Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4712/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่1และผู้ตายซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยที่2ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันถึงแม้จำเลยที่1และผู้ตายจะต่างคนต่างประมาทเลินเล่อก็ตามแต่เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่1และผู้ตายไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันดังกล่าวแล้วจำเลยที่1จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่2ต่อโจทก์เต็มตามจำนวนค่าเสียหายอย่างลูกหนี้ร่วมโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดจะแซงรถยนต์ตู้ของโจทก์ ขณะเดียวกันนายสมบูรณ์ หอมกรุ่นผู้ตายขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 และที่ 3 แล่นสวนทางมาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดเช่นกัน และไม่ชะลอความเร็วหรือหยุดรถชิดขอบทางด้านซ้ายเมื่อเห็นจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์ดังกล่าวแซงสวนทางมาเป็นเหตุให้รถเฉี่ยวชนกันและรถยนต์ตู้ของโจทก์ได้รับความเสียหาย

ขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 386,400.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 359,100 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า ในขณะเกิดเหตุ จำเลยที่1 ไม่ได้เป็นผู้ขับรถยนต์กระบะตามฟ้อง เหตุเกิดจากความประมาทเลินเล่อของนายสมบูรณ์ผู้ตาย ค่าเสียหายที่โจทก์เรียกร้องสูงเกินความจริงหากจำเลยที่ 1 จะต้องรับผิดก็ควรแยกความรับผิดออกจากความรับผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ขอให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 3 ให้การว่า นายสมบูรณ์ไม่ใช่ลูกจ้างของจำเลยที่ 3 คดีโจทก์ขาดอายุความเนื่องจากยื่นฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า1 ปี นับแต่วันที่โจทก์รู้ถึงการละเมิด

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 200,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ที่ 3 และโจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 359,100 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีจากต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันทำละเมิด(29 พฤษภาคม 2530) จนกว่าจำเลยทั้งสองจะชำระเสร็จ โดยให้จำเลยที่ 1 รับผิดเพียงร้อยละ 30 ของจำนวนค่าเสียหายและดอกเบี้ยดังกล่าว ส่วนอีกร้อยละ 70 ให้จำเลยที่ 2 เป็นผู้รับผิดโจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติฟังได้ตามที่คู่ความรับและไม่โต้เถียงกันอีกทั้งไม่อุทธรณ์ฎีกาต่อมาว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียนม-0201 กาฬสินธุ์ จำเลยที่ 1 เป็นผู้ขับและเป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียน น-9315 ประจวบคิรีขันธ์ จำเลยที่ 2เป็นเจ้าของผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุกสิบล้อหมายเลขทะเบียน80-0420 ระนอง และเป็นนายจ้างของนายสมบูรณ์ หอมกรุ่น ผู้ตายจำเลยที่ 3 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด ประกอบกิจการค้าไม้แปรรูป เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2530 เวลาประมาณ 11 นาฬิกาขณะที่รถวิทยุของตำรวจทางหลวงกำลังแล่นนำขบวนรถยนต์ตู้หมายเลขทะเบียน ม-0201 กาฬสินธุ์ และรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน

ม-0282 ร้อยเอ็ด ไปตามถนนเพชรเกษมมุ่งหน้าไปทางจังหวัดชุมพร ถึงระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 446-448 ทันใดนั้นผู้ตายซึ่งขับรถยนต์บรรทุกสิบล้อ หมายเลขทะเบียน 80-0420 ระนองในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ลากจูงสาลี่พ่วงบรรทุกไม้แปรรูปแล่นสวนทางมา และจำเลยที่ 1 ซึ่งขับรถยนต์กระบะหมายเลขทะเบียนน-9315 ประจวบคิรีขันธ์ บรรทุกผลปาล์มแล่นตามรถขบวนได้แซงรถยนต์โดยสารในขบวนขึ้นไป โดยทั้งผู้ตายและจำเลยที่ 1ต่างก็ขับด้วยความประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้รถทั้งสองคันพุ่งเข้าชนทางด้านหน้าและทางด้านท้ายของรถยนต์ตู้คันดังกล่าวทำให้ผู้ตายและบุคคลอื่นซึ่งเดินทางมากับรถยนต์ตู้ถึงแก่ความตายรวมทั้งหมด 13 คน รถยนต์ตู้ได้รับความเสียหายคิดเป็นเงิน 359,100บาท

จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นนายจ้างของผู้ตายต้องรับผิดชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 จะต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์เต็มตามจำนวนค่าเสียหายอย่างลูกหนี้ร่วม หรือรับผิดเป็นอัตราร้อยละ30 ของค่าเสียหาย ปัญหานี้เมื่อพิจารณาลักษณะความประมาทเลินเล่อของผู้ตายและจำเลยที่ 1 แล้วจะเห็นได้ว่า ก่อนที่รถซึ่งผู้ตายและจำเลยที่ 1 ขับจะพุ่งเข้าชนทางด้านหน้าและทางด้านท้ายของรถยนต์ตู้ ผู้ตายและจำเลยที่ 1 ต่างก็ขับรถด้วยความเร็วสูงเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งผู้ตายยังขับส่ายไปมาจนรถเสียหลักแล่นล้ำเข้ามาในช่องเดินรถของรถยนต์ตู้ และจำเลยที่ 1ขับแซงรถยนต์โดยสารซึ่งเป็นรถในขบวนที่รถวิทยุของตำรวจทางหลวงกำลังแล่นนำอยู่โดยไม่ได้ดูว่าทางข้างหน้าปลอดภัยหรือไม่แล้วขับหลบไปทางด้านซ้ายระหว่างรถยนต์โดยสารกับรถยนต์ตู้อย่างกระทันหัน เป็นเหตุให้รถคันที่ผู้ตายและจำเลยที่ 1 ขับพุ่งเข้าชนทางด้านหน้าและทางด้านท้ายของรถยนต์ตู้อย่างแรงทำให้รถยนต์ตู้ได้รับความเสียหายพังยับเยิน

ด้านหัวและด้านท้ายยุบเข้าหากัน ไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับดีดังเดิมได้ ดังนี้กรณีจึงถือได้ว่า เหตุที่รถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ตายและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน ถึงแม้ผู้ตายและจำเลยที่ 1 จะต่างคนต่างประมาทเลินเล่อก็ตาม แต่เนื่องจากความประมาทเลินเล่อของผู้ตายและจำเลยที่ 1 ไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันดังกล่าวแล้ว จำเลยที่ 1 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 2ต่อโจทก์เต็มตามจำนวนค่าเสียหายอย่างลูกหนี้ร่วม หาใช่รับผิดเป็นอัตราร้อยละ 30 ของค่าเสียหายไม่ ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชำระค่าเสียหายจำนวน 359,100 บาท แก่โจทก์ พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าว นับตั้งแต่วันทำละเมิดคือวันที่ 29 พฤษภาคม 2530 จนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3

Matter details

Panel of judges
ปรีชา นาคพันธุ์ · อำนวย สุขพรหม · ระพินทร บรรจงศิลป
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 464/2567

เหตุแห่งการละเมิดของจำเลยที่ 2 เป็นผลโดยตรงทำให้โจทก์ไม่สามารถใช้อาคารของโจทก์ในการประกอบกิจกรรมบริการเชิงเศรษฐกิจการพาณิชย์ได้ เนื่องเพราะสำนักงานเขตบางกะปิมีหนังสือถึงโจทก์แจ้งว่าอาคารมีสภาพที่อาจเป…

Supreme Court Judgment No. 2359/2567

จำเลยที่ 1 เป็นกรรมการของโจทก์อยู่ขณะเข้าไปเป็นกรรมการของจำเลยที่ 3 ซึ่งประกอบกิจการค้าขายอันมีสภาพเป็นอย่างเดียวกันและเป็นการแข่งขันกับการค้าขายของโจทก์ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อหน้าที่ของกรรมการซึ่งจะต้อง…

Supreme Court Judgment No. 907/2567

จำเลยรื้อรั้วกำแพงที่พิพาทซึ่งเป็นสาธารณูปโภคของโครงการจัดสรรที่ดินของโจทก์ จึงเป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์ แม้จำเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 6170 ,6171 ซึ่งเป็นที่ตั้งของรั้วกำแพงที่พิพาทไปให้แก่ผู้อื่นก่อนท…

Supreme Court Judgment No. 1612/2562

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1612/2562 ขัดแย้งกับคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 870/2565 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า บริษัท ป. จำกัด เป็…

Supreme Court Judgment No. 2416/2561

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 176 บัญญัติถึงผลการถอนฟ้องว่า โจทก์อาจนำฟ้องมายื่นใหม่ได้ แสดงว่าการถอนฟ้องไม่ได้ทำให้หนี้ระงับ จึงไม่ใช่การปลดหนี้ อันเป็นเรื่องความระงับแห่งหนี้ จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต่างคนต่างทำละเ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up