Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 4729/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ระเบียบของจำเลยว่าด้วยการลา กำหนดให้พนักงานที่ลาป่วยครบกำหนดโดยมีสิทธิได้รับเงินเดือนแล้ว จำเป็นต้องรักษาตัวต่อไป มีสิทธิลาต่อได้ไม่เกิน 120 วัน โดยไม่ได้รับเงินเดือน แต่หากยังลาต่อไปอีกจำเลยปลดออกจากงานได้ ดังนี้ เมื่อโจทก์ซึ่งเป็นพนักงานจำเลยได้ลาป่วยโดยได้รับเงินเดือนจนครบกำหนดแล้ว และหยุดงานเกินกว่า 120 วันต่อมาอีก จำเลยให้โจทก์ออกจากงาน ระบุว่าโจทก์ป่วยเป็นโรคประสาทเรื้อรัง จึงไม่ถือว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย กรณีไม่ใช่ให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากขาดงานเป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกัน ที่ศาลแรงงานกลางอ้างเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ขาดงานดังกล่าว จึงเป็นเรื่องนอกเหนือไปจากคำสั่งเลิกจ้าง ทั้งการที่โจทก์ไม่ยื่นใบลาหลังครบกำหนดลาป่วยแล้วก็มิใช่กรณีที่โจทก์ทำผิด อันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่โจทก์ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ โจทก์ลาป่วยครั้งสุดท้ายแล้วไม่ได้ยื่นใบลาป่วยต่อจำเลยอีกและโจทก์ไม่ได้มาทำงานอีกเลย จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ การไม่มาทำงานเป็นเวลานานดังกล่าวถือได้ว่าโจทก์กระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ลุล่วงไปโดยถูกต้อง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 583 จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

Provisions the court ruled on

ป.วิ.พ. Section 583 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน Section 47

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพนักงานของธนาคารจำเลยอัตราเงินเดือนสุดท้ายเดือนละ ๑๑,๓๓๐ บาท ต่อมาจำเลยเลิกจ้างโจทก์ อ้างเหตุโจทก์เจ็บป่วยไม่อาจปฏิบัติงานในหน้าที่โดยสม่ำเสมอ โดยจำเลยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชย ขอบังคับให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชยพร้อมทั้งดอกเบี้ยแก่โจทก์

จำเลยให้การว่า โจทก์ลาป่วยครบ ๑๒๐ วันแล้ว โจทก์ไม่มาทำงานอีกเลย จำเลยจึงมีคำสั่งให้ปลดออกจากงาน การที่โจทก์ลาป่วยครบกำหนดแล้วไม่ได้มาทำงานอีก ทั้งไม่ได้มีการลาหรือแจ้งให้จำเลยทราบถึงความจำเป็นที่มาปฏิบัติงานไม่ได้โจทก์จึงขาดงานเกิน ๓ วันทำงานติดต่อกัน เป็นการจงใจทำให้จำเลยได้รับความเสียหายจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าและไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าโจทก์ลาป่วยรวม๑๒๐ วัน โดยในช่วงแรก ๖๐ วันได้รับเงินเดือนเต็ม ช่วงที่สาม ๖๐ วันได้รับเงินเดือนกึ่งหนึ่ง ต่อมาโจทก์ป่วยติดต่อกันอีก ๑๒๐ วัน โดยไม่ได้รับเงินเดือน และยื่นใบลาในตอนแรก แต่ในช่วงหลังประมาณ ๒๐ วันไม่ได้ยื่นใบลาจำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์หลังจากครบ ๑๒๐ วันที่โจทก์อุทธรณ์ว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เฉพาะป่วยไม่สามารถปฏิบัติงานได้ ไม่ใช่เป็นการให้ออกเพราะโจทก์ละทิ้งหน้าที่จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ วินิจฉัยว่า ตามระเบียบการธนาคารออมสินฉบับที่ ๑๘๐ ว่าด้วยการลาของพนักงานธนาคารออมสิน ข้อ ๒๒ กำหนดให้ธนาคารจำเลยปลดพนักงานผู้ที่ลาป่วยครบกำหนดแล้วยังลาต่อ หรือไม่สามารถมาทำงานได้นั้น เป็นแต่เพียงข้อกำหนดที่ให้อำนาจผู้อำนวยการของจำเลยที่จะพิจารณาให้พนักงานของจำเลยที่ลาป่วยครบกำหนดที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนแล้วจำเป็นต้องรักษาตัวต่อไปจะอนุญาตให้ลาต่อได้ไม่เกิน ๑๒๐ วัน โดยไม่ได้รับเงินดือน

หากยังลาต่ออีกก็ให้ธนาคารจำเลยปลดออกจากงานได้ เห็นได้ว่าการที่โจทก์ลาป่วยเกินกำหนดเวลาตามระเบียบการของจำเลยดังกล่าว มิได้เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย และหนังสือของจำเลยที่ให้โจทก์ออกจากงานก็ระบุเพียงว่าโจทก์ป่วยเป็นโรคประสาทเรื้อรัง ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ฉะนั้นการที่โจทก์หยุดงานเกินกว่า ๑๒๐ วัน อันเป็นเหตุให้จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานได้ก็ตามยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับของจำเลย และเมื่อคำสั่งปลดจำเลยให้ระบุให้โจทก์ออกจากงาน ตามข้อ ๒๒ ของข้อบังคับของจำเลยดังกล่าว กรณีจึงมิใช่เป็นการให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ขาดงานเป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันที่ศาลแรงงานกลางอ้างเหตุว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากโจทก์ขาดงานดังกล่าวจึงเป็นเรื่องนอกเหนือไปจากคำสั่งเลิกจ้างของจำเลย

ฉะนั้น ที่จำเลยให้โจทก์ออกจากงานเนื่องจากโจทก์ไม่ยื่นใบลาหลังจากครบกำหนดลาป่วยแล้ว จึงมิใช่กรณีที่โจทก์ทำผิด อันต้องด้วยข้อยกเว้นที่จำเลยจะไม่ต้องจ่ายค่าชดเชนให้แก่โจทก์ตาม ข้อ ๔๑ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว จำเลยจึงต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่าโจทก์มีสิทธิได้สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเพราะโจทก์เจ็บป่วยเป็นโรคประสาทเรื้อรัง เป็นการหยุดงานอันมีเหตุอันสมควร นั้นปรากฏว่าโจทก์ลาป่วยครั้งสุดท้าย ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๒๙ ถึงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ แล้วไม่ได้ยื่นใบลาป่วยต่อจำเลยอีก และโจทก์ไม่ได้มาทำงานอีกเลย จนกระทั่งถึงเดือนเมษายน ๒๕๒๙ จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ การไม่มาทำงานของโจทก์เป็นเวลานานเช่นนี้ ถือได้ว่าโจทก์กระทำประการอื่นอันไม่สมแก่การปฏิบัติหน้าที่ของงานให้ลุล่วงไปโดยถูกต้อง ตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๕๘๐ จำเลยจึงมีสิทธิเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยเป็นเงิน ๖๗,๙๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่เลิกจ้างจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากาาศาลแรงงานกลาง

Matter details

Panel of judges
สุพจน์ นาถะพินธุ · จุนท์ จันทรวงศ์ · มาโนช เพียรสนอง
Lower court
ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศศาลอุทธรณ์ -
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3211/2545

การที่โจทก์ยื่นใบลาป่วยโดยมีใบรับรองแพทย์และได้รับอนุญาตให้ลาจนครบกำหนด และมาทำงานแล้ว ก็ตาม หากจำเลยสงสัยว่าโจทก์ป่วยจริงหรือไม่หรือใช้สิทธิลาป่วยไม่สุจริต ก็ชอบที่จะสั่งให้โจทก์ไปตรวจกับ แพทย์อื่นซึ…

Supreme Court Judgment No. 7038/2544

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยรับค่าจ้าง ทั้งนี้ ลูกจ้างต้องปฏิบัติตามข้อบังคับเกี่ยวกับ…

Supreme Court Judgment No. 2417/2544

ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 2 และข้อ 47 ประกอบ ป.พ.พ. มาตรา 583 บทบัญญัติกฎหมายดังกล่าว หมายความว่า ลูกจ้างคือผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างโดยได้รับค่าจ้าง ทั้งนี้ลูกจ้างต้อง…

Supreme Court Judgment No. 2257/2543

ประกาศของจำเลยที่ห้ามพนักงานของโรงแรมซึ่งเป็นลูกจ้างของจำเลยไปขับรถจักรยานยนต์รับจ้างนอกเวลาทำงานตามปกติ ได้ระบุถึงเขตพื้นที่ที่ห้ามไว้โดยเฉพาะคือบริเวณโรงแรมของจำเลยเท่านั้น จึงเป็นอำนาจของจำเลยที่จะ…

Supreme Court Judgment No. 1896/2543

โจทก์ทำงานอยู่แผนกจัดส่ง มีหน้าที่รับส่งและบรรจุน้ำมันลงถังการที่ ว. หัวหน้าแผนกซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของโจทก์สั่งให้โจทก์ไปตักน้ำมัน และไขน้ำมันจากท่อน้ำรวมในโรงงานซึ่งมีน้ำสกปรกไหลผ่าน เป็นการสั่งให…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up