Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4716/2561

พ.ศ. 2561 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินทรัพย์มรดกระหว่าง ต. ผู้จัดการมรดกกับจำเลย โดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีก่อน แม้อ้างเหตุเพิกถอนว่าเป็นนิติกรรมอำพราง ก็ด้วยประสงค์ให้ที่ดินกลับสู่กองมรดก และนำมาแบ่งปันแก่โจทก์รวมทั้งทายาทอื่น ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาคดีนี้และคดีก่อนจึงเป็นข้ออ้างเดียวกัน คือ การโอนที่ดินระหว่าง ต. กับจำเลยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ แม้คดีก่อนศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยเพราะขาดอายุความ แต่ก็ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีด้วยว่า จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมมีสิทธิรับมรดก การที่ ต. โอนที่ดินให้จำเลยมิใช่การปิดบังยักยอกทรัพย์มรดก และไม่ถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินแทนโจทก์ ย่อมถือได้ว่าคดีก่อนศาลได้วินิจฉัยในเนื้อหาของเรื่องที่ฟ้องกันแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันจึงเป็นฟ้องซ้ำ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่า การโอนที่ดินมรดกของนายถวิลให้จำเลยเป็นโมฆะและให้ที่ดินกลับมาสู่กองมรดกของนายถวิลเพื่อแบ่งแก่ทายาท ยกเว้นจำเลยให้ตัดออกจากการเป็นทายาท หากจำเลยไม่ยินยอมให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนความยินยอมของจำเลย

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมวันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 ประเภทโอนมรดก ระหว่างนางสาวเตือนใจ (ผู้จัดการมรดกของนายถวิล) ผู้ให้สัญญากับนางรัศมี และนางสาวเตือนใจ ผู้รับสัญญา กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาโดยได้รับอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ จำเลยและนางสาวเตือนใจ เป็นบุตรนายถวิลกับนางอวน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 10 คน นายถวิลถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2533 มีทรัพย์มรดกคือที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) เลขที่ 2297 เนื้อที่ 51 ไร่ 16 ตารางวา ศาลมีคำสั่งตั้งนางสาวเตือนใจเป็นผู้จัดการมรดกของนายถวิล ก่อนตายนายถวิลนำที่ดินพิพาทไปประกันหนี้เงินกู้ไว้กับนายกำพล และที่ดินถูกยึดบังคับชำระหนี้ นางสาวเตือนใจและจำเลยร่วมกันไถ่ถอนที่ดินคืนจากนายกำพล วันที่ 8 พฤศจิกายน 2554 นางสาวเตือนใจจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของนางสาวเตือนใจกับจำเลย ต่อมาในปี 2555 นางสาวเตือนใจฟ้องจำเลยขอแบ่งกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินแปลงดังกล่าว

คดีเสร็จสิ้นโดยการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลพิพากษาตามยอมให้นางสาวเตือนใจได้ที่ดิน 1 ส่วนด้านทิศเหนือ จำเลยได้ที่ดิน 2 ส่วนด้านทิศใต้ แต่ยังไม่สามารถรังวัดแบ่งแยกที่ดินได้ ต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2557 โจทก์ นายเรือนชัย และนายบรรยง ร่วมกันเป็นโจทก์ฟ้องนางสาวเตือนใจกับจำเลยต่อศาลแขวงอุบลราชธานี โดยขอเรียกทรัพย์มรดกคืน ศาลพิพากษายกฟ้องเฉพาะในส่วนของจำเลยเนื่องจากคดีขาดอายุความ มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า คำฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 142/2558 ของศาลแขวงอุบลราชธานีหรือไม่ เห็นว่า คดีก่อนโจทก์ฟ้องนางสาวเตือนใจและจำเลยเรียกทรัพย์มรดกคืน อ้างว่าบุคคลทั้งสองมีเจตนาทุจริตร่วมกันฉ้อฉลโจทก์ทำนิติกรรมโอนที่ดินพิพาทตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.)

เลขที่ 2297 เป็นของจำเลยและนางสาวเตือนใจโดยไม่แบ่งให้ทายาทอื่น ขอให้เพิกถอนการจดทะเบียนโอนที่ดินดังกล่าวกลับเข้าสู่กองมรดก ศาลแขวงอุบลราชธานี วินิจฉัยว่า จำเลยเป็นบุตรของนายถวิล เจ้ามรดกจึงเป็นทายาทโดยธรรมซึ่งมีสิทธิจะรับมรดก เมื่อนางสาวเตือนใจซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกให้จำเลยแล้ว จำเลยย่อมมีความชอบธรรมที่จะรับไว้ด้วยสิทธิความเป็นทายาท และย่อมจะครอบครองทรัพย์มรดกได้ด้วยอำนาจของตน กรณีไม่เข้าข่ายการปิดบังยักย้ายทรัพย์มรดกและไม่ถือเป็นการครอบครองทรัพย์มรดกแทนโจทก์ เมื่อโจทก์ฟ้องจำเลยเพื่อรับเอาทรัพย์มรดก จึงเป็นคดีมรดก และโจทก์ฟ้องคดีเกิน 10 ปี นับแต่เมื่อเจ้ามรดกตาย คดีในส่วนของจำเลยขาดอายุความและพิพากษายกฟ้องในส่วนของจำเลย

โจทก์มิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลแขวงอุบลราชธานี คำพิพากษาคดีดังกล่าวจึงถึงที่สุดมีผลผูกพันโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นคู่ความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง การที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอให้เพิกถอนการโอนที่ดินพิพาทระหว่างนางสาวเตือนใจกับจำเลย โดยอาศัยข้อเท็จจริงเดียวกันกับคดีก่อน แม้จะอ้างเหตุแห่งการเพิกถอนว่าเป็นนิติกรรมอำพรางก็ด้วยมีความประสงค์อย่างเดียวกัน คือให้ที่ดินพิพาทกลับสู่กองมรดกของนายถวิล และนำมาแบ่งปันแก่โจทก์รวมทั้งทายาทอื่นต่อไป ข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาในคดีนี้และคดีก่อนจึงเป็นข้ออ้างเดียวกัน คือ การโอนที่ดินพิพาทระหว่างนางสาวเตือนใจกับจำเลยกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ดังนี้ แม้คดีก่อนศาลแขวงอุบลราชธานีได้พิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนจำเลยเพราะเหตุขาดอายุความ แต่ศาลแขวงอุบลราชธานีก็ได้วินิจฉัยชี้ขาดในประเด็นแห่งคดีด้วยว่า จำเลยเป็นทายาทโดยธรรมย่อมมีสิทธิรับมรดก การที่นางสาวเตือนใจผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทให้จำเลยมิใช่การปิดบังยักยอกทรัพย์มรดกและไม่ถือว่าจำเลยครอบครองที่ดินพิพาทแทนโจทก์ ย่อมถือได้ว่าศาลแขวงอุบลราชธานีได้วินิจฉัยในเนื้อหาของเรื่องที่ฟ้องร้องกันแล้ว ฟ้องโจทก์ในคดีนี้จึงเป็นการรื้อร้องฟ้องกันอีกในประเด็นที่ได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน คำฟ้องของโจทก์จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 142/2558 ของศาลแขวงอุบลราชธานี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 วินิจฉัยมา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

อนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดี โดยมิได้พิพากษาสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นเสียใหม่ จึงเป็นการไม่ถูกต้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และมาตรา 167 ศาลฎีกาเห็นควรแก้ไขให้ถูกต้อง

Result

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
ชูชัย วิริยะสุนทรวงศ์ · ทรงศิลป์ ธรรมรัตน์ · วิชิต ลีธรรมชโย
Lower court
ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายวีระพงษ์ เสวกวงศ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นางสาวอาพรรณชนก ไพลดำ
Supreme Court black case no.
พ.1402/2560
Trial court black case no.
พ1817/2558
Trial court red case no.
พ1619/2559
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1858/2567

คดีก่อนมีประเด็นว่า โจทก์ทั้งเจ็ดมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสิบห้าออกไปจากที่ดินพิพาทและเรียกค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสิบห้าได้หรือไม่ ซึ่งที่ดินพิพาทในคดีก่อนก็คือที่ดินพิพาทแปลงเดียวกันกับคดีนี้ แม้คดีน…

Supreme Court Judgment No. 883/2567

คดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.951/2562 ของศาลจังหวัดทุ่งสง พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ในข้อหาขับรถในขณะเมาสุรา ขับรถโดยประมาทหรือหวาดเสียวอันอาจเกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับ…

Supreme Court Judgment No. 4838/2566

ต. เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ร้อง ต. และผู้ร้องต่างยื่นคำร้องว่าตนได้กรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ อันเป็นการกล่าวอ้างว่า ต. และผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทมาในระหว่างสมรส ที่ดิ…

Supreme Court Judgment No. 3956/2566

การที่โจทก์ฟ้องคดีก่อนแล้วมาฟ้องคดีนี้ แม้จำเลยที่ 2 คดีนี้และจำเลยในคดีก่อนจะเป็นนิติบุคคลแยกจากกัน แต่จำเลยในคดีก่อนและจำเลยที่ 2 คดีนี้ ต่างเป็นหน่วยงานของรัฐซึ่งจะต้องรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ พ. (จ…

Supreme Court Judgment No. 2354/2566

แม้คดีก่อนโจทก์ฟ้องเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2559 หลังจาก พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 ใช้บังคับแล้ว แต่ลูกหนี้ผิดนัดเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2557 ก่อนวันที่ พ.ร.บ.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up