Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4706/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ตาม พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 78 ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนและต้องอยู่ภายในระยะเวลาสิบห้าเดือนก่อนการว่างงานและจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในเงื่อนไข (1) ถึง (3) โดย (3) ระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามหมวด 7 ในลักษณะนี้ซึ่งก็คือหมวดที่ว่าด้วยประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพนั่นเอง ฟ้องโจทก์ระบุว่าโจทก์ยื่นแบบขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 มีคำสั่งจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้ผู้ประกันตน แสดงว่าโจทก์และสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 ยอมรับกันว่าโจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามหมวด 7 ดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานนับแต่โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามความในมาตรา 78 (3) ต่อไปอีก

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 เรื่องคำสั่งประโยชน์ทดแทนที่ รง 0623/บ1/20247 ลงวันที่ 30 เมษายน 2550 เพิกถอนคำวินิจฉัยที่ 187/2551 ของคณะกรรมการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ลงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 และให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนการขาดรายได้กรณีว่างงานเป็น 90 วัน เป็นเงิน 6,750 บาท โจทก์ได้รับมาแล้ว 1,538.90 บาท คงเหลืออีก 5,211.10 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราสูงสุดตามกฎหมายจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า คำสั่งของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 ที่ให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีว่างงานจำนวน 22 วัน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวชอบหรือไม่ โดยโจทก์อุทธรณ์สรุปความได้ว่า เงินทดแทนในกรณีชราภาพมีกฎกระทรวงกำหนดอัตราเงินสมทบกองทุนประกันสังคม พ.ศ.2533 และมาตรา 46 วรรคหนึ่งและวรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 ระบุไว้ในข้อ 3 ว่า ให้รัฐบาล นายจ้างและผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีชราภาพซึ่งบัญชี ค. กำหนดให้รัฐบาลออกร้อยละ 1 นายจ้างออกร้อยละ3 และผู้ประกันตนออกร้อยละ 3 กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2546 เป็นต้นไป แต่รัฐบาลไม่เคยออกเงินสมทบในอัตราร้อยละ 1 เลย

เงินบำเหน็จชราภาพจึงเป็นเงินที่โจทก์และนายจ้างส่งสมทบเอง แล้วจำเลยนำไปประกอบธุรกิจหารายได้เพิ่มจ่ายผลตอบแทนจากการนำเงินไปหาดอกผลให้โจทก์ เงินจำนวนนี้จึงเป็นเงินของโจทก์โดยชอบ จำเลยไม่มีสิทธิตัดสิทธิโจทก์ที่จะไม่ให้โจทก์มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน คำสั่งของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 ที่ให้โจทก์มีสิทธิได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้ในกรณีว่างงานจำนวน 22 วัน และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ที่เห็นด้วยกับคำสั่งดังกล่าวจึงไม่ถูกต้อง ชอบที่จะเพิกถอนเสียนั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ.2533 มาตรา 78 บัญญัติว่า ลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ประกันตนมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานต่อเมื่อผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือนและต้องอยู่ภายในระยะเวลาสิบห้าเดือนก่อนการว่างงานและจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในเงื่อนไข (1)

ถึง (3) โดย (3) ระบุไว้ชัดเจนว่า ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามหมวด 7 ในลักษณะนี้ซึ่งก็คือหมวดที่ว่าด้วยประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพนั่นเอง ฟ้องโจทก์ระบุว่าโจทก์ยื่นแบบขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 มีคำสั่งจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้ผู้ประกันตนเป็นเงิน 38,876.16 บาท แสดงว่าโจทก์และสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 ยอมรับกันว่า โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามหมวด 7 ดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานนับแต่โจทก์เป็นผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามความในมาตรา 78 (3)

ต่อไปอีก ส่วนที่โจทก์อ้างว่า รัฐบาลไม่เคยออกเงินสมทบเข้ากองทุนเพื่อจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพตามกฎกระทรวงเลย เงินที่จ่ายให้โจทก์ไปแล้วจึงไม่ใช่เงินบำเหน็จชราภาพตามกฎหมายนั้น เห็นว่า ฟ้องโจทก์ระบุชัดเจนว่าโจทก์ยื่นแบบคำขอรับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพต่อสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 และสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 2 มีคำสั่งจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้ผู้ประกันตนเป็นเงิน 38,876.16 บาท หากจำนวนเงินประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพไม่ถูกต้องเพราะเหตุรัฐบาลยังมิได้ออกเงินสมทบเข้ากองทุนให้ดังที่โจทก์อ้าง โจทก์ก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวในส่วนเกี่ยวกับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพที่ยังได้รับไม่ครบ จะอ้างว่าโจทก์ได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพไม่ครบเพราะรัฐบาลยังไม่ออกเงินสมทบมาเป็นเหตุให้โจทก์ยังมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานต่อไปให้ขัดกับบทบัญญัติมาตรา 78 (3) ไม่ได้ ศาลแรงงานกลางพิพากษาชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
พิทยา บุญชู · นิยุต สุภัทรพาหิรผล · พงษ์เทพ ศิริพงศ์ติกานนท์
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายจตุรงค์ บุรมัธนานนท์
Supreme Court black case no.
ร.539/2552
Trial court black case no.
นบ202/2551
Trial court red case no.
นบ191/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกแรงงาน
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up