Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4700/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานทำร้ายร่างกาย จำคุกจำเลยที่ 1ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 คนละ 1 ปี ฐานลักทรัพย์จำคุกจำเลยที่ 1ที่ 6 และที่ 7 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13) กึ่งหนึ่ง จำคุก 4 ปี 6 เดือนฐานทำให้เสียทรัพย์จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 คนละ6 เดือน ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้เพิ่มโทษฐานทำร้ายร่างกายหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน และเพิ่มโทษฐานทำให้เสียทรัพย์กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13) เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 9 เดือน มีผลเท่ากับว่าเฉพาะจำเลยที่ 1 ที่ 6และที่ 7 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเกี่ยวกับโทษ เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 แต่ละฐานไม่เกิน 5 ปีคดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงในคดีหากฟังตามฎีกาจำเลยการกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายกับทำให้เสียทรัพย์เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ทั้งจำเลยไม่เห็นด้วยกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์และไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มโทษจำเลยที่ 3โดยอ้างพฤติการณ์แห่งคดี เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามตามบทกฎหมายข้างต้น ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย.

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งเจ็ดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83, 340, 340 ตรี, 80, 288, 358, 93 ริบเหล็กขูดชาฟท์และรถยนต์ของกลาง เพิ่มโทษจำเลยที่ 3 และนับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษในคดีของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดสงขลา) ให้จำเลยทั้งเจ็ดคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 9,300 บาทแก่ผู้เสียหายด้วยจำเลยทั้งเจ็ดให้การปฏิเสธ จำเลยที่ 3 รับว่าเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์อ้างเพื่อขอเพิ่มโทษและขอให้นับโทษต่อศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295, 335(1)(7), 358, 83ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)

พ.ศ. 2526 มาตรา 4จำเลยที่ 4 และที่ 5 อายุ 17 ปี ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 75 จำเลยที่ 3 กระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ให้เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13)ฐานทำร้ายร่างกาย ให้จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 6 และที่ 7คนละ 1 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 คนละ 6 เดือน ฐานร่วมกันลักทรัพย์จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 6 และที่ 7 คนละ 3 ปี จำคุกจำเลยที่ 4ที่ 5 คนละ 1 ปี 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือนฐานร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ จำคุกจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ที่ 6 และที่ 7คนละ 6 เดือน จำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 คนละ 3 เดือน รวมจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 6 และที่ 7 คนละ 4 ปี 6 เดือน

จำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 6 ปี จำคุกจำเลยที่ 4 ที่ 5 คนละ 2 ปี 3 เดือน นับโทษจำเลยที่ 3 ต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ท.551/2523 ของศาลมณฑลทหารบกที่ 5 (ศาลจังหวัดสงขลา) ริบมีดและเหล็กขูดชาฟท์ของกลาง ส่วนรถยนต์ของกลางคืนเจ้าของและให้จำเลยทั้งเจ็ดร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนจำนวน 9,300 บาท แก่ผู้เสียหายโจทก์ จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานทำร้ายร่างกายเพิ่มโทษจำเลยที่ 3 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 1 ปี 4 เดือน ฐานทำให้เสียทรัพย์เพิ่มโทษจำเลยที่ 3กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13) เป็นจำคุกจำเลยที่ 3มีกำหนด 9 เดือน

เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 3 ไว้6 ปี 7 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษฐานทำร้ายร่างกายจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 คนละ 1 ปี ลงโทษฐานลักทรัพย์จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 6 และที่ 7 คนละ 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 3 เพิ่มโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13) กึ่งหนึ่ง จำคุก 4 ปี 6 เดือนลงโทษฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7คนละ 6 เดือน และศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะจำเลยที่ 3 ให้เพิ่มโทษฐานทำร้ายร่างกายหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 ในฐานนี้ 1 ปี 4 เดือน และเพิ่มโทษฐานทำให้เสียทรัพย์กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93(13) เป็นจำคุกจำเลยที่ 3 ในฐานนี้ 9 เดือน มีผลเท่ากับว่า เฉพาะจำเลยที่ 1ที่ 6 และที่ 7

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ส่วนจำเลยที่ 3นั้น

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเกี่ยวกับโทษ เป็นการแก้ไขเล็กน้อยและโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 แต่ละฐานไม่เกิน 5 ปีคดีนี้จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคแรก จำเลยที่ 1ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7 ฎีกาว่า ข้อเท็จจริงในคดีนี้หากฟังตามฎีกาจำเลย การกระทำผิดฐานทำร้ายร่างกายกับทำให้เสียทรัพย์นั้นเป็นการกระทำกรรมเดียวกัน ทั้งจำเลยไม่เห็นด้วยกับการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ และไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มโทษจำเลยที่ 3โดยอ้างพฤติการณ์แห่งคดี เป็นการฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามตามประมวลกฎหมายดังกล่าวข้างต้น ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยให้พิพากษายกฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ 3 ที่ 6 และที่ 7.

Matter details

Panel of judges
อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3399/2568

การที่จำเลยฎีกาว่า คดีโจทก์ในความผิดฐานฉ้อโกงขาดอายุความ เพราะผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวต้องย้อนไปวินิจฉั…

Supreme Court Judgment No. 238/2568

คำฟ้องฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของจำเลยทั้งสองล้วนเป็นการคัดลอกข้อความในอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสองโดยมิได้ระบุข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายขึ้นอ้างอิงให้เห็นว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ไม่ถูกต้อง คลาดเคลื่อนหรือไม่ช…

Supreme Court Judgment No. 7207/2567

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งรับฎีกาจำเลยเฉพาะความผิดฐานกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี และสั่งไม่รับฎีกาจำเลยในความผิดฐานอื่น ซึ่งจำเลยอาจฎีกาเป็นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นต่อศาลฎีกาได้ ตาม ป.วิ.…

Supreme Court Judgment No. 5682/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (1) (3) (5) วรรคสอง ประกอบมาตรา 336 ทวิ จำคุก 1 ปี 6 เดือน ให้เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 92 เป็นจำคุก 1 ปี 12 เดือน และลดโทษให้กึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 4447/2567

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยฐานช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up