Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 471/2562

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยให้การว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย ชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่โดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และในชั้นพิจารณาทั้งโจทก์และจำเลยนำสืบอ้างถึงสัญญาให้บริการพื้นที่พร้อมเอกสารแนบและบันทึกต่อท้ายสัญญาระหว่างจำเลยกับโจทก์ ในการวินิจฉัยคดีว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ ศาลย่อมมีอำนาจพิจารณารายละเอียดตามคำให้การของจำเลยประกอบเอกสารดังกล่าวได้ เพราะเป็นข้อที่นำสืบปรากฏในชั้นพิจารณาโดยชอบแล้ว ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยระบุเหตุตามข้อ 7 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็มีอำนาจนำข้อเท็จจริงมาวินิจฉัยว่าการบอกเลิกสัญญาของจำเลยเป็นไปตามข้อ 14 ได้ เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าเสียหายและคืนเงินหลักประกันรวมเป็นเงิน 4,865,560 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งบังคับให้โจทก์ชำระเงิน 6,160,000 บาท แก่จำเลย

โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้องแย้ง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชำระเงิน 242,000 บาท แก่จำเลย กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าทุนทรัพย์ที่จำเลยชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท คำขออื่นตามฟ้องแย้งให้ยกและให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับฟ้องเดิมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์ชำระเงิน 158,000 บาท แก่จำเลย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2555 จำเลยทำสัญญาตกลงให้โจทก์ใช้บริการพื้นที่ร้านค้าในสถานีบริการน้ำมันบางจาก สาขานาโคก ของจำเลย ตั้งอยู่เลขที่ 84/7 หมู่ที่ 2 ถนนสายธนบุรี - ปากท่อ ตำบลนาโคก อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร เพื่อดำเนินธุรกิจร้านขายเสื้อผ้าและกระเป๋าจากโรงงานในนามร้านมิสเตอร์แบงค์ Mr. Bank Factory Outlet มีกำหนดระยะเวลา 3 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2555 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2558 ตามสัญญาให้บริการพื้นที่พร้อมเอกสารแนบและบันทึกต่อท้ายสัญญาให้บริการพื้นที่เอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 (เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2) ต่อมาเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2556 เจ้าพนักงานตำรวจเข้าจับกุมนางสาวปนัดดา

พนักงานประจำร้านมิสเตอร์แบงค์ดังกล่าวของโจทก์ แจ้งข้อกล่าวหาว่าช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้ด้วยประการใด ๆ ซึ่งของอันตนรู้ว่านำเข้ามาในราชอาณาจักรโดยหลีกเลี่ยงอากร ข้อห้าม ข้อจำกัด วันที่ 5 กันยายน 2556 จำเลยบอกเลิกสัญญา ครั้นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2559 พนักงานอัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องนางสาวปนัดดาและโจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า การบอกเลิกสัญญาของจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ตามหนังสือบอกเลิกสัญญาเอกสารหมาย จ.5 ระบุว่า จำเลยบอกเลิกสัญญาตามข้อตกลงในเอกสารแนบ 1 ข้อ 7 และข้อ 13 แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 วินิจฉัยว่า จำเลยบอกเลิกสัญญาได้โดยชอบตามเอกสารแนบ 1 ข้อ 14 เป็นการไม่ชอบ

เห็นว่า ตามคำให้การจำเลย จำเลยให้การว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยระบุเหตุเลิกสัญญาตามข้อ 7 ข้อ 13 และข้อ 14 ไว้ด้วย และชั้นชี้สองสถานศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นข้อพิพาทข้อ 1 ว่า จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาให้บริการพื้นที่พิพาทโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ และในชั้นพิจารณาทั้งโจทก์และจำเลยนำสืบอ้างถึงสัญญาให้บริการพื้นที่พร้อมเอกสารแนบและบันทึกต่อท้ายสัญญาให้บริการพื้นที่ระหว่างจำเลยกับโจทก์ตามเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 (เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2) โดยเอกสารแนบ 1 ข้อ 7 มีความว่า ผู้รับบริการ...ต้องไม่ใช้พื้นที่ที่ให้สิทธิดำเนินการเพื่อกระทำการหรือยินยอมให้ผู้อื่นกระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ ประกาศ ระเบียบและคำสั่งของทางราชการ หรือกระทำการใดอันผิดศีลธรรมหรือเป็นการรบกวน

เดือดร้อน รำคาญ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทบางจากฯ (มหาชน) หรือบุคคลอื่นใด ข้อ 13.6 มีความว่า ผู้รับบริการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานการบริการที่ดี ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ภาพลักษณ์หรือชื่อเสียงทางการค้าของบริษัทบางจากฯ (มหาชน) และข้อ 14 มีความว่า แม้สัญญาฉบับนี้จะระบุไว้เป็นอย่างอื่นคู่สัญญาแต่ละฝ่ายมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้แม้ยังไม่สิ้นระยะเวลาของสัญญาโดยการบอกกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรไปยังอีกฝ่ายหนึ่งล่วงหน้า 1 เดือน ดังนั้น ในการวินิจฉัยคดีว่าจำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่ ศาลย่อมมีอำนาจพิจารณารายละเอียดตามคำให้การของจำเลยประกอบเอกสารหมาย จ.2 และ จ.3 (เอกสารหมาย ล.1 และ ล.2) ได้ เพราะเป็นข้อที่นำสืบปรากฏในชั้นพิจารณาโดยชอบแล้ว

ฉะนั้น แม้จำเลยจะมีหนังสือบอกเลิกสัญญาโดยระบุเหตุในข้อ 7 ไว้ในเอกสารหมาย จ.5 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ก็มีอำนาจนำข้อเท็จจริงมาวินิจฉัยว่าการบอกเลิกสัญญาของจำเลยเป็นไปตามข้อ 14 ได้ และตามเอกสารหมาย จ.5 ก็ได้ให้เวลาโจทก์ขนย้ายภายใน 30 วัน หรือเท่ากับ 1 เดือน นับแต่วันที่ 27 กันยายน 2556 ซึ่งโจทก์ได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาตามที่ข้อ 14 ระบุว่าต้องให้เวลาล่วงหน้าดังกล่าว การวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 7 จึงเป็นการวินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นข้อพิพาทตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดประเด็นเป็นการชอบด้วยกฎหมายแล้ว และเมื่อจำเลยบอกเลิกสัญญาแก่โจทก์โดยชอบจึงไม่มีความรับผิดต้องชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สมศักดิ์ จันทรา · สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย · ธีระ เบญจรัศมีโรจน์
Lower court
ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายกฤติธัส พิสิษภาสกร
ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นางวิไล นภานุเคราะห์
Supreme Court black case no.
พ.431/2561
Trial court black case no.
พ1395/2558
Trial court red case no.
พ1350/2559
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2765/2559

ตามคำฟ้องเป็นการกล่าวอ้างให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าการงานที่โจทก์ได้ทำไปแล้วในฐานะที่จำเลยเป็นคู่สัญญากับโจทก์ ส่วนที่โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้รับจ้างบริหารจัดการเรือ อ. จากเจ้าของเรือทำสัญญาว…

Supreme Court Judgment, B.E. 2555 (ref. 554419)

แม้จำเลยที่ 2 ที่ 3 ที่ 6 ที่ 9 ที่ 11 ที่ 14 และที่ 15 ไม่ได้เข้าร่วมประชุมในการประชุมของคณะกรรมการเครื่องหมายการค้า แต่คดีนี้เป็นคดีที่โจทก์ทั้งสามสำนวนในฐานะผู้ร้องขอต่อคณะกรรมการเครื่องหมายการค้าใ…

Supreme Court Judgment No. 8867/2554

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า จำเลยพูดชักชวนผู้เสียหายให้ไปร่วมประเวณีกับ อ. แต่พิพากษายกฟ้องเพราะเห็นว่าการกระทำของจำเลยไม่ครบองค์ประกอบความผิด โจทก์อุทธรณ์ จำเลยกล่าวแก้อุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้พูดชัก…

Supreme Court Judgment No. 7742/2554

จำเลยให้การว่า จำเลยครอบครองที่ดินพิพาทเพราะผู้ร้องสอดซึ่งเป็นบิดายกให้และจำเลยได้ครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา ส่วนผู้ร้องสอดร้องสอดว่า ครอบครองที่ดินพิพาทเพราะบิดายกให้ ผู้ร้องสอดทำประโยชน์ตลอดมาและแบ่งท…

Supreme Court Judgment No. 12639/2553

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินพิพาท จำเลยให้การว่าโจทก์รับโอนที่ดินมาจาก ห. โดยไม่สุจริต โดยไม่ปรากฏว่าไม่สุจริตอย่างไร และทางนำสืบของจำเลยก็ไม่ปรากฏเรื่องนี้ ถือว่าคดีไม่มีประเด็นข้อพิพาทนี้ จำเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up