คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๙๑
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูลให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณา ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๒ ชั่วคราว จำเลยที่ ๑ ให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๙๑ จำคุกกระทงละ ๒ เดือน รวม ๒ กระทงเป็นจำคุก ๔ เดือน โจทก์และจำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า รายงานประจำวันเกี่ยวกับคดีระบุเกี่ยวกับการแจ้งความตามเช็คในตอนแรกว่า โจทก์มาร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยที่ ๑ ให้ได้รับโทษตามกฎหมาย แต่ในตอนท้ายกลับระบุว่า ร้อยตำรวจตรีจรุงวิทย์ ภุมมา ร้อยเวรสอบสวนได้รับแจ้งไว้แล้ว สอบถามผู้แจ้งยืนยันว่า ยังไม่มอบคดีต่อพนักงานสอบสวนเพียงแต่ต้องการนำเช็คไปฟ้องร้องต่อศาลทางหนึ่งก่อน เห็นว่าคำร้องทุกข์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๗) หมายถึงการที่ผู้เสียหายได้กล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่ามีผู้กระทำความผิดขึ้น และการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ ดังนั้นคำของโจทก์ที่แจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่ายังไม่มอบคดีต่อพนักงานสอบสวน จึงไม่เป็นการร้องทุกข์ และคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นความผิดอันยอมความได้ต้องร้องทุกข์ภายใน ๓ เดือน
นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ เมื่อคดีนี้โจทก์รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดตามเช็คเอกสารหมาย จ.๒ และจ.๔ ในวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๒๗ และวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๒๗ ตามลำดับแต่ไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยไว้ และมาฟ้องคดีเมื่อวันที่๑๕ มกราคม ๒๕๓๐ คดีโจทก์จึงขาดอายุความ
Result
พิพากษายืน