Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 472/2534

พ.ศ. 2534 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน 5 ปีรวมลงโทษจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 97 คงจำคุกจำเลย 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตาม ป.อ. มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปี บวกโทษจำคุก 2 เดือนที่รอการลงโทษไว้ในคดีอื่นของศาลชั้นต้นเข้าด้วยรวมลงโทษ 10 ปี 2 เดือน ศาลชั้นต้นได้คำนวณการเพิ่มและลดโทษถูกต้องตาม ป.อ. มาตรา 54 และได้นำโทษที่รอการลงโทษไว้ในคดีอื่นมาบวกกับโทษในคดีหลังถูกต้องตาม ป.อ. มาตรา 58 วรรคหนึ่งแล้ว.

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 54 ป.อ. Section 58 พ.ร.บ.ระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 Section 15 พ.ร.บ.ระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 Section 66 พ.ร.บ.ระงับการนับเวลาราชการทวีคูณในระหว่างเวลา ประกาศใช้กฎอัยการศึกของคณะปฏิวัติ ลงวันที่ 20 ตุลาคม พ.ศ.2501 Section 79

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2531 เวลากลางวันจำเลยได้กระทำความผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรมต่างกันกล่าวคือ จำเลยมีเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ซึ่งเป็นเกลือของเฮโรอีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522ที่แก้ไขแล้วจำนวน 5 หลอด น้ำหนักรวม 0.25 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยได้จำหน่ายเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ดังกล่าวบางส่วน 1 หลอด น้ำหนักไม่ปรากฏชัด ให้แก่สายลับผู้ล่อซื้อในราคา30 บาท โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยธนบัตรฉบับละ20 บาท 1 ฉบับ และฉบับละ 10 บาท 1 ฉบับ ซึ่งเป็นธนบัตรที่จำเลยได้จากการจำหน่ายเฮโรอีนให้แก่สายลับ และตรวจค้นพบเฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ที่จำเลยเหลือจากการจำหน่ายจำนวน 4 หลอด กับได้เฮโรอีนไฮโดรคลอไรด์ 1 หลอด

จากสายลับยึดเป็นของกลางก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี 4 เดือนฐานมีเฮโรอีนเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2530 ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่373/2530 ของศาลชั้นต้นซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และจำเลยได้กระทำความผิดขณะที่มีอายุเกินกว่า17 ปี และพ้นโทษคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2531 นอกจากนี้จำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก 2 เดือน โทษจำคุกรอการลงโทษมีกำหนด 1 ปี ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4858/2531ของศาลชั้นต้น และภายในกำหนดเวลาที่ศาลรอการลงโทษ จำเลยได้กลับมากระทำความผิดคดีนี้ขึ้นอีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 66, 97, 102ที่แก้ไขแล้ว

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2522) เรื่องระบุชื่อและประเภทยาเสพติดให้โทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 ลงวันที่ 17 กันยายน 2522 ข้อ 1(1) ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91, 58 ที่แก้ไขแล้ว และสั่งริบเฮโรอีนของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของ กับขอให้เพิ่มโทษและบวกโทษที่รอการลงโทษในคดีดังกล่าวเข้ากับโทษของจำเลยคดีนี้จำเลยให้การว่า มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองจริง แต่มีจำนวนไม่เท่ากับที่โจทก์ฟ้อง และมีไว้เพื่อเสพ กับรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยซึ่งเคยต้องโทษและพ้นโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 373/2530และได้กระทำความผิดอีกภายในกำหนดที่ศาลชั้นต้นรอการลงโทษไว้ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 4858/2531 ตามฟ้องโจทก์จริงศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า

จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15, 16 วรรคหนึ่ง,102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 58 ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายจำคุก 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน จำคุก 5 ปีรวมลงโทษจำคุก 10 ปี เพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 ให้จำคุกจำเลย 15 ปีจำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก10 ปี บวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ตามคดีหมายเลขแดงที่4858/2531 ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้ รวมลงโทษ 10 ปี 2 เดือนริบเฮโรอีนของกลางและคืนธนบัตรของกลางแก่เจ้าของจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลชั้นต้นสั่งว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนลงโทษจำคุกจำเลยเป็นความผิด 2 กรรม แต่ละกรรมจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218วรรคหนึ่ง ส่วนเรื่องเพิ่มโทษนั้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ว่าจะมิได้ว่ากล่าวในชั้นอุทธรณ์ก็ชอบยกขึ้นว่าในชั้นฎีกาได้ พิเคราะห์ฎีกาของจำเลยแล้วเห็นว่า เฉพาะฎีกาข้อ 2แผ่นที่ 2 ด้านหน้าตั้งแต่บรรทัดที่ 5 จนถึงด้านหลังบรรทัดที่ 12-13เป็นปัญหาเรื่องวิธีเพิ่มโทษ เป็นปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยชอบที่จะฎีกาได้ จึงให้รับเป็นฎีกาของจำเลยเฉพาะส่วนนี้ สำหรับฎีกาข้ออื่น ๆ นั้นล้วนแต่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาดังบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้นจึงไม่รับฎีกาของจำเลยศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว คงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลล่างทั้งสองเพิ่มโทษจำเลยมานั้นชอบหรือไม่ และจำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษนิรโทษกรรมไปแล้วตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2530 หรือไม่ปัญหาแรกข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย 5 ปี ฐานจำหน่ายเฮโรอีน 5 ปีรวมลงโทษจำคุก 10 ปีเพิ่มโทษกึ่งหนึ่งตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 97 คงจำคุกจำเลย 15 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุม เป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 10 ปีบวกโทษจำคุก 2 เดือน ที่รอการลงโทษไว้ตามคดีหมายเลขแดงที่ 4858/2531ของศาลชั้นต้นเข้ากับโทษคดีนี้รวมลงโทษ 10 ปี 2 เดือน

จำเลยฎีกาว่า ถ้าหากมีส่วนที่จะต้องเพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นต้องเพิ่มโทษและบวกโทษเสียก่อนชั้นหนึ่งแล้วลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้จำเลยก้จะเป็นคุณแก่จำเลย พิเคราะห์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54บัญญัติว่า ในการคำนวการเพิ่มโทษหรือลดโทษที่จะลงให้ศาลตั้งกำหนดโทษที่จะลงแก่จำเลยเสียก่อนแล้วจึงเพิ่มหรือลด ถ้ามีทั้งการเพิ่มและการลดที่จตะลงให้เพิ่มก่อนแล้วจึงลดจากผลที่เพิ่มแล้วนั้นถ้าส่วนของการเพิ่มเท่ากันหรือมากกว่าส่วนของการลด และศาลเห็นสมควรจะไม่เพิ่มไม่ลดก็ได้

ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลชั้นต้นได้คำนวณการเพิ่มโทษและลดโทษ ถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 54 แล้ว และได้นำโทาที่รอการลงโทษไว้ในคดีหมายเลขแดงที่ 4858/2531 ของศาลชั้นต้นมาบวกกับโทษในคดีหลังนี้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58วรรคหนึ่งแล้วเช่นเดียวกัน ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นปัญหาต่อไป ข้อเท็จจริงตามฟ้องและคำให้การฟังได้ว่าจำเลยเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกมีกำหนด 1 ปี 4 เดือน ฐานมีเฮโรอีนตามคดีหมายเลขแดงที่ 373/2530 ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 19มกราคม 2530 ซึ่งมิใช่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ และจำเลยได้กระทำความผิดในคดีก่อนนั้นภายหลังวันที่ 6 เมษายน2525 ในขณะที่มีอายุเกินกว่าสิบเจ็ดปี

จำเลยพ้นโทษในคดีดังกล่าวมาแล้วเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2531 กลับมากระทำความผิดในคดีนี้ขึ้นอีกภายในเวลาห้าปีนับแต่วันพ้นโทษ จำเลยฎีกาว่า จำเลยได้รับพระราชทานอภัยโทษนิรโทษกรรมไปแล้ว ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2530 เห็นว่าข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยได้พ้นโทษในคดีหมายเลขแดงที่ 373/2530 ของศาลชั้นต้นเมื่อวันที่ 26 มีนาคม2531 ไม่มีการนิรโทษกรรมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวนี้ และยังไม่มีการล้างมลทินในภายหลังให้จำเลยแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยในข้อนี้จึงฟังไม่ขึ้น ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ชุม สุกแสงเปล่ง · เทพฤทธิ์ ศิลปานนท์ · พินิจ ฉิมพาลี
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2403/2533

ในการกำหนดโทษจำเลยในคดีใด ย่อมเป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจพิจารณากำหนดโทษในแต่ละคดีเป็นคดีไป ทั้งนี้ นอกจากจะพิจารณาเรื่องปริมาณมากน้อยของยาเสพติดให้โทษของกลางประกอบพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว ยังต้องคำนึ…

Supreme Court Judgment No. 2057/2533

พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4 ให้คำนิยาม คำว่า"ผลิต" ให้หมายความรวมตลอด ถึง การแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุด้วยการที่จำเลยที่ 1 เทเฮโรอีนจากหลอดใหญ่แบ่งใส่ห่อกระดาษเล็กแล้วเก็บเฮโรอีนขนาดเล็กทั้งหม…

Supreme Court Judgment No. 2730/2532

ความผิดฐานมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 และประเภท 2 เป็นความผิดที่มีบทความผิดและบทลงโทษคนละมาตรากัน จึงเป็นความผิดต่างกระทงกันเมื่อตามฟ้องโจทก์มีความผิดเพียง 2 กระทง แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องแยกเป็นรายกระทง…

Supreme Court Judgment No. 2769/2529

ฎีกาขอให้ศาลลดโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้เพื่อจำหน่ายศาลล่างลงโทษจำคุก13ปี4เดือนจำเลยฎีกาขอให้ลดโทษลงอีกปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและมีวัตถุออกฤ…

Supreme Court Judgment No. 5873/2567

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 วรรคสอง บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ก่อนเริ่มถามคำให้การให้พนักงานสอบสวนถามผู้ต้องหาว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีและผู้ต้องหาต้องการทนายความ ให้รัฐจัดหาทนายความให้" ซึ่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up