจ้งจากลูกค้าว่ายังไม่ได้รับสินค้าที่โจทก์จ้างจำเลยรับขน โจทก์จึงทวงถามให้จำเลยติดตามสินค้าและหากไม่สามารถติดตามสินค้าของโจทก์ได้ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายเท่ากับราคาสินค้าเป็นเงิน 240,052.60 บาท

จำเลยปฏิเสธโดยจะชดใช้ให้เพียงร้อยละ 10 ของราคาสินค้าทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์จึงให้ทนายความบอกกล่าวให้จำเลยชำระหนี้แก่โจทก์ เมื่อครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าว จำเลยยังคงเพิกเฉยไม่ชำระ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินและดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 251,200.25 บาท และชำระดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี จากต้นเงิน 240,052.60 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า จำเลยรับจ้างโจทก์ขนส่งสินค้านาฬิกาโดยทางอากาศ และสินค้าสูญหายในระหว่างขนส่ง แต่โจทก์ได้ตกลงโดยชัดแจ้งให้จำกัดความรับผิดของจำเลยผู้ขนส่งไว้ในใบตราส่งเพียงไม่เกิน 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 กิโลกรัม (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐเท่ากับ 40 บาท) สินค้าน้ำหนักรวม 12.8 กิโลกรัม หากจำเลยต้องรับผิดไม่เกิน 10,240 บาท เพราะโจทก์ไม่ได้แจ้งให้จำเลยทราบพฤติการณ์พิเศษใดที่จำเลยจะต้องรับผิดเพิ่ม ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางได้รับรองว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ซึ่งโจทก์ผู้อุทธรณ์ไม่โต้แย้งและจำเลยไม่อุทธรณ์ว่าจำเลยทำสัญญารับขนสินค้านาฬิกาข้อมือของโจทก์ 15 เรือน ราคา 5,209 ยูโร คิดเป็นเงินไทย 240,052.60 บาท โดยทางอากาศไปส่งให้ลูกค้าของโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับตราส่งที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ แล้วสินค้าทั้งหมดสูญหายในระหว่างขนส่ง โดยโจทก์ผู้ส่งได้บอกราคาหรือสภาพแห่งของแก่จำเลยในขณะที่ส่งมอบของแล้ว และโจทก์ไม่ได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งให้จำเลยผู้ขนส่งยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดกรณีของสูญหาย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยในชั้นนี้ตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงว่า จำเลยต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เพียงใด ในข้อนี้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยว่า แม้จำเลยจะต้องรับผิดชำระค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าเพราะเป็นของมีค่า และโจทก์บอกราคาหรือสภาพแห่งของไว้ในใบรับขนทางอากาศในขณะส่งมอบของแก่จำเลยแล้ว แต่การที่โจทก์ส่งของมีค่าโดยเลือกเสียค่าบริการแก่จำเลยในอัตราค่าส่งตามปกติเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ทำให้จำเลยไม่ใช้ความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้นกว่ารับขนของธรรมดา โจทก์จึงมีส่วนก่อให้เกิดความเสียหายด้วยไม่ยิ่งหย่อนกว่าจำเลย พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ 120,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ว่าจำเลยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของมีค่าจึงต้องใช้ความระมัดระวังในการขนส่งเป็นพิเศษ และต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าคือ 240,052.60 บาท

เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางว่า สินค้าที่ขนส่งเป็นของมีค่า และโจทก์ผู้ส่งได้บอกสภาพแห่งของว่าเป็นนาฬิกาและบอกราคาของไว้ในขณะที่ส่งมอบแก่จำเลยผู้ขนส่งแล้ว จำเลยก็ต้องใช้ความระมัดระวังดูแลสินค้าเป็นพิเศษในการขนส่ง เมื่อสินค้าสูญหาย จำเลยก็ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าซึ่งเป็นราคาที่บอกแก่ตน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 616, 620 ทั้งโจทก์ไม่ได้แสดงความตกลงด้วยชัดแจ้งในการจำกัดความรับผิดของจำเลยตามข้อความที่ปรากฏด้านหลังของใบรับขนทางอากาศ ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยซึ่งเป็นที่ยุติแล้ว ข้อความจำกัดความรับผิดดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตามมาตรา 625 โจทก์จึงไม่จำต้องเพิ่มส่วนความรับผิดของจำเลยโดยเลือกชำระค่าบริการเพิ่มแทนการยอมรับการจำกัดความรับผิด

ทั้งการที่โจทก์ไม่เสียค่าบริการเพิ่มจะถือว่าโจทก์มีส่วนทำความผิดก่อให้เกิดความเสียหายด้วย และอาศัยเป็นพฤติการณ์ในการลดค่าเสียหายของโจทก์หาได้ไม่ จำเลยผู้ขนส่งจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายเท่าราคาสินค้าที่ขนส่งตามฟ้อง อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น ส่วนที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์นับแต่วันที่จำเลยรับสินค้าไปจากโจกท์ คือวันที่ 19 พฤศจิกายน 2546 จนกว่าจะชำระเสร็จนั้น เห็นว่า ตามคำฟ้องและทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์คิดดอกเบี้ยนับแต่วันใด โจทก์คงมีแต่นายธเณศพยานโจทก์ เบิกความว่า วันที่ 19 พฤศจิกายน 2546 เป็นวันที่จำเลยมารับสินค้าพิพาทจากโจทก์ ดังนั้น ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง และเห็นว่า

กรณีนี้จำเลยต้องรับผิดชดใช้ดอกเบี้ยนับแต่วันที่สินค้าพิพาทสูญหายเป็นต้นไป ซึ่งปัญหาว่าสินค้าพิพาทสูญหายไปตั้งแต่เมื่อใดนั้น โจทก์มีนายธเณศ เป็นพยานเบิกความว่าวันที่ 5 มกราคม 2547 โจทก์ได้รับแจ้งจากลูกค้าของโจทก์ว่ายังไม่ได้รับสินค้าพิพาท โจทก์จึงให้จำเลยติดตามสินค้าพิพาท หากไม่สามารถติดตามได้ ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ซึ่งต่อมาจำเลยก็ไม่สามารถส่งมอลสินค้าพิพาทได้ โจทก์จึงฟ้องเป็นคดีนี้ เมื่อจำเลยไม่ได้นำสืบให้เห็นเป็นประการอื่น ข้อเท็จจริงจึงพอถือได้ว่าสินค้าพิพาทสูญหายไปเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2547 จำเลยจึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 5 มกราคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน 240,052.60 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 5 มกราคม 2547 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องวันที่ 30 มิถุนายน 2547 ต้องไม่เกิน 11,147.65 บาท ตามที่โจทก์ขอ นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

Matter details

Panel of judges
พินิจ บุญชัด · สุวัฒน์ วรรณนะหทัย · สมศักดิ์ เนตรมัย
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5746/2553

ใบกำกับการส่งสินค้าหรือใบเสร็จรับเงินซึ่งองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์จำเลยที่ 2 ออกให้แก่ลูกจ้างของโจทก์ที่นำสินค้ามาส่ง มีข้อความจำกัดความรับผิดของจำเลยที่ 2 และลูกจ้างของโจทก์ได้ลงลายมือชื่อในช่…

Supreme Court Judgment No. 2887/2541

แม้ผู้ฝากสินค้าพิพาทจะเป็นพนักงานของบริษัท ฮ.ผู้ส่ง ได้ลงชื่อไว้ในใบลำดับรายการรับฝากส่งพัสดุภัณฑ์ซึ่งมีข้อความยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดของจำเลยผู้ขนส่งก็ตาม แต่บริษัท ฮ.ผู้ส่งซึ่งเป็นนิติบุคคลมิได้แส…

Supreme Court Judgment No. 3887/2534

โจทก์บรรยายฟ้องถึงการที่จำเลยที่ 1 ยินยอมให้จำเลยที่ 2ที่ 3 เข้าร่วมและประกอบกิจการเป็นผู้ขนส่งในนามของจำเลยที่ 1เพื่อผลประโยชน์ร่วมกัน และบรรยายถึงวันเวลาที่จำเลยที่ 1 ที่ 2ที่ 3 ร่วมกันขนส่งกระจกของ…

Supreme Court Judgment No. 4663/2530

จำเลยให้การเพียงว่าการที่ผู้ส่งเรียกร้องให้จำเลยซึ่งเป็นผู้ขนส่งออกใบตราส่งให้กับยึดถือใบตราส่งนั้นไว้เป็นหลักฐานโดยไม่คัดค้านและนำใบตราส่งนั้นมาแสดงต่อธนาคารเพื่อรับเงินค่าสินค้า เป็นการแสดงโดยชัดแจ้…

Supreme Court Judgment No. 22319/2555

ในการขนส่งสินค้ารายนี้ สินค้าถูกส่งมากับเที่ยวบินของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ซึ่งลงจอดที่สนามบินอู่ตะเภาเนื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิถูกปิดเพราะเหตุประท้วง แล้วส่งมอบให้แก่จำเลยที่ 4 จากนั้นจำเลยที่ 4 บรรทุกส…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up